บันเทิง คมชัดลึก - ทำเอาใครๆ ต่างแปลกใจ หลัง “เปิ้ล” ไอริณ ศรีแกล้ว โพสต์ข้อความทำพินัยกรรมสั่งเสียไว้ในไอจีของตัวเอง ได้สอบถามเรื่องนี้กับนักแสดงสาวในงาน “ปลูกต้นกล้า โพธิปัญญาสู่แดนพุทธองค์ ครั้งที่ 4 ประจำปี 2562” ที่เซ็นทรัลเวิล์ด ได้ความว่า 

 

           “จริงๆแล้วมันไม่มีอะไรเลย คนที่ตามไอจีเปิ้ลปกติจะเห็นเปิ้ลแชร์แบ่งปันสิ่งของอยู่แล้ว แจกของใช้ต่างๆของเปิ้ล คือเรามีความรู้สึกว่าเราเป็นคนที่ค่อนข้างจะเห็นคุณค่าของของทุกอย่างที่เราซื้อมา ตัวเปิ้ลเองก็หามาด้วยน้ำพักน้ำแรงของเรา มันเลยรู้สึกว่ามันมีค่าสำหรับเรา วันนึงเปิ้ลเดินเข้าไปในห้องเก็บกระเป๋า มองไปมองมาเราก็รวบรวมราคาดู รวมไปรวมมามันซื้อรถได้เลยนะ เราเลยมาคิดว่าทำยังไงถ้าสมมติว่าเราไม่อยู่บนโลกนี้แล้วของพวกนี้มันอาจจะเป็นของที่ไร้คุณค่าไปเลยก็ได้ เพราะคนที่อยู่รอบๆตัวเราเขาไม่ได้ใส่ใจกับของพวกนี้อยู่แล้ว เลยคิดว่าเราอยากจะแบ่งปันให้เกิดประโยชน์สูงสุดดีกว่า เปิ้ลเห็นญาติเปิ้ลทุกคนเขาจากไปกันง่ายๆ อย่างคุณตา วันนึงเปิ้ลเปิดประตูเข้าไปหาแกก็หลับและจากไปเลย น้องสาวเปิ้ล แม่เปิ้ล คุณยายเปิ้ลอยู่ๆวันนึงเขาก็จากไปโดนไม่ได้ร่ำลาอะไรกันเลย แล้วทิ้งสมบัติ ทิ้งมรดกเอาไว้เต็มเลย เราเลยรู้สึกว่าวันนึงเราอยากจะฝากเพื่อนๆเพราะตัวเปิ้ลเองบนโลกนี้ เปิ้ลมีตัวเปิ้ลอยู่คนเดียวในโลกจริงๆ เรายังไม่รู้เลยว่าใครจะมาดูแลหมาแมวเรา เลยคิดว่าอยากจัดสรรสมบัติที่เราหามาทั้งหมดทั้งชีวิตให้เกิดประโยชน์สูงสุดเท่านั้นเอง (มูลค่ากระเป๋าและของต่างๆของเราเยอะขนาดไหน) วันนั้นที่นับรวมๆกันแล้วเกือบ2ล้าน ชาแนล6ใบ แอร์เมส2ใบ ซึ่งมันซื้อบ้านได้เลยนะ แต่เพื่อนเปิ้ลที่เปิ้ลคบอยู่รอบตัวไม่มีใครเห็นว่ามันมีประโยชน์เลย เลยคิดว่าถ้าวันนึงมันเป็นของที่มีมูลค่ากับใครหลายๆคนแล้วเอาไปประมูลกันแล้วได้เงินก้อนนั้น เปิ้ลอยากให้พี่ๆนักข่าวช่วยจัดการเลย ฝากทุกคนไว้เลย”

 

 

เมื่อถามต่อว่าทำไมไม่ทำเป็นพินัยกรรมจริงจังไปเลย ซึ่งนักแสดงสาวกล่าวว่า ได้ทำพินัยกรรมจริงไว้แล้ว 

