พร้อมลงจอให้ได้ชมกันแล้ว สำหรับละครแนวโศกนาฏกรรมความรักข้ามภพข้ามชาติอย่าง  “กลิ่นกาสะลอง”  ของผู้จัดฯ คนเก่ง “แหม่ม" ธิติมา จากค่าย ฟีลกู๊ด เอนเตอร์เทนเมนต์ ซึ่งเรื่องนี้ยังได้ ผู้กำกับฯ มากฝีมืออย่าง “สันต์ ศรีแก้วหล่อ” ที่กลับมาร่วมงานกับช่อง 3 อีกครั้งหนึ่ง เรื่องนี้ ยังเป็นการโคจรมาพบกันเป็นครั้งแรกของพระนางสุดฮอต อย่างหนุ่มหน้าตี๋ “เจมส์ มาร์” ซึ่งเรื่องนี้ ต้องมารับบทเป็นหมอหนุ่ม 2 ภพ 2 ชาติ โดยในอดีตเป็น “หมอทรัพย์”  แพทย์แผนจีนยุคใหม่ที่ได้มา พบรักกับกาสะลองที่เมืองเชียงใหม่ โดยไม่ทราบว่ากาสะลองมีฝาแฝดชื่อ “ซ้องปีบ” และในยุคปัจจุบัน รับบทเป็น “ทินกฤต” คุณหมอและลูกชายเจ้าของโรงพยาบาล และเป็นแฟนกับพิมพ์พิศา คนที่เหมือน จะรักแต่บางครั้งกลับคล้ายรอคอยใครอีกคนอยู่ตลอดเวลา 

 

กลิ่นกาสะลอง
เนียรปาตี

เรื่องย่อ
         พุทธศักราช ๒๕๕๐ (ปัจจุบัน) ‘นายแพทย์ทินกฤต’ และ ‘แพทย์หญิงพิมพ์พิศา’เป็นคู่รักกันมาตั้งแต่สมัยเป็นนักศึกษาแพทย์ด้วยกัน จนกระทั่งเรียนจบพิมพ์พิศาก็มาทำงานเป็นแพทย์ประจำอยู่โรงพยาบาลที่บิดาของทินกฤตเป็นเจ้าของ ทั้งสองคนรักกันดี แต่ก็ไม่มีวี่แววว่าจะแต่งงานกันทุกครั้งที่พิมพ์พิศาเอ่ยถึงเรื่องนี้ทินกฤตก็จะปฏิเสธเรื่อยไปโดยที่ตัวเองก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไรจนกระทั่งเมื่อทั้งคู่ขึ้นมาดูที่ดินที่เชียงใหม่
         ทินกฤตก็รู้สึกว่าตนเองมีความผูกพันกับที่ดินผืนนั้น เขาฝันถึงอดีตบ่อยๆและทุกครั้งจะมีกลิ่นดอกกาสะลอง (ดอกปีบ) อบอวลไปทั่วเช่นเดียวกับพิมพ์พิศาที่ได้รับปิ่นจากชายลึกลับผู้มาเจรจาเรื่องที่ดินก็รู้สึกว่าปิ่นเงินอันนั้นรบกวนจิตใจเธออย่างบอกไม่ถูกบางครั้งก็ฝันประหลาดจนเสมือนว่าตัวเองอยู่ในเหตุการณ์นั้นจริงๆทินกฤตตัดสินใจซื้อที่ดินผืนนั้นอย่างไม่ลังเลเพื่อปลูกบ้านส่วนตัวมิใช่ปลูกเป็นเรือนหออย่างที่พิมพ์พิศาเข้าใจเมื่อทินกฤตใส่ใจกับการดูแลบ้านหลังใหม่มากกว่าเรื่องอื่นใดพิมพ์พิศาก็เริ่มจะรู้สึกว่าคู่รักเปลี่ยนไปมากขึ้นแม้ว่าทินกฤตจะไปมาหาสู่ที่บ้านของเธอบ่อยๆแต่เขาไม่ได้ไปเพื่อพบเธอ แต่กลับตั้งใจไปพบ นางบัวเกี๋ยงย่าของพิมพ์พิศาผู้ซึ่งพิมพ์พิศาปักใจเชื่อว่าย่าไม่รักหล่อนจนอาจถึงขั้นเกลียด
สำหรับนางบัวเกี๋ยงนั้น แม้จะมีอาวุโสมาก แต่เมื่อทินกฤตไปพบนางก็จะทำตัวยำเกรงชายหนุ่มประดุจตนเองเป็นผู้น้อยอยู่ตลอดเวลา

