royal coronation
11 ธันวาคม 2562
บันเทิง

'อินดี้-อินทัช' ลัคกี้อินเกม ลัคกี้อินเลิฟ

20 พฤษภาคม 2562 - 13:00 น.
อินดี้ อินทัช ลัคกี้อินเกม ลัคกี้อินเลิฟ,อินดี้ อินทัช รัก แก้มยุ้ย แฮปปี้,อินดี้ อินทัช เผยใช้เงินแค่วันละ 1500 บาท,อินดี้ อินทัช เหลียวรักวงศ์,บันเทิงไทย,บันเทิงคมชัดลึก
Shares :
เปิดอ่าน 3,743 ครั้ง

"อินดี้" อินทัช เหลียวรักวงศ์ เผยเป็นนักแสดงอิสระรับงานได้หลากหลายขึ้น ยอมรับความตอนนี้กับ "แก้มยุ้ย" แฮปปี้ ฟุ้ง ลดปาร์ตี้ลงไปเยอะ

   ทีมบันเทิง คมชัดลึก-เรียกว่าเป็นพระเอกอิสระอีกหนึ่งคนที่ตอนนี้มีแสดงเข้ามาหลากหลายมากขึ้น สำหรับ "อินดี้" อินทัช แถมเรื่องความรักตอนนี้กับสาวนอกวงการชื่อ "แก้มยุ้ย" ก็กำลังไปได้สวย ลัคกี้อินเกม ลัคกี้อินเลิฟ ขนาดนี้ ก็ต้องคว้าตัว หนุ่มอินดี้ มาพูดคุยกันซะหน่อย

ปีนี้ดูมีละครหลายเรื่อง ?
   "ปีนี้มีประมาณ 3 เรื่อง อีกเรื่องหนึ่งเป็นคลับฟรายเดย์"
ละครที่ได้รับทำให้ตัวเองไปเรื่อยๆ ?
   "บทแตกต่างไหม ผมรู้สึกว่าผมยิ่งเล่นผมยิ่งเจออะไรยากๆ จริงๆ อยากจะบอกว่าผมเป็นคนชอบเล่นคอเมดี้นะ แต่ไม่เคยเจอคอเมดี้เลย มาเจอดราม่าแล้วก็ดราม่าที่สุดแค่นั้นมันมีสุดกับไม่สุดสองอย่าง แต่ว่าก็ยังเป็นดราม่าอยู่ดี"
เพราะเราเป็นลูกของ บี๋ ธีรพงศ์ กับ ฮันนี่ ภัสสร คนก็เลยคิดว่าน่าจะเล่นได้เหมือนเขา ?
   "คือถามว่าเราเล่นได้ไหม เราต้องให้คนดูตัดสินใจว่าเราเล่นดราม่าได้ไหมส่วนตัว ดี้ รู้สึกว่าบทอะไรที่เราได้รับมันจะหนักทุกเรื่องเลย แต่โชคดีตรงที่ว่าเรื่องนี้ (แพศยา) ก็เป็นเรื่องของผู้หญิง เพราะฉะนั้นผู้หญิงจะนำ ซึ่งตัวของ ดี้ เองจะเป็นหมอเรียบๆ ถือว่ายังโชคดี" 
ดราม่าไหม ?
   "ไม่ทราบพี่ เพราะบทมาแค่ 10 ตอน 10 ตอนนี้ผมรอดไม่ดราม่า แต่ไม่รู้ว่าพอ 11 ถึง 24 จะเป็นยังไง"
แต่บทดราม่าไม่เป็นของแสลงสำหรับ อินดี้ ใช่ไหม ?
   "ไม่ฮ่ะ เพียงแต่ว่าเรามาตั้งแต่เรื่องแรก แต่เราอยากคอเมดี้"

ทำไมเราคิดว่าจะคอเมดี้ได้ ?
   "ทำไมเหรอ เพราะเรารู้ว่าการเล่นดราม่ามันหนักแคไหน เรารู้ว่าเราต้องเจออะไร ทำการบ้านหนักไหม ร้องไห้แล้วเป็นยังไง"
คอมเมดี้บางทีมันก็ยากนะ ?
    "คอมเมดี้ยากไหม อย่างน้อยเราไม่เครียด (รู้ได้ไง) เคยเล่นซิทคอมมา บางทีผมเคยเจอโจทย์ยากยิงปืนก่อนแล้วน้ำตาค่อยไหล บางทีโป้งสมาธิเราหลุดแล้วจะให้น้ำตาไหลเดี๋ยวนั้นมันยากไง"
ชินยังกับบทดราม่า ?
   "ชินแล้ว เราเจอมาตั้งแต่เรื่องแรกแล้วอ่ะ จนกระทั่งเรื่องนี้โชคดีที่เรื่องนี้ (แพศยา) น้อยหน่อย อีกเรื่องหนึ่งที่เล่นโอ้ย (ลากเสียงยาว) ดราม่าเหลือเกินจะดราม่าไปไหนไม่รู้ ใครไม่เคยเล่นดราม่าจะไม่ทราบเลยว่ามันเครียด แล้วด้วยบทบาทที่อาจจะไม่ได้อยู่รอบตัวเรา อาจจะเลยตัวเราไปอีกมันก็ยิ่งเครียด แต่ว่าก็โอเคทำให้ได้พิสูจน์ฝีมือในระดับหนึ่ง"
ขอวิชาจาก คุณพ่อ คุณแม่ ไหม ?
   "ผมพูดตรงนี้เลยว่าไม่เคยขอเลย เขาไม่รู้ว่าเขาจะสอนอะไร"