           "หลังจากที่เราโพสต์ข้อความนั้นเราก็โทรไปคุยกับทนายว่าเปิ้ลมีเจนารมณ์แบบนี้ช่วยจัดการให้เปิ้ลด้วย คือเปิ้ลคิดมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว อย่างการที่จะซื้อกระเป๋าแต่ละใบมูลค่ามันสูง ทุกครั้งที่จะจ่ายเงินเราก็จะคิดว่าใบไหนที่มันขายได้ราคา เผื่อวันนึงที่เราไม่อยู่แล้วจะได้เอาไปสร้างประโยชน์ได้ คือคิดตั้งแต่เริ่มซื้อเลย เราคิดอย่างนี้ของเรามาตลอด เอาจริงๆ เปิ้ลกลัวคนจะว่าเปิ้ลเพี้ยน ตัวเปิ้ลเองเคยมีประสบการณ์ถอดกายละเอียดออกจากกายหยาบของตัวเองมาแล้ว 3 ครั้ง เปิ้ลเคยไปทอล์คโชว์รายการนึงมาด้วย เราเคยถอดจิตขนาดที่ว่าเราไปหาผู้จัดการเราที่ตอนนั้นเราอยู่โรงพยาบาล แล้วตอนนั้นเราก็เอ๊ะทำไมเราถึงอยู่ที่โรงพยาบาล 3 ครั้งมาแล้วที่เปิ้ลหลับไปเฉยๆแล้วเปิ้ลก็ตื่นขึ้นมา เลยรู้สึกว่าจริงๆคนเราการตายมันไม่ใช่เรื่องที่น่ากลัว มองว่ามันเป็นเรื่องธรรมดา แต่เรื่องที่มันไม่ปกติก็คือเราสร้างสินทรัพย์ที่มันฟุ่มเฟือยเยอะแยะมากมายเลย แต่เราไม่รู้ว่าเราจะจัดการมันยังไงเวลาที่เราไม่อยู่แล้วเท่านั้นเอง (เราไม่ได้ฝัน) มันเกิดขึ้นจริงๆถึง3ครั้งมาแล้วในชีวิต สาบานได้ เปิ้ลไม่ได้โกหก ครั้งแรกเปิ้ลหลับไป ตื่นขึ้นมาแล้วเห็นตัวเองนอนอยู่ เรื่องนี้เกิดขึ้นที่ปราณบุรี เปิ้ลไปทำบุญและโชว์ตัว ตอนประมาณตี3-4 เรารู้สึกว่าตัวเราลอยขึ้นไปจนติดเพดานเราก็ตกใจ ก็เลยได้เห็นตัวเราเองตอนอยู่ที่เตียง เราก็ตกใจ เราก็พยายามดันตัวเองเพื่อกลับมาที่ตัวเองใหม่ พอกลับมาได้เราก็ตกใจ รีบลงไปรี่ร็อบบี้ เราไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น ประมาณช่วงตี5 เขาสแตนบายนักแสดงเพราะจะมีการตักบาตรพระ100รูปเนื่องจากเป็นวันขึ้นปีใหม่ ผู้จัดการเปิ้ลก็อยู่ เราก็ถามว่าทำไมเรามารอตั้งแต่03.30น. ก็บอกเขาว่าเรารู้สึกเหมือนถอดออกมาจากของตัวเองได้ ครั้งที่2 เกิดขึ้นในวันปีใหม่ในปีถัดไป แล้วยังมามีครั้งที่3อีก จนเรารู้สึกว่ามันเป็นเรื่องปกตินะกับการที่เกิดขึ้น สิ่งที่เราต้องการคือเราอยากจะฝากฝังสิ่งที่เรามีอยู่เท่านั้นเอง เปิ้ลมองว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับเปิ้ลมันปกติ ด้วยเปิ้ลเป็นคนสวดมนต์ไหว้พระทุกคืนมาตั้งแต่เด็กๆแล้ว นั่งสมาธิมาตั้งแต่เด็กจนถึงปัจจุบันไม่เคยเว้นสักคืนเลย เราปฎิบัติมาอย่างนี้แล้วเราก็ศึกษามาอย่างละเอียดว่าคนเราแยกกายละเอียด กายหยาบได้มันเป็นเรื่องปกติ”

 

มันไม่เหมือนในละครไปเหรอ เดี๋ยวคนจะมองว่าเราดูละครเยอะไป?