 


         ‘นายแพทย์ภาคภูมิ’ คือเพื่อนสนิทของทินกฤต กำลังจีบ ‘วิจิตรา’โปรดิวเซอร์สาวซึ่งมารู้ภายหลังว่าเป็นเพื่อนกับพิมพ์พิศาสมัยเรียนมัธยมภาคภูมิช่วยประสานงานให้กองถ่ายของวิจิตรามาใช้สถานที่ถ่ายทำในโรงพยาบาลของทินกฤต ทำให้คนทั้งหมดมาเจอกันและมีแผนเดินทางไปเชียงใหม่ด้วยกันโดยไม่มีใครรู้ว่าทั้งหมดมีความเกี่ยวพันกันมาจากอดีตชาติและการไปเชียงใหม่ครั้งนี้จะทำให้ชีวิตของทุกคนเปลี่ยนไป
         ทินกฤตยอมให้วิจิตรามาชมบ้านใหม่ของเขา ทั้งที่เขาหวงนักหนาทำให้พิมพ์พิศาคิดว่าทินกฤตมีใจให้กับวิจิตรายิ่งทินกฤตแอบกลับไปพักที่บ้านใหม่ของเขาทั้งที่จองที่พักในเมืองไว้แล้วยิ่งทำให้พิมพ์พิศาคิดฟุ้งซ่านขับรถตามไปอย่างฉุนเฉียวจนเกิดอุบัติเหตุขึ้น พิมพ์พิศารถคว่ำคนเจ็บถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล แต่ทินกฤต ภาคภูมิ และวิจิตรากลับได้รับคำตอบว่า พิมพ์พิศากลับกรุงเทพไปแล้วโดยไม่บอกใครซ้ำรถที่พิมพ์พิศาเช่ามาขับก็มิได้เกิดอุบัติเหตุแต่อย่างใด
         ไม่มีใครรู้ว่า ทั้งหมดนี้เกิดจากการบันดาลของวิญญาณกาสะลองหลังจากอุบัติเหตุรถคว่ำวิญญาณของกาสะลองเข้ามาสิงในร่างของพิมพ์พิศาหรือ ‘ซ้องปีบ’ในอดีตชาติบางครั้งพิมพ์พิศาจึงได้รู้ได้เห็นเหตุการณ์ในอดีตอย่างคนนอกแต่บางครั้งก็รู้สึกเสมือนทำด้วยตนเอง

 