แสดงว่าเราเคยถามเขา ?
   "ไม่เคยถาม แต่ว่าเขาก็ไม่เคยจะสอน จริงๆ เราลองมานึกถึงตัวเองจะเป็นยังไง คือจริงๆ เราสอนคนอื่นไม่ได้เหมือนกัน อยู่ๆ เพื่อนบอก อินดี้่ สอนการแสดงให้หน่อย เราก็ไม่รู้จะสอนยังไงเหมือนกัน"
เวลาเครียดกับบทเราไปปรึกษาใคร ?
   "ไม่ปรึกษาใครเลย คือเราก็ไปหน้าเซ็ทเลย ทำได้ไม่ได้เดี๋ยวรู้กัน จริงๆ ดี้ โชคดีอย่างหนึ่งดราม่าของ ดี้ ทั้งหมดที่เจอมันเป็นอะไรที่เจอผู้กำกับเก่งๆ ซะส่วนใหญ่ ผู้กำกับก็เคี่ยวเข็นเราพอสมควร จริงๆ ดี้ ไม่ค่อยเจอคนชิลๆ ส่วนใหญ่เจอยากแล้วปล่อยยาก แต่ก็เป็นเรื่องดีสำหรับเรา เพราะถ้าเราปล่อยง่ายไป พอออกไปแล้วเราจะเป็นยังไง"
คนบอกว่าเราเข้าวงการได้เพราะ คุณพ่อ คุณแม่ ตรงนี้มันสลัดหลุดหรือยัง ?
   "อันนี้มันก็สำคัญตรงที่ว่าโชคดีที่ได้เล่นดราม่า จริงๆ ถ้ามันได้เล่นละครอะไรที่มันง่ายๆ สบายๆ คนอาจจะบอกว่าเส้นเข้ามาหรือเปล่า แต่จริงๆ ที่ผ่านมาถ้าใครได้ติดตามผลงานของ ดี้ จะรู้เลยว่ามันยากมากแต่ละบท โดยเฉพาะล่าสุดคลับฟรายเดย์นี่คือที่สุดในชีวิตผมแหละ ก่อนหน้านี้ดูเป็นเด็กไปเลย"
มองข้ามคำว่า เด็กเส้น ไปหรือยัง ?
   "สำหรับ ดี้ อาจจะเป็นเรื่องการพูดข้างหลังมากกว่า ถามว่ามากระทบถึงตัว ดี้ ไหมไม่ค่อยอ่ะพี่ ส่วนใหญ่เป็นการพูดที่ไม่ให้ ดี้ รู้มากกว่า แต่ถามว่ารู้สึกอะไรไหมไม่ค่อยอ่ะ ไม่ใช่ว่าเราตายด้าน แต่เราอยากให้คนดูฝีมือเรา"
เวลาคนยื่นบทมาให้แล้วพูดคำนี้กับ ดี้ รู้สึกยังไง ?
   "เรากดดันนะพี่ โดยเฉพาะเราดูว่าฝั่งตรงข้ามเป็นใคร ฝั่งตรงข้ามเป็น พี่แอน สิเรียม เป็น เชียร์ เป็น พี่นีโน่ อย่างนี้ บางทีเรารู้สึกโหเด็กไปเลย คือเราก็เลยกลัวในบางจุด ถามว่ากลัวถึงขั้นเล่นไม่ออกไหม ไม่ขนาดนั้น"


