royal coronation
วันที่ 21 ตุลาคม 2562
บันเทิง

'หยาด' ปักหลักวงการบันเทิงมา 18 ปี

วันที่ 21 กันยายน 2562 - 13:54 น.
หยาดทิพย์,บันเทิงคมชัดลึก
Shares :
เปิดอ่าน 15 ครั้ง

"หยาด" หยาดทิพย์ ราชปาล เปิดความรู้สึกการเป็นนักแสดงอิสระ ครั้งแรกในรอบ 18 ปี 


    ทีมบันเทิง คมชัดลึก -  หลังจากประกาศตัวเป็นนักแสดงอิสระ “หยาด” หยาดทิพย์ ราชปาล ก็ประเดิมลงจอครั้งแรกกับช่อง GMM25 ในละครเรื่อง “แรงเทียน” ร่วมกับนักแสดงมากความสามารถอย่าง “พลอย” เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์, “นิว” วงศกร ปรมัตถากร และ ณัฏฐ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา วันนี้ดาราสาวได้บอกเล่าถึงชีวิตของเธอให้แก่ “บันเทิง คมชัดลึก"

 

    @@ นักแสดงอิสระ
    เริ่มต้นการเป็นนักแสดงอิสระเรื่องแรกกับ “แรงเทียน”

    “ใช่ ที่ตัดสินใจเล่นเรื่องนี้ เพราะหยาดชอบบทตัวนี้ มันค่อนข้างท้าทาย มีความเป็นผู้หญิงที่ถูกตามใจมาตั้งแต่เด็ก ถูกสปอยล์ ที่บ้านรวยมาก อยากได้อะไรคือได้ทุกอย่าง และก็เป็นคนที่จิตนิดๆ เก็บกดหน่อยๆ ตัวละครนี้มีความจิต เหมือนเป็นไบโพลาร์ เป็นโรคสองบุคลิก จัดการกับอารมณ์ตัวเองไม่ได้ คือมันท้าทายมากสำหรับหยาด แล้วหยาดจะต้องเล่นให้มันดูต่างออกไป มันต่างออกไปจากที่เล่นมา ไม่ได้ร้ายเหมือนเรื่องอื่นๆ ที่เราเคยเล่น อย่างที่บอกตัวละครนี้มีความจิตนิดๆ ซึ่งเรารู้สึกว่ามันท้าทายความสามารถในการเป็นนักแสดง หยาดก็เลยชอบ”

 


    การทำงานในที่ใหม่เป็นอย่างไรบ้าง
 
   “จริงๆ ไม่ได้เรียกว่าทีมงานใหม่หรอก เพราะเราก็รู้จักเยอะมากในกอง เลยไม่ได้ต้องปรับตัว หรือเรียนรู้อะไรใหม่ ก็คือเราไปทำงาน เราไม่ได้เปลี่ยนอาชีพ แล้วคนก็เป็นคนในสายงานเดียวกันอยู่แล้ว”
 

 

   เรื่องนี้ตัวละครแต่ละตัวมีการถึงเนื้อถึงตัวกันเยอะมาก
    “ใช่ ทั้งฉากที่ต้องเข้าปะทะกันหรือฉากเลิฟซีน จริงๆ ไม่ได้มีการปรับจูนกัน แค่บอกกันว่าเราเล่นเต็มที่นะ แล้วเราเล่นกันแบบพออินเนอร์มา อารมณ์มา ทุกอย่างมันมาแล้ว เพราะว่าเราเล่นมาจากข้างใน บทที่ต้องปะทะอารมณ์กัน ตบตี อาจจะมีพลาดกันบ้าง แต่เราก็ไม่ได้โกรธไม่ได้อะไรกัน" 

 