         ทินกฤตมีโอกาสได้พบพิมพ์พิศาเพียงครั้งเดียวที่กรุงเทพแต่เขากลับรู้สึกว่าเธอมิใช่พิมพ์พิศาคนเดิมที่เขารู้จักหากเป็นใครอีกคนที่เขาคุ้นเคยในความฝันในที่สุดทินกฤตจึงชวนพิมพ์พิศากลับไปเชียงใหม่อีกครั้ง ทั้งๆที่นัดหมายกันเป็นอย่างดี แต่วันเดินทางมารดาของพิมพ์พิศาบอกว่าหล่อนล่วงหน้าไปก่อนแล้วเมื่อทินกฤตไปถึงบ้านที่เชียงใหม่ก็พบว่าพิมพ์พิศาคอยอยู่ที่นั่นแล้วจริงๆทว่าหล่อนอยู่ในเครื่องแต่งกายที่แปลกออกไปคล้ายกับการแต่งกายของชาวล้านนาในอดีต
         ภาคภูมิและวิจิตราร่วมทางมาเชียงใหม่ด้วย แต่จู่ๆ ก็พลัดหลงกับทินกฤตและพิมพ์พิศาที่งานสงกรานต์ตามหาเท่าไรก็ไม่พบ สุดท้ายจึงตัดสินใจกลับกรุงเทพฯก็พบพิมพ์พิศาเป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่ที่บ้านส่วนทินกฤตก็หายตัวไปจริงๆ...ทั้งหมดนี้ ล้วนเป็นฝีมือของ ‘กาสะลอง’มณฑลพายัพในอดีต (พ.ศ.๒๔๖๗ ปลายรัชกาลที่ ๖ ต่อรัชกาลที่ ๗)
         ‘ทรัพย์’ นายหมอหนุ่มเชื้อสายจีนนั่งเรือหางแมงป่องที่ขนสินค้าจากกรุงเทพมาขายที่เชียงใหม่เพื่อทำงานในโรงพยาบาลของคณะมิชชันนารีในเช้ามืดวันที่เรือจะเข้าเทียบท่านั้นเอง เรือติดแก่งลูกถ่อทั้งหลายจึงต้องช่วยกันประคองเรือไม่ให้คว่ำในความสลัวนั้นนายหมอหนุ่มก็เห็นว่ามีหญิงสาวผู้หนึ่งกำลังเก็บดอกไม้ที่ท่าน้ำและมองตลอดเวลาที่เรือโคลงเคลงเขาประทับภาพนั้นไว้ในความทรงจำตั้งแต่แรกเห็นเรือเทียบท่าเมื่อฟ้าสางขณะที่นายหมอทรัพย์เดินผ่านตลาดเพื่อไปยังที่พักเขาได้เห็นหญิงสาวผู้เก็บดอกไม้ที่ท่าน้ำ แต่ ‘นางเหมย’ผู้ติดตามหญิงสาวผู้นั้นเห็นเข้าเสียก่อน จึงกันนายสาวออกไปเสียเมื่อถึงที่พักนายหมอทรัพย์ก็ได้พบ ‘บัวเกี๋ยง’เด็กหญิงตัวน้อยมาคอยเขาอยู่ในห้องพัก

 


         ความคำนึงถึงสาวที่ท่าน้ำทำให้นายหมอทรัพย์สอบถามจากผู้คนในตลาด ได้ความว่า นางชื่อ‘ซ้องปีบ’ เป็นลูกสาวของนายแคว้นมั่งผู้เกลียดชังฝรั่งและคนจีนหนักหนา แต่ถึงกระนั้นนายหมอทรัพย์ก็ยังมาที่ท่าน้ำและได้พบหญิงสาวคนเดิมได้พูดจากันบ้าง นางมิได้บอกว่าชื่ออะไรเพียงแต่พยักหน้าไปทางดอกปีบที่ร่วงอยู่ ซึ่งดอกปีบนั้นเรียกกันอีกชื่อหนึ่งว่า กาสะลอง
         นั่นคือจุดเริ่มต้นของความเข้าใจผิด นายหมอทรัพย์ไม่รู้ว่า‘กาสะลอง’ และ ‘ซ้องปีบ’เป็นพี่น้องฝาแฝดกันซึ่งนิสัยใจคอต่างกันสุดขั้ว ผู้ที่นายหมอหลงรักคือกาสะลอง แต่ผู้ที่นายหมอพบบ่อยและเข้าใจผิดคือ ซ้องปีบหมอทรัพย์จึงบอกบัวเกี๋ยวอยู่เสมอว่าเขาหลงรักซ้องปีบ