พอมาเป็นนักแสดงบทบาทหลากหลายขึ้นไหม ?
   "ใช่ จริงๆ ผมโชคดีอย่างหนึ่งว่าเราสามารถเลือกรับบทบาทอะไรอย่างนี้ได้เหมือนกัน แต่ว่าก็ดีเจอครอบครัวที่น่ารัก เจอพี่ๆ เพื่อนๆ เหมือนเปิดโลกใหม่"
การทำงานกับบ้านแต่ละหลังเป็นยังไงบ้าง ?
   "ดีนะ ดีมาก คือผมไม่เคยมีปัญหาว่าบ้านไหนไม่ดีเลย ส่วนใหญ่เขาต้อนรับเราดี อบอุ่น เฟรนด์ลี่"
หลายคนกว่าจะมาเป็นนักแสดงอิสระต้องอาศัยชั่วโมงบิน แต่สำหรับเราที่ทำงานไม่นาน ตัดสินใจที่มาเป็นนักแสดงอิสระ ?
   "ตอนแรกยอมรับตรงๆ ว่า ดี้ ไม่ได้คิดแบบนั้นเลยนะ นี่มองข้ามไปเลย แต่พอพี่ๆ มาพูดอย่างนี้ เรามีความเออว่ะในหัว ตอนแรกที่เราตัดสินใจเราไม่มีความคิดนี้เลย เราไม่มีความคิดว่ามันเร็วไปไหม มันควรไหม มันอะไรอย่างนี้ไหม ยิ่งสมัยนี้ช่องเยอะมาก สื่อเยอะ เราก็ไม่ได้ตัดสินใจนานสักเท่าไหร่ ถ้ายอมรับตามหลักความเป็นจริงมันก็มีความเสี่ยงเหมือนกันในการตัดสินใจครั้งนี้เหมือนกันว่าการที่เราออกมาปุ๊บ แล้วเรามาเจออะไรหรือไม่เจออะไรเลย หรือว่าการที่เราตัดสินใจว่าเห้ยออกมาเผื่อจะเจอ ถ้าให้พูดตามหลักภาษาชาวบ้านเราหมาเลยนะอะไรอย่างนี้"
พอมาเป็นอิสระก็ไม่เคว้ง ?
   "ไม่เคว้ง ก็ถือว่าโอเคในระดับหนึ่งคือเราได้รับการต้อนรับจากหลายๆ ที่ดีด้วยแหละ"


จริงๆ เราชอบเป็นอิสระ หรือชอบผูกมัดด้วยสัญญา ?
   "มีความต่างไหมก็มีนะ ความต่างอย่างแรกอาจจะเป็นเรื่องทีมงานที่เราคุ้นเคยอันนี้เกี่ยวแน่ ก่อนที่ผมจะออกมาจะเจอทีมงานที่เราสนิทที่เราเล่นด้วยได้ ที่เราแฮปปี้ รู้ใจกันอะไรอย่างนี้ แต่พอเราออกมาปุ๊บก็จะเจอทีมงานใหม่ คือเราเลยต้องการปรับ แล้วก็เปลี่ยน ปรับอย่างแรกคือปรับยังไงสมมุติปรับให้เข้ากับพี่อย่างนี้ พรุ่งนี้เจอพี่ผมก็ต้องปรับจากพี่คนนี้มาเป็นพี่คนนี้ มันจะยากตรงนี้แหละ"
คุณพ่อ คุณแม่ ซัพพอร์ตยังไงบ้าง ?
   "เขาเป็นห่วงเราในเรื่องการเดินทางอย่างเดียวเลย เพราะเขาค่อนข้างที่จะไว้ใจทีมงานไว้ใจผู้กำกับ ไว้ใจผู้จัด ไว้ใจนักแสดง คือทุกคนโอเคหมด"
จริงๆ อินดี้ มีวิธีเลือกรับบทเป็นของตัวเองไหม ?
   "เลือกรับบทยังไง เราค่อนข้างที่จะไม่วอรี่ว่าบทไหนมันห่างตัวเรามากกว่ากัน แต่อย่างเรื่องนี้ (แพศยา) ยาก เพราะว่าเล่นเป็นหมอ คือหน้าอย่างผมไม่น่าจะเป็นหมอได้ ไม่ได้โดนเอาเคราออก เราก็ต้องทำการบ้านประมาณหนึ่ง แล้วยิ่งกับ พี่แป้ง ผมต้องยิ่งสนิทเพราะว่าผมเล่นเป็นน้องชายเขา"


 

ถามเรื่องความรักกับ แก้มยุ้ย ?
   "คบมา 4 ปีแล้ว แต่ถ้านับรวมกัน 10 ปี เป็นเพื่อนกันมา 6 ปี เป็นแฟนมา 4 ปี เขาเป็นเพื่อนผมมาก่อน แต่ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร แต่คือตอนนี้เรารับละครเยอะ ก็ต้องทำให้เขาเข้าใจ"
แล้วเขาเข้าใจไหม ?
   "เขาเข้าใจนะ เพราะว่าด้วยงานอะไรของเราค่อนข้างที่จะละเอียดอ่อน แต่ผมโชคดีที่เขาเข้าใจ"
ปัญหาเรื่องข่าวก่อนหน้านี้ มันทำให้กระทบความสัมพันธ์หรือเปล่า ?
   "กระทบไหมเหรอ ไม่กระทบเท่าไหร่ เพราะว่าเขารู้อยู่แล้วว่ามันอาจจะต้องเป็นแบบนี้นะ ซึ่งผมก็ชูป้ายเตือนแล้ว ระเบิดจะลงแล้วนะ คือเขาก็อาจจะรู้ก่อนนิดหนึ่ง ตอนนั้นเราก็คุยกับเขาอยู่ มีภาวะไหมก็มีนะ แต่ว่าเราก็ผ่านมาได้ คือเขาก็ยังเป็นกำลังใจ เขาก็ยังเป็นคนที่ผมสามารถคุยได้ด้วยทุกเรื่อง"
ปัญหาความรัก ไม่ถึงขั้นต้องเบรคความสัมพันธ์ ?
   "ไม่ครับ ดำเนินต่อไปได้ ซึ่งจริงๆ แล้วผมว่าเขาก็รู้จักผมดีประมาณหนึ่ง"