    เครียดไหมกับบทนี้
    "ไม่เครียด แต่ถามว่าเหนื่อยไหม เหนื่อย เหนื่อยเพราะใช้แรงเยอะมาก ในแต่ละฉาก มันเป็นฉากดราม่าทั้งหมด แม้แต่ฉากรักกับพี่ภูมิ ก็ยากสำหรับหยาด เพราะว่ามันไม่ได้รักกันแบบธรรมดา มันจะต้องมีอะไรที่ออกมาจากลึกๆ ข้างใน  คือดราม่าหนัก และดราม่าแทบจะทุกซีน ถามว่ามีเก็บอารมณ์กลับไปบ้านไหม  หยาดเป็นคนไม่เก็บ หยาดทิ้ง แต่ว่าหลังจากที่ถ่ายเสร็จแต่ละวันคือเหนื่อย หมดแรง คือขึ้นรถสลบ เหมือนเราไปตีกับคนมาทั้งวัน เพราะในเรื่องนี้เวลาตีกันไม่ใช่แค่ตบกันคนละที มันคือการตีกันแบบตะลุมบอนเลย แล้วเราต้องเล่นกันจริงๆ ก็มีผิดคิวบ้าง แต่เราก็ต้องเล่นต่อไป เพราะเราเป็นมืออาชีพต้องเล่นต่อ ยังไงมันก็คือการแสดงอยู่แล้ว”

 

    ความแตกต่างของการเล่นดราม่าเรื่องนี้กับเรื่องอื่นๆ 
    “หยาดเคยเล่นดราม่ามาหมดแล้ว แต่เรื่องนี้เป็นการใช้กำลังตบตีกัน มันเหนื่อยกว่าเรื่องอื่นๆ เพราะว่าเรื่องอื่นเราเป็นตัวร้าย นางเอกเขาไม่สู้ หรือว่าเรื่องอื่นเราเป็นนางเอก ตัวร้ายตบตีเรา  เราก็ไม่สู้ เรื่องนี้มันสู้กัน ก็คือเป็นคนจริงๆ ที่จะเอากันให้ตาย ก็เลยเหนื่อย คือด้วยความสมจริงเราก็เลยต้องเล่นกันจริงๆ เล่นไม่จริงไม่ได้ เรื่องนี้ไม่มีการเวิร์กช็อป เจอหน้ากันวันแรกก็คือฟิตติ้งเลย แล้วก็ไม่ได้มีการคุยบทอะไรกัน คือทุกคนต้องทำการบ้านมาแล้ว เข้าฉากวันแรกก็เจอกันเลย”

 


     เห็นอะไรในตัวละครนี้
    “อย่างที่บอกว่ามันยากตรงที่หยาดต้องเล่นให้ตัวละครนี้เป็นตัวละครที่มีความแตกต่างในตัวเอง กับอารมณ์สองบุคลิกของเขา กับเรื่องที่ว่าระหว่างเขาอยู่กับคนที่เขารัก เขาก็รักจริงๆ รักแบบว่ายอมตายได้ แต่ถ้าอยู่กับคนที่เกลียดก็คือเกลียดจริงๆ คืออารมณ์มันจะสุดขั้วมาก นั่นคือการบ้านที่หยาดจะต้องเล่นออกมาให้แตกต่าง ซึ่งคือในฉากเดียวภายใน 3 วินาทีเราจะต้องเปลี่ยนจากร้ายสุดเป็นดีสุด เพราะว่ามันคือคนจิตไม่ปกติไง มันก็ยากตรงนี้แหละ”

 


    การมาทำงานกับช่อง GMM 25 แตกต่างจากตอนที่ทำงานกับช่อง 3 ยังไง
    “ไม่มีอะไรแตกต่าง มันแล้วแต่คน เพราะทุกคนมีวิธีการทำงานไม่เหมือนกัน หยาดไม่สามารถบอกได้ว่ามันแตกต่างหรือไม่แตกต่างกันยังไง หยาดเองก็เพิ่งออกมาเป็นนักแสดงอิสระ แต่แค่ว่าหยาดทำงานเหมือนเดิม เรามีรูปแบบการทำงานแบบนี้ ฉะนั้นไม่ว่าจะเล่นกับที่ไหน ก็เลยไม่ได้รู้สึกว่ามันแตกต่าง" 