         ด้วยเหตุนี้ นายหมอทรัพย์จึงถูกเขม่นจาก ‘มั่นฟ้า’ชายหนุ่มผู้เสน่หาในตัวซ้องปีบ มั่นฟ้าตามเอาใจซ้องปีบมาตั้งแต่รุ่นสาวโดยที่ซ้องปีบเองก็มิได้มีทีท่าจะคล้อยตามด้วยสักเท่าไรเพียงแต่ชอบที่มั่นฟ้ามาเอาใจเท่านั้น เช่นเดียวกับที่มั่นฟ้าก็ไม่เคยเอะใจว่านางเหมย ผู้ติดตามซ้องปีบรักเขาหมดหัวใจ

 


         ก่อนวันสงกรานต์ ชาวบ้านต่างไปเตรียมงานที่วัดทว่าซ้องปีบกลับไปนั่งใต้ต้นยาง อยากได้กล้วยไม้มาประดับมวยผมนายหมอทรัพย์ผ่านมาเจอพอดีการแข่งขันระหว่างนายหมอหนุ่มเชื้อสายจีน และมั่นฟ้าจึงเกิดขึ้นบัวเกี๋ยง...เจ้าเด็กตัวน้อย รีบไปตามกาสะลองมาดูเหตุการณ์กาสะลองยอมมาตาม แต่ก็อยู่ไม่จบตลอดการแข่งขันเพราะรู้สึกทนไม่ได้ที่นายหมอหนุ่มที่ตนแอบเก็บความรู้สึกนิยมอยู่ในใจทุ่มเทให้ซ้องปีบถึงเพียงนี้ ผู้ชนะตามกติกาคือมั่นฟ้าหากผู้ชนะตามใจของซ้องปีบคือนายหมอทรัพย์มั่นฟ้าจึงรู้สึกเหมือนถูกหักหน้าอย่างแรงวางแผนลอบทำร้ายนายหมอหนุ่มเย็นวันนั้น
         นายหมอทรัพย์ไปที่วัดตามคำชวนของบัวเกี๋ยงจึงได้เห็นว่าสาวน้อยหน้าแฉล้มผู้นั้นนั่งทำงานอยู่ในศาลาประดับมวยผมด้วยดอกปีบสีขาวนวลเป็นช่อ เช่นที่เขาเห็นอยู่บ่อยๆมิใช่ดอกกล้วยไม้ที่เขาเก็บให้ก็น้อยใจประจวบกับผู้เฒ่าผู้แก่ที่อยู่ในศาลาวัดต่างซักถามกาสะลองถึงเรื่องที่นายแคว้น บิดาของนางยกลูกสาวให้แต่งงานกับลูกพ่อเลี้ยงทำให้นายหมอทรัพย์เข้าใจผิดคิดไปอีกว่าหล่อนถูกหมั้นหมายไปกับชายอื่นแล้ว เขาจึงแทบจะหมดหวังในความรัก

 

 


         ระหว่างทางกลับบ้านนายหมอทรัพย์พบมั่นฟ้าที่ดักรออยู่ระหว่างทางชายหนุ่มทั้งสองทะเลาะกันจนถึงขั้นลงไม้ลงมือ นายหมอหนุ่มพลาดท่าจึงถูกมั่นฟ้าเหวี่ยงมีดผ่านช่องท้องจนล้มลงไปกองกับพื้นเมื่อมั่นฟ้าเห็นว่ากาสะลองและบัวเกี๋ยงยืนมองเหตุการณ์ทั้งหมดจึงรีบหนีไป สตรีต่างวัยสองคนจึงต้องช่วยกันพยาบาลคนเจ็บทั้งที่มืดค่ำ

