คอลัมน์ “เซาะร่องเสียง” ได้เคยเขียนถึงรายการวิทยุ “ผิวปากตามเพลง” มาแล้วครั้งหนึ่ง ตอนนั้นเป็นช่วงที่ “สุทัศน์ แสวงรุจิธรรม” หรือ “ดีเจต่าย” ได้กลับสู่หน้าปัดวิทยุอีกครั้งที่คลื่น FM 93.5 บ่ายสองถึงหกโมงเย็นทุกวันเสาร์

 


          มาคราวนี้หนังสือพิมพ์ “คม ชัด ลึก” ได้รับเกียรติจาก “สุทัศน์ แสวงรุจิธรรม” นัดพบเพื่อสัมภาษณ์ถึงการที่รายการวิทยุเพลง ROCK ของเขาได้รับความนิยม ขยายเวลาจากวันเสาร์เพิ่มเป็นวันพุธ พฤหัส และศุกร์ ที่คลื่นเดิม เวลาประมาณ 19.30-20.30 น.


          ถาม: พี่ต่ายทราบเมื่อไหร่ว่าตัวเองอยากเป็นดีเจ ROCK
          ตอบ: จริงๆ พี่เป็นคนที่อยู่กับเพลงสากลมาตั้งแต่สมัยวัยรุ่น ตอนนั้นดีเจ ROCK ในตำนาน คือพี่ “วิฑูร วทัญญู” ดังมาก พอฟังพี่ “วิฑูร วทัญญู” เสร็จ ก็จะออกจากบ้านไปทำงานกลางคืน เพราะผมมีอาชีพดีเจเปิดเพลงให้พวกฝรั่งที่มาเที่ยวพัฒน์พงษ์ ส่วนใหญ่เป็นเพลงดิสโก้ คือเราอยู่กับเพลงสากลมาตลอด จนกระทั่งวันหนึ่งเพลงไทยเริ่มดัง แล้วเขาก็จะมีคิวละพันวันละเพลงไง คือข้อครหาว่ามีการใส่ซองให้ดีเจเพื่อโปรโมทเพลง ช่วงนั้นมีผู้ใหญ่ท่านหนึ่งเปิดโอกาสให้พี่เข้าไปจัด “ผิวปากตามเพลง” พี่ก็เลยตัดสินใจลองดู แล้วพอดีตอนนั้นมันเป็นจังหวะดีที่แบบว่ามีไมโคร มีพี่ป้อม อัสนี ที่กำลังดังขึ้นมา มีพี่เบิร์ดด้วยอะไรด้วย คือศิลปินไทยดังมาก แบบทุกรายการต้องเอามาออก ก็เลยมีส่วนดึงให้เราได้รับความนิยมไปด้วยครับ ก็ประมาณนี้


          ถาม: พูดถึงช่วงเวลาใหม่ที่เพิ่มเข้ามาของ FM 93.5 คือพุธ-พฤหัส-ศุกร์ ช่วงทุ่มครึ่ง กับรายการเดิมคือบ่ายวันเสาร์ เหตุใดจึงเน้นเฉพาะเพลงยุค 70 หรือ 80
          ตอบ: ที่อยากจะให้มันอยู่ที่ 70 80 ก็เพราะพี่มีความเชื่ออย่างนี้ คือพี่จะเอาความเชื่อของตัวเองเป็นตัวตั้ง ว่าบนหน้าปัดวิทยุเนี่ยมันหาฟังเพลงพวกนี้ยาก พี่เคยพูดไปในรายการแล้วว่า พอจัดรายการเสร็จพุธ-พฤหัส-ศุกร์ 22.30 น. เนี่ยนะ เวลาเราขับรถกลับบ้าน พี่พบว่าทุกวันนี้หาฟังรายการเพลงที่เราชื่นชอบ เพลงที่ฟังแล้วมีความสุขอะไรไม่ได้เลย ส่วนที่เรามาจับเพลงยุค 70 80 ก็เพราะว่ามันมีรายการเพลงยุค 90 ยุค 2000 โดยเฉพาะเพลงยุคปัจจุบัน มันมีมากพอสมควร ทีนี้ในส่วนของเราก็ยอมรับว่าเราต้องการสร้างความแตกต่างหาความโดดเด่นอยู่เหมือนกัน มันอาจเป็นความเชื่อส่วนตัวก็ได้นะครับ ว่ายุคที่เพลงดีที่สุดคือ 70 80 นะครับ คือถ้าพี่ “วิฑูร วทัญญู” จะไม่กลับมาจัดรายการวิทยุ ROCK อีกแล้ว ก็ไม่มีคนทำนะ พี่ก็เลยคิดว่าเราคงจะต้องทำอย่างนี้