 

    ถ้าถามย้อนกลับไปทำไมถึงเลือกที่จะเป็นนักแสดงอิสระ
    “หยาดขอไม่พูดถึง เพราะว่ามันผ่านมาแล้ว หยาดอยากได้ประสบการณ์เพิ่มในวัยที่เกินเลข 3 มาแล้วแค่นั้นเอง ไม่ได้มีเหตุผลอื่น ทุกวันนี้ก็ยังทำงานกับช่อง 3 อยู่ ยังถ่ายละครกับทางช่อง 3 อยู่ ในฐานะที่เป็นนักแสดงอิสระ เรื่องข้อสัญญาขอไม่พูดถึง หยาดทำงานให้ช่องมา 18 ปี แล้วก็ไม่ได้ฉีกสัญญาหรืออะไร หยาดหมดสัญญาและก็ไม่ได้เซ็นกับที่ไหนต่อทั้งนั้น ช่อง 3 เองก็ยังเป็นบ้านของหยาดเสมอ เราเองก็ไม่รู้หรอกว่าอนาคตจะเป็นยังไง แต่แค่ว่าวันนี้เราอยากเป็นนักแสดงอิสระ”

 

    การออกมาทำให้เราได้ประสบการณ์ที่แปลกใหม่ไหม
    “ก็ได้อยู่แล้ว เพราะว่าได้เจอคนอื่นๆ ที่เราไม่เคยร่วมงานด้วย ได้เจองานที่หลากหลายขึ้น"

 

 

 

 

    @@ 18 ปีในวงการบันเทิง
    หยาดอยู่วงการมานานกี่ปี
    “หยาดอยู่วงการมาตั้งแต่ 5 ขวบ เด็กมาก ถามว่าเรียนรู้อะไรจากตรงนี้ จริงๆ ก็ทุกเรื่องแหละ เพราะมันคืออาชีพของหยาด มันก็เหมือนที่ทุกคนเรียนรู้ในอาชีพของตัวเอง เรียนรู้การทำงาน เรื่องวินัยการทำงาน ในเรื่องทุกสิ่งทุกอย่าง เหมือนคนทำงานคนหนึ่งที่ต้องทำงานด้วยความเป็นมืออาชีพ คือถ้านับรวมตอนโตหยาดเล่นละครมาตั้งแต่อายุ 15 ปีก็คือ 18 ปีแล้ว หยาดทำงานนี้มา 18 ปี มันกลายเป็นอาชีพของเราไปแล้ว”

 


    เคยมองช่องทางอื่นไหม
    “ไม่ อาชีพนักแสดงมันคืออาชีพของหยาด ถามว่ามองอนาคตไหม เราไม่รู้อนาคต ซึ่งตอนนี้ด้วยอายุของหยาดและด้วยเรื่องเวลาและทุกๆ อย่าง คือหยาดไม่มีเวลา อีกอย่างหยาดเองเป็นคนไม่ค่อยคิดอะไรล่วงหน้า หยาดคิดล่วงหน้าก็แค่เดือนเดียวเท่านั้นแหละ บางทีแค่ 7 วันก็พอแล้ว"

 

    มีผลงานเรื่องอื่นอีกไหม
    “ก็มีละครที่รับไว้อีก แต่ขอยังไม่บอกแล้วกัน เพราะว่ายังไม่ได้เปิดกล้อง คือตอนนี้เราเองรับได้ทุกช่องก็มีช่องอื่นติดต่อมาเรื่อยๆ”
    อะไรที่เป็นหลักเกณฑ์ในการเลือกรับงาน
    “ชอบบทไหนก็รับเล่นเท่านั้นเอง คือโดยภาพรวมมันอาจจะต้องมีองค์รวมมาประกอบการตัดสินใจของเราอยู่แล้ว แต่โดยหลักแล้วก็จะดูเรื่องของบทก่อนว่าเรารู้สึกสนุกกับมันหรือเปล่า หยาดเล่นมาหมดแล้ว เล่นมาทุกบทแล้ว มีแค่เรื่องไหนเข้ามาใหม่แล้วเรารู้สึกว่าไม่ได้ซ้ำกับเรื่องเดิม อ่านแล้วเราอยากเล่น เราสนุก”