         การบาดเจ็บคราวนั้น ทำให้นายหมอทรัพย์รู้ความจริงว่าสตรีที่เขาหลงรักเป็นฝาแฝดและคนที่เขารักตั้งแต่แรกเห็นคือกาสะลอง มิใช่ ซ้องปีบในวันที่ซ้องปีบเข้ามาพูดคุยกับเขาอีก เขาจึงพยายามบ่ายเบี่ยงเพื่อมิให้เกิดการเข้าใจกันผิดอีก หากการกระทำนี้กลับทำให้ซ้องปีบเกลียดกาสะลองยิ่งขึ้นที่นายหมอหนุ่มเอาอกเอาใจกาสะลองด้วยความอบอุ่นด้วยความรักที่บริสุทธิ์อย่างที่นางไม่เคยได้จากชายใดมาก่อนนางจึงหมายมั่นจะได้ครอบครองนายหมอทรัพย์
         ซ้องปีบมีบิดาเป็นผู้ถือหาง ในขณะที่กาสะลองมีแม่เป็นผู้คุ้มภัยแต่ผู้เป็นใหญ่ในบ้าน คือนายแคว้นมั่งผู้บิดาดังนั้นไม่ว่าซ้องปีบจะต้องการอะไร หรือกล่าวเท็จอย่างไรบิดาจะเชื่อแล้วหาความเอากับกาสะลองแต่ผู้เดียว

 


         เมื่อซ้องปีบไม่ยอมแต่งงานกับลูกพ่อเลี้ยงกรรมนั้นจึงมาตกอยู่กับกาสะลองกาสะลองรู้ตัวแล้วว่าตนเองรักนายหมอทรัพย์หมดหัวใจเช่นเดียวกับที่นายหมอหนุ่มก็สารภาพกับกาสะลองและมารดาของนางเมื่อเหตุการณ์จวนจะบานปลายนายหมอหนุ่มจึงตัดสินใจชวนกาสะลองและบัวเกี๋ยงหนีไปอยู่ด้วยกันที่กรุงเทพ
         การหนีครั้งที่หนึ่ง ไร้ผล เพราะเหตุสุดวิสัย
         การหนีครั้งที่สอง กาสะลองปลอมตัวเป็นแหม่มไปขึ้นรถไฟนายแคว้นมั่งผู้บิดาตามไปพบที่สถานีรถไฟโดยบังเอิญกาสะลองจึงถูกฉุดกระชากลากถูลงจากรถโดยมีนายหมอหนุ่มตามลงมามีเพียงบัวเกี๋ยงเท่านั้นที่ยังอยู่บนรถไฟกับคณะมิชชันนารีและเดินทางไปผจญชีวิตตามลำพัง
         กาสะลองถูกขังไว้ในบ้าน มีผู้เฝ้าอย่างแน่นหนา แต่ด้วยความช่วยเหลือของมั่นฟ้านายหมอทรัพย์จึงหาอุบายพากาสะลองหนีไปด้วยกันได้สำเร็จในขณะที่มั่นฟ้าถูกจับได้และโดนซ้อมอย่างหนัก เมื่อนางเหมยมาช่วยเหลือ ทั้งคู่จึงหนีไปด้วยกันในฐานะผู้ทำผิดที่ทางการค้นหาตัวนายแคว้นมั่งสืบทราบว่ากาสะลองและนายหมอทรัพย์หนีไปตั้งบ้านเรือนอยู่ที่เมืองแจ๋ม (แม่แจ่ม) จึงตามไปหาที่นั่นทำทีว่าเห็นอกเห็นใจและให้อภัยกับการกระทำของคนทั้งคู่และสั่งให้ซ้องปีบไปขอขมากาสะลองเสียตามลำพังแต่ความจริงแล้วคือแผนการสลับตัวซ้องปีบและกาสะลอง!

 