        “ก็ไม่น่าจะใช่ละคร เราอ่านและศึกษาเรื่องนี้มาจนละเอียดแล้ว พอมันเกิดขึ้นกับเราครั้งที่3แล้วด้วย การที่กายละเอียดแยกจากกายหยาบได้เราสามารถจะไปที่ไหนก็ได้ ครั้งที่3เปิ้ลกลับกลางวันอยู่แล้วเปิ้ลก็ยกแขนขึ้นมา ปรากฎว่าแขนเรามันยังอยู่ที่เดิม เรามีความรู้และเรามีประสบการณ์มา2ครั้งแล้ว เราก็เลยคิดว่าครั้งนี้เราจะลองไปที่ไหนดู ก็เลยอยากไปหาแฟนเก่าเรา ตอนนั้นเราอยู่ที่ลอนดอน เราก็นึกภาพว่าเราไปลอนดอนดีกว่าแล้วก็หลับตาลง บริเวณตรงที่เขาเรียกกันว่าตาที่3บริเวณหน้าผากมันก็จี๊ดๆแล้วเราก็ได้ไปยืนอยู่หน้าบิ๊กเบนจริงๆ แต่มันเป็นช่วงกลางวันแล้วในตอนนั้นมีคนเดินไปมาเยอะแยะเลย สักพักเราก็รู้สึกว่าตัวร้อน แสบตัวมากเหมือนตัวจะไหม้เลย ขอกลับดีกว่า ความคิดตอนนั้นเราคิดว่าเราตกนรกหรือเปล่า แล้วก็คิดว่าก่อนกลับเราขอไปหาผู้จัดการเราก่อนดีกว่า เราก็นึกถึงหน้าเขา ตรงหน้าผากก็แสบอีก ปรากฎว่าลืมตามามันเป็นโรงพยาบาล เห็นทุกอย่างเป็นสีเขียวหมดเลย เราก็ตกใจอุ๊ย!หรือว่าเรามาห้องดับจิต เราคงไม่เล่นแล้ว เรากลัว กลับดีกว่า แล้วพอเปิ้ลตื่นมาปุ๊บเปิ้ลก็โทรหาแฟนเก่าเปิ้ลบอกว่าเมื่อกี้ออกมาจากร่างได้อีกแล้ว แล้วก็ไปลอนดอนด้วย รู้สึกร้อนแสบตัวมาก แฟนเก่าเปิ้ลก็บอกว่าตอนนี้ที่ลอนดอนอากาศร้อนมาก ตัวเขายังเป็นสีน้ำตาลเลยเพราะว่าแดดจัดมาก ส่วนผู้จัดการของเปิ้ล ตอนที่เปิ้ลโทรหาเขา เขาบอกว่าเปิ้ลรู้ไหมตอนนี้เบนซ์ไส้ติ่งแตกอยู่ที่โรงพยาบาล”

เมื่อถามต่อว่าทุกวันนี้ยังถอดวิญญาณได้อยู่ไหม เปิ้ลกล่าวว่า 

         “เราไม่ได้ว่าอยากจะถอดหรือไม่ถอด เรามองว่าทุกอย่างมันเป็นอนิจจัง อะไรก็เกิดขึ้นได้ เกิดวันนึงถ้าเปิดหลับไปแล้วไม่ตื่น ก็ขอฝากประมูลของเปิ้ลด้วยก็แล้วกัน ที่เลือกมาประมูลของเป็นเพราะว่าก่อนหน้านี้เปิ้ลเคยลองไลฟ์สดขายเสื้อผ้าดู มันเกิดจากการที่ของเราแน่นตู้มาก ไลฟ์เล่นๆครั้งแรกเปิ้ลได้เงินมาประมาณเกือบแสนเลยรู้สึกสนุก ไปๆมาๆบางชิ้นของเราที่มันแพง มีมูลค่าพอจะขายหลายคนก็บอกประมูลเถอะพี่ทุกคนอยากร่วมสนุก เราก็เลยมองว่าวันนึงที่เราไม่อยู่แล้วทุกคนจะได้ร่วมสนุกกันอีก (ด้วยความโสด ตัวคนเดียวเลยคิดว่างั้นเราเตรียมสั่งลาไว้ดีกว่า) ใครบอกว่าเปิ้ลโสดค่ะ ก็มีคุยๆกันบ้างไม่ได้โสดสนิท100เปอร์เซ็นต์ (มันเหมือนการสั่งเสีย บางคนเขาก็ถือเรื่องพวกนี้ว่าไม่ควรจะเขียน เหมือนมันจะเป็นลาง) มันเป็นการสั่งในเรื่องที่ดี เจตนารมณ์ของเปิ้ลต้องการนำเงินไปช่วยเหลือ4มูลนิธิ ได้แก้มูลนิธิสิทธิสตรี เด็กกำพร้า สัตว์จรจัด-พิการ แล้วก็โรงพยาบาลสงฆ์ เปิ้ลจำได้ขึ้นใจเพราะเปิ้ลมักจะพูดสั่งดีเรื่องนี้ไว้กับคนรอบข้างเปิ้ลเสมอ ไม่ใช่การสั่งเสียแต่เป็นการสั่งดีค่ะ แล้วตอนนี้ก็ได้ทำพินัยกรรมที่เขียนเป็นรูปร่างไว้เรียบร้อยแล้วฝากทนายความไว้ แต่เปิ้ลกลัวว่าจะไม่มีคนจัดการเรื่องให้เปิ้ลเลยบอกผ่านช่องทางของเปิ้ลด้วยก็เท่านั้นเอง (จะไม่มีลูก ไม่มีสามีแล้ว) ไม่ได้กะเกณฑ์อะไรในชีวิตทั้งสิ้น คิดว่าอยากทำสิ่งที่ตั้งใจไว้ก็โอเคแล้ว ถึงแม้จะมีสามี สามีเปิ้ลก็ต้องดูแลเปิ้ลได้ แล้วของเปิ้ลจะต้องไม่ขยับไปไหน ต้องอยู่ตรงนั้น มันเป็นสิ่งที่เปิ้ลตั้งใจไว้แล้ว”