 

    ช่วงเวลาที่ผ่านมาในวงการนี้มีช่วงที่เรารู้สึกแย่กับการอยู่ตรงนี้ไหม
    “ไม่มี เราก็ต้องสร้างความแตกต่างกับอาชีพของเรา คือหยาดเป็นคนที่ไม่ได้รับงานเยอะอยู่แล้วในแต่ละปี เพราะว่าด้วยความที่ละครบางเรื่องถ่ายปีหนึ่ง หยาดเคยเจอบางเรื่องถ่ายเกือบ 2 ปี ก็มีคนทักว่าทำไมถึงไม่เล่นละครเลย ก็คือปีครึ่งแล้วละครยังถ่ายไม่เสร็จ ก็เลยไม่ได้ออนแอร์ คนเลยอาจจะรู้สึกว่าเราไม่มีผลงานออกมา ตลอดการทำงานอยู่ตรงนี้หยาดถ่ายละครตลอดไม่เคยมีช่วงที่พักนานๆ อาจจะมีพักบ้างเดือนสองเดือนเพื่อรอละครเรื่องต่อไปเปิดกล้องเท่านั้นเอง”

 

    18 ปีได้เห็นวัฏจักรที่เปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง
    “หยาดไม่ได้รู้สึกว่ามันมีอะไรเปลี่ยนไปหนักหนา หรือว่าอะไรที่ไม่เหมือนเดิม เพราะวงการบันเทิงก็เป็นวงการที่มีเสน่ห์อยู่แล้ว การเล่นละครเป็นสิ่งที่หยาดสนุกและหยาดรัก มันเป็นอาชีพของหยาด คือทุกอย่างมันต้องมีการเปลี่ยนแปลงอยู่แล้วไม่ว่าเราอยู่ในวงการไหนทำอาชีพอะไร”

 

    อะไรที่เป็นเสน่ห์ของวงการบันเทิงที่ทำให้ยังยืนอยู่ตรงนี้
    “เสน่ห์ก็คือเราได้ทำสิ่งที่เรารักจริงๆ แล้วก็ต้องจริงใจกับเขา มีแค่นั้น เพราะเราทำงานในพื้นฐานของความรู้สึกของตัวละคร เราแกล้งเล่นไม่ได้ เล่นไม่เต็มที่ไม่ได้ เรามีวินัยไม่เต็มร้อยไม่ได้ เราต้องจริงใจและต้องรักเขาจริงๆ ถึงจะอยู่กับเขาได้ หยาดว่ามันมีเสน่ห์จะตายที่เราได้ทำงานในสิ่งที่ตัวเองรัก”

 

    รู้สึกว่าตัวเองโตขึ้นมากไหม
    “ก็เหมือนเดิมนะ อาจจะแค่โตขึ้นตามอายุ โดยมวลรวมทั่วไปก็เหมือนเดิม คือเราไม่ได้รู้สึกว่าเราต้องมีความรับผิดชอบสูงขึ้น ทำอะไรให้มันมากขึ้น เพราะจริงๆ แล้วเราทำแบบนี้มาตั้งแต่เด็กแล้ว คือด้วยความรับผิดชอบในตอนนั้นสอนให้เรารู้ว่าจะต้องทำเต็มร้อยเพราะมันเป็นอาชีพของหยาด คือเราเต็มที่เต็มร้อยมาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว เรื่องระเบียบวินัยการทำงานทุกอย่างเราก็เต็มที่ตั้งแต่ 10 ปีที่แล้ว 18 ปีที่ผ่านมาเรื่องระเบียบวินัยความรับผิดชอบเราก็ทำเหมือนเดิม”