         กาสะลองถูกกุมตัวมาอยู่ที่บ้านเดิมทันได้เห็นวาระสุดท้ายของผู้เป็นมารดาที่ป้าช้า มั่นฟ้าและนางเหมยแอบมาพบกาสะลองแล้วเล่าความจริงหลายเรื่องและบอกว่าตนเองจะเป็นผู้นำความจริงเรื่องนี้ไปบอกกับนายหมอทรัพย์ความนี้รู้ถึงหูนายแคว้นมั่ง กาสะลองจึงถูกจับขังในยุ้งข้าวให้ลูกน้องเป็นคนเฝ้าก่อนที่ตัวเองจะไปให้ถึงแม่แจ่มก่อนมั่นฟ้าและนางเหมย
         ในยุ้งข้าวที่คุมขัง กาสะลองต้องเจอเหตุการณ์ไม่คาดฝันเมื่อลูกน้องของบิดาเข้ามาหมายจะข่มขืน นางจึงป้องกันตัวเองสุดชีวิตรวมรวมพลังกายเฮือกสุดท้ายใช้ผ้ารัดคอชายหนุ่มผู้นั้นตายเวลาหลายวันที่ถูกกุมขังกาสะลองได้แต่เก็บกินเมล็ดข้าวเคียงศพลูกน้องบิดาอยู่อย่างนั้นจนในวันหนึ่งนางก็หมดลมหายใจ
         ที่แม่แจ่ม นายหมอทรัพย์รู้สึกแปลกใจว่ากาสะลองแปลกไปจนเมื่อมั่นฟ้ามาบอกเล่าความจริงจึงมั่นใจในความคิดของตนซ้องปีบไม่ยอมให้นายหมอกลับไป หากมั่นฟ้าและนางเหมยรั้งตัวไว้ซ้องปีบจึงทำร้ายนางเหมยจนตายด้วยปิ่นเงินที่มั่นฟ้าเคยให้นางไว้เมื่อครั้งยังเสน่หา ขณะที่ชุลมุนกันอยู่นั้น ตะเกียงถูกเหวี่ยงกระทบหินจนแตกเปลวไฟไหม้คนทั้งสามตายอยู่กลางทุ่งฝ้ายนั้น
         นายหมอทรัพย์ตามมาหากาสะลองทันเพียงแค่เห็นเปลวไฟที่กำลังมอดเขาจึงเก็บเอาเถ้ากระดูกของนางรวมกับเมล็ดปีบต้นที่ท่าน้ำเรือนของนาง กลับไปปลูกที่ริมธารน้ำ ใกล้เรือนที่ถูกเผาของเขาที่แม่แจ่ม

 


         ทั้งสามคน กลับมาพบกันใหม่ ด้วยกงกรรมกงเกวียน นายหมอทรัพย์...นายแพทย์ทินกฤต ซ้องปีบ...แพทย์หญิงพิมพ์พิศา มั่นฟ้า...นายแพทย์ภาคภูมิ นางเหมย...วิจิตรา เมื่อทุกคนรู้ว่าต้นสายแห่งปริศนาหลายเรื่องในปัจจุบันเกิดขึ้นเพราะอะไร พิมพ์พิศาก็ไม่คาดคั้นให้ทินกฤตแต่งงานด้วยอีก
ส่วนภาคภูมิและวิจิตราก็ตกลงปลงใจร่วมหอลงโรงสร้างครอบครัวด้วยกัน
         นายแพทย์ทินกฤตลาโลกไปอย่างสงบในคืนวันแต่งงานของเพื่อนนั่นเอง หากชายหนุ่มหลับฝันอย่างมีความสุข เพราะในฝันนั้นเขาเห็นนางแน่งน้อยผิวขาวนวลผ่องในผ้าพันอกสีดอกฝ้ายเกล้าผมเป็นมวยดำขลับประดับด้วยดอกกาสะลองช่อใหญ่ขาวพราวกระจ่าง

