บันเทิง คมชัดลึก - เป็นคู่รักหวานที่หลายคนอิจฉา สำหรับ “กัน” นภัทร และ “มารี เบิร์นเนอร์” ที่มักจะมีภาพหวานๆ ออกมาให้แฟนๆ ได้เห็นกันอยู่ในคลิป VLOG ยูทูบ “ตามกันมา” ทั้งการหอมหัว ทั้งกอด จนหลายคนเป็นห่วงเรื่องความหวานเกินลิมิตไปไหม ล่าสุดผู้สื่อข่าวมีโอกาสพูดคุยกับหนุ่มกันถึงเรื่องนี้

 

 

         “ไม่ถึงขั้นสวีทมากมันก็คือเป็นเรานั่นแหละ เราก็เป็นอย่างนี้มา คือวิธีการคุยของเรามันก็มีอารมณ์ที่ไปในทางที่ตลกด้วย ก็ขำกันเองแล้วก็หวังว่าคนที่ดูเขาก็จะขำและยิ้มไปกับคลิปของเรา แต่ถ้าคนมองว่าสวีทก็สวีทก็ได้ ทุกคลิปที่ออกมาได้รับฟีดแบ็กดีขึ้นทุกคลิป

         (สวีทมากอย่างตอนช็อตหอมหัว หรือช็อตหวานๆ ที่คนมักแคปมา) ช็อตจุ๊บผม มันเป็นจังหวะที่พอดี คือเขาเขินแล้วก็ก้มตัวลงไปตรงหน้ากล้องผมก็เลยขอบคุณเขาก็เป็นการขอบคุณเขาเท่านั้นเองไม่ได้มีอะไร เขินเหมือนกันนะที่มีแคปกันมาเยอะมาก (ยิ้ม) เอาจริงๆ นะ พวกช็อตต่างๆ แบบนี้เราไม่ได้คิดว่าคนจะโฟกัส อยากจะบอกอย่างนี้ว่าถ้าคนที่รู้จักผมจะรู้ดีว่าเวลาผมอยู่กับน้องๆ คือผมมีน้องสาว ผมเองก็แสดงความรักออกมาแบบนี้อยู่แล้ว อย่างกับน้องสาวก็ไปกอด ไปหอมหัวแบบนี้ ส่วนใหญ่ผมจะทำกับครอบครัว ซึ่งผมจะทำเป็นประจำอยู่แล้ว ยิ่งกับคุณแม่ยิ่งหนักเลย บางทีก็อยู่ในซอกจักแร้หรือหอมหัวอะไรแบบนี้ ผมเองเป็นคนที่แสดงความรักในแบบนี้ เพราะผมรู้สึกว่าเวลาที่เราอยากที่จะบอกรักใครหรืออยากให้เขารู้สึกว่าเราอบอุ่นก็จะทำแบบนี้”

 

(กัน-มารี)

         ถามต่อว่ากลัวคนจะมองว่ามันมากเกินไปไหม 

         “ต้องดูว่าอันไหนที่มันพอดีไม่ดูเกินงามจนเกินไป เราเองก็พยายามช่วยดูเขา คือบางทีเราสองคนก็โตกันมาคนละแบบ เราเองก็มีขนบของเรามา เขาเองก็มีขนบในแบบของเขา ซึ่งเราเองก็ต้องเรียนรู้กันไปเรื่อยๆ เพราะว่าเราโตมาในสังคมที่ไม่เหมือนกันเพราะเขาอาจจะเป็นลูกครึ่งมาเป็นฝรั่งมาแต่เราเป็นคนไทยมาตั้งแต่เดิมมันก็มีบางอย่างที่ไม่เหมือนกันซะทีเดียวเราก็พยายามจะจูนเข้าหากันหาตรงกลางว่าอะไรคือสิ่งที่พอดีสำหรับตัวเราทั้งสองคนเราก็ต้องมองด้วยว่าอะไรที่ทำออกไปแล้วคนดูเขารู้สึกว่ามันเกินไปไหม อะไรไหม เราก็ต้องหาตรงกลาง ถามว่ากลัวคนหมั่นไส้ไหม เราเชื่อว่ามีอยู่แล้ว คือเราก็ได้รับกระแสตอบรับแหละว่าคนก็อาจจะมองว่าหวานเกินไปไหมหรือมากเกินไปไหม ถามว่าเราแคร์กับเสียงวิพากษ์วิจารณ์หรือเปล่า ผมแคร์นะ เพราะผมกับน้องก็ถือว่าเป็นคนของประชาชน แต่ผมก็ยังเป็นตัวผม ซึ่งผมเชื่อว่าแฟนๆ หรือทุกคนที่รู้จักผมจะรู้ว่าผมเป็นคนที่รู้จักกาลเทศะมาตั้งแต่เด็กๆ คุณพ่อจะสอนเรื่องนี้มาตลอดอยู่แล้วอะไรที่มันเกินงาม สิ่งที่ผมห่วงคือน้อง อย่างที่ผมบอกผมรู้สึกว่าสิ่งที่เราแสดงออกไปเราอยากให้คนที่เห็นยิ้มตามไปกับเราเห็นถึงความน่ารักในตัวน้องที่ผมเห็นหลายอย่างที่ผมบอกว่าผมระมัดระวังอะไรที่มันเกินงามเราก็คงไม่ปล่อยให้มันออกไปซึ่งผมว่าทุกคนน่าจะเข้าใจ”