 

    มีเบื่อกับวงการนี้บ้างไหม
    “ไม่มีหรอก เราทำจนเคยชินแล้ว”
    ในเรื่องของความเป็นส่วนตัวล่ะ
    “ต้องยอมรับว่าการอยู่ตรงนี้ ความเป็นส่วนตัวก็หายไป แต่ก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร ไม่ได้เป็นเรื่องที่กระทบกระเทือนอะไรนัก ทุกวันนี้คนที่ไม่ได้ใช้ชีวิตเป็นดาราลงชีวิตตัวเองในโซเชียลให้คนได้รับรู้มากกว่าคนที่เป็นดาราซะอีก ในตอนนี้มันไม่มีความเป็นส่วนตัวแล้วหลังจากมีโซเชียลมีเดีย ตอนนี้ก็คือโลกมันเปลี่ยนไป มีการตอบรับสิ่งใหม่ๆ กันมากขึ้น นักแสดงก็เหมือนคนธรรมดาคนหนึ่ง หยาดใช้ชีวิตเหมือนเดิมมาตลอด 10 ปีที่ผ่านมา เพราะหยาดเองเป็นคนไม่ชอบกะเกณฑ์อะไรกับชีวิตตัวเอง ใครพูดอะไรมาเราก็รับฟังนะ แต่หยาดไม่เอามาคิด 5 นาทีก็ไม่สนใจแล้ว คนพวกนั้นไม่ได้เป็นคนที่สำคัญกับชีวิต”

 

 

 

 

 

    @@ ความรักในวันนี้
    ความรักตอนนี้เป็นอย่างไร
    “ความรักก็เรื่อยๆ ไม่ได้มีอะไรหวือหวามากมาย”

    เมื่อก่อนความรักของหยาดถูกจับตามองค่อนข้างเยอะ มันส่งผลต่อการตัดสินใจในการมีความรักในครั้งนี้ไหม
    “เอาจริงๆ ไม่ได้เกี่ยวกับว่าจะเปิดหรือไม่เปิด คือหยาดแค่รู้สึกว่าทุกวันนี้เราใช้ชีวิตกันอยู่ในโลกปิดอะไรไม่ได้หรอก คือเราก็ใช้ชีวิตปกติ มันแค่ว่าเรายังอยากพูดไหม หรือเรายังรู้สึกว่าเราไม่อยากพูด ยังอยากเก็บไว้เป็นเรื่องส่วนตัวแค่นั้น”

 

    มุมมองความรักเปลี่ยนไปมั้ยจาก 10 ปีที่แล้ว
    “โอ๊ย...มันต้องเปลี่ยนอยู่แล้ว ทุกคนโตขึ้นมันก็ต้องเปลี่ยนอยู่แล้ว มุมมองความรักของเราตอนนี้ก็รู้สึกว่าถ้ามีความรักก็ดี คือถ้ามีความรักที่ดีก็ดี โลกก็สดใส แต่ถ้าเกิดว่าเราไม่มีความรักก็คือเราก็เป็นโสดได้ ชีวิตเราก็มีความสุขได้”

 

    เป็นคนที่ทุ่มเทกับความรักไหม
    “ถ้าหยาดมีความรักก็ทุ่มเทเต็มร้อย เพราะถ้าจะเสียเวลากับใครสักคน เราก็ต้องทำให้ดี แต่หยาดเองไม่ใช่คนที่ยกเรื่องของความรักเป็นอันดับหนึ่ง หยาดให้เรื่องงานเป็นอันดับ 1 เพราะว่าเราอยู่ในวัยทำงาน คือถ้ามีเวลาเราก็ทำให้มันเต็มที่ในทุกๆ ด้านดีกว่า”

    ตัวตนในวันนี้ของ “หยาด” หยาดทิพย์ ราชปาล

 

 

 

 

 

Shares :

ข่าวเกี่ยวข้อง
5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