สามสิบปีให้หลัง (พุทธศักราช ๒๕๘๐)
         ‘พิมพ์มาดา’ บุตรสาวของแพทย์หญิงพิมพ์พิศาตั้งใจจะเปิดโฮมสเตย์ที่แม่แจ่มจังหวัดเชียงใหม่ เพราะมารดาของนายแพทย์ทินกฤตโอนที่ดินให้หลังจากเสียบุตรชายไป พิมพ์มาดารู้สึกผูกพันกับที่ดินผืนนี้มาก เมื่อใกล้เสร็จสมบูรณ์ ช่วงที่ต้องวางแผนงานเปิดตัวนั่นเอง ที่พิมพ์มาดาได้พบ ‘ปรัศวินทร์’ บุตรชายคนเดียวของนายแพทย์ภาคภูมิ และคุณวิจิตรา ทั้งสองคนมีความคุ้นเคยในหลายๆ เรื่องเหมือนกัน แต่มักจะไม่ค่อยได้คุยกันดีๆ สักเท่าไหร่นัก เพราะต่างฝ่ายต่างไม่เคยลงให้แก่กัน คุณพิมพ์พิศาเอง
         เมื่อเห็นชายหนุ่มครั้งแรกก็อดนึกไม่ได้ว่าเขาช่างเหมือนทินกฤตเสียนี่กระไร เช่นเดียวกับมารดาของนายแพทย์ทินกฤตผู้จากไป ก็รักใคร่ปรัศวินทร์ไม่ต่างจากลูกชายแท้ๆ ของตนเองจนบางครั้งก็หลงไปว่า ปรัศวินทร์ คือ ทินกฤต และพิมพ์มาดา คือพิมพ์พิศา

         ในที่สุด โครงการเปิดโฮมสเตย์ก็ล้มเลิก เมื่อปรัศวินทร์และพิมพ์มาดาปรับความเข้าใจกันได้ และมีความเห็นตรงกันว่า อยากเก็บสถานที่แห่งนี้ไว้เป็นที่ส่วนตัวมากกว่าเปิดให้คนอื่นเข้าพัก ความรักของนายหมอทรัพย์และอี่นายกาสะลองจึงสมหวังเมื่อเวลาล่วงผ่ านมาหลายสิบปี

 

จบบริบูรณ์

 

 

         ทางด้านนางเอกมากความสามารถอย่าง “ญาญ่า อุรัสยา” ก็รับบทหนักไม่แพ้กัน เพราะเรื่องนี้ ต้องรับบทบาทในหลากหลายคาแรกเตอร์เป็นฝาแฝด “กาสะลอง”  และ   “ซ้องปีบ” ในสมัยอดีตที่เกิด เรื่องราวความรักที่วุ่นวายระหว่าง “หมอทรัพย์” และ “กาสะลอง” กับความอิจฉาริษยาของ “ซ้องปีบ” ฝาแฝดของกาสะลองที่ต้องการแย่งชิงและเอาชนะหัวใจหมอทรัพย์ได้ ไม่ว่าจะต้องทำร้ายหรือทำลาย ใครก็ตามที่ขวางทางรักของเธอ ไม่เว้นแม้แต่พี่สาวอย่างกาสะลอง  และอีกหนึ่งคาแรคเตอร์กับการ กลับชาติมาเกิดของซ้องปีป นั่นคือบทของ “พิมพ์พิศา” แพทย์หญิงคู่รักนายแพทย์ทินกฤต ที่ตามรัก ตามผูกพันมาจนถึงปัจจุบัน ทำให้เกิดเรื่องราวความรักความแค้นแสนเข้มข้น ซึ่งนางเอกสาว “ญาญ่า อุรัสยา” ได้ให้สัมภาษณ์ว่า

 

 

         “รับบทเป็นฝาแฝด กาสะลอง กับ  ซ้องปีบ และพิมพ์พิศาในภพปัจจุบันค่ะ ละครเรื่องนี้เป็น อะไรที่ท้าทายสำหรับเรามาก ๆ ในฐานะนักแสดง นอกจากจะมีเนื้อเรื่องที่ข้ามภพข้ามชาติแล้ว ญ่ายังต้องเล่นเป็นฝาแฝดกาสะลอง/ซ้องปีป ซึ่งสองคนนี้นิสัยคนละขั้วกันเลย พอมาในภพปัจจุบันคือ ซ้องปีบก็ได้มาเกิดใหม่เป็นพิมพ์พิศา เป็นคนอีกคนที่ก็ไม่เหมือนอดีตชาติอย่างซ้องปีป คาแรกเตอร์ แต่ละตัวที่ได้รับมันจึงไม่เหมือนกันเลยค่ะ โดยเฉพาะกาสะลองตอนที่เป็นผี นี่คือไม่เหมือนกาสะลอง ตอนที่เป็นคนเลย รวม ๆ แล้วจึงเป็น 4 คาแรกเตอร์หลักที่ญ่าต้องรับบทบาทในเรื่องนี้ ต้องบอก ว่าเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยากและต้องทำการบ้านอย่างหนักอีกเรื่องหนึ่งของญ่า ทั้งเรื่องของภาษา และ เรื่องการแสดง คือทุกอย่างต้องชัดเจนเพื่อให้คนดูเข้าใจและแยกได้เลยว่าตัวละครแต่ละตัวไม่เหมือน กัน  ซึ่งต้องบอกว่าเนื้อเรื่องเข้มข้นมาก เป็นอะไรที่ท้าทายสุด ๆ เพราะมันมีครบทุกรสชาต มีรัก ริษยา เกลียดแค้น ชิงชัง มาเต็มทุกอารมณ์ของความเป็นมนุษย์เลยก็ว่าได้ แถมเรื่องนี้ญ่ายังต้องพูดภาษาเหนือ ด้วย ซึ่งบอกเลยว่าภาษาเหนือเป็นภาษาที่ไพเราะ และน่าฟังมาก ๆ ญ่าก็พยายามถ่ายทอดออกมา ให้ได้ดีที่สุด อยากให้ทุกคนได้ติดตามกันค่ะ”

 

         ส่วนพระเอกหนุ่มหน้าตี๋ “เจมส์ มาร์” ได้ให้สัมภาษณ์ว่า “รับบทเป็นหมอทรัพย์ กับ หมอทินกฤต เป็นบทบาทของอดีตชาติกับปัจจุบันของเราครับ ในเรื่องญาญ่าจะมีพี่น้องฝาแฝดคือ กาสะลองกับซ้องปีบ คือเราเกิดไปหลงรักกาสะลองตั้งแต่แรกพบ โดยที่เราไม่รู้ว่ากาสะลองมีฝาแฝดชื่อ ซ้องปีบ อีกคนหนึ่ง ทำให้เราเข้าใจผิดไปตามจีบซ้องปีปเพราะคิดว่าซ้องปีปกับกาสะลองคือคน ๆ เดียวกัน และความเข้าใจผิดนี้ก็ทำให้เกิดเป็นรัก 3 เศร้า ผิดฝาผิดตัว จนเกิดเป็นบ่วงกรรมผูกพัน ร่วมกันมาตั้งแต่อดีตชาติจนถึงปัจจุบัน”

 

 

         นอกจากนี้ยังมีนักแสดงคุณภาพอีกมากมายร่วมแสดง อาทิ ฐากูร การทิพย์ , นันทนัช โล่ห์สุวรรณ , ปุ๊ มนตรี เจนอักษร , ต่าย เพ็ญพักตร์ ศิริกุล , กุลฑีรา ยอดช่าง , วริษฐ์ ทิพโกมุท ฯลฯ  ละครพีเรียดของผู้ประพันธ์ “เนียรปาตี” บทโทรทัศน์ “ปารดา กันตพัฒนกุล”  กับเรื่องราวโศกนาฏกรรมความรักในอดีตชาติ จิตที่ผูกพยาบาทและบ่วงกรรมที่ทำร่วมกันมาตั้งแต่ชาติปางก่อน เรื่องราวความรัก ความแค้น คำสัญญา  และการรอคอยอันแสนยาวนานของ กาสะลองจะเข้มข้นขนาดไหน

 

 

         ติดตามชมได้ในละคร “กลิ่นกาสะลอง” ทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.20 น. เริ่มตอนแรกวันจันทร์ที่ 10 มิถุนายน 2562 ทางช่อง 3 และช่อง 33 หรือช่องทาง โซเชียล Ch3 Thailand