ก่อนหน้านี้เหมือนเราไม่ค่อยเปิดตัวเขา ?
   "ผมเปิดนะ คือพี่ๆ สื่อ หลายคนถามผมก็เปิดนะ แต่ว่าผมไม่ค่อยออกแรงเท่าไหร่ เห้ยพี่แฟนผมนี่เลย คือเราจะไม่เล็บพิเซ้นต์ขนาดนั้น ถ้าพี่ถามผมว่ามีไหม ผมก็บอกว่ามี จนกระทั่งทุกวันนี้ก็ไม่มีอะไรแล้ว เพราะด้วยความที่ผมพาเขาไปนู้นไปนี่ จนคนอื่นเขาแบบรู้ว่าปกติของ อินดี้ นี่หว่า มันเลยไม่ได้เป็นปัญหาอะไรแล้ว แล้วยิ่งเขาไม่ได้เป็นคนที่แบบสร้างปัญหาอะไรให้เราต้องวิตกกังวล"
เขาไม่ตามไม่จิกใช่ไหม ?
   "ไม่เลย เขาให้เกียรติเราทุกอย่าง ผมก็โอเคกับเขาทุกส่วนนะ ใช่ไหมพี่ (หัวเราะ) ไม่จิกเลย เขาเข้าใจในการทำงาน เขาไม่ตามไม่อะไร ต้องบอกว่าเขามีความเป็นผู้ใหญ่สูง เขาจะรู้เลยว่ากองเลิกสี่ทุ่มเป็นสแตนดาร์ด สามทุ่มครึ่งเอาแล้วรู้แล้วว่า อินดี้ ซีนสุดท้ายแล้ว สี่ทุ่มเลิกแล้ว นู้น นี่ นั่น อะไรอย่างนี้ พอมีเลทบ้างก็บอกเขาก็ไม่มีอะไร"
ปาร์ตี้ได้ ?
   "ผมเองเลือกที่จะไม่ปาร์ตี้ด้วยซ้ำไป เพราะมันเหนื่อยนะพี่ (มันขัดลุคส์) เมื่อก่อนยอมรับว่าชอบปาร์ตี้ แต่พอมาตอนนี้มันเหนื่อยบางทีสี่ทุ่ม เห้ยออกเปล่าไม่เอาแล้ว พักมานานแล้วนะ กล้าพูดเลยว่า 2019 ผมออกแค่สงกรานต์ (สงกรานต์ออกทุกวัน) ออกวันเดียว ผมก็ไม่ได้เด็กแล้วนะ เราก็เลยรู้สึกว่าเบื่อแล้วนะ เราแบบจะสาดน้ำอะไรกันทุกวัน (แล้วถ้าเป็นปี 2018) โหพี่เจอผมทุกคอนเสิร์ตว่ากันอย่างนี้ดีกว่า"


ทำไมถึงลดเรื่องปาร์ตี้ ?
   "ละคร 2 เรื่อง จริงๆ เรื่องเดียวหนักแล้วนะ แต่พอเรื่องปุ๊บมันตัดไปเลย คือถามว่าเรามาทบทวนกับตัวเองไหมว่ามันรู้สึกยังไงเราก็ไม่ อยู่ๆ มันตัดออกไปเลย อยู่ๆ มันไม่อยากไปแล้ว"
ด้วยลุคส์เราเป็น เพลย์บอย สายปาร์ตี้ พยายามลบตรงนี้ไหม ?
   "คือด้วยการทำงานต้องลบ เพราะต้องทำให้เชื่อว่าเป็นหมอนะ ถามว่าผมเปลี่ยนลุคส์ตัวเองไหม ผมไม่เปลี่ยน ทำไมผมไม่เปลี่ยนเพราะมันเปลี่ยนไม่ได้ มันยากมากที่จะเปลี่ยน มันสองอย่างเลยอ่ะ ถ้าไว้หนวดไว้เครามันก็จะเป็นลุคส์นี้แล้ว ถ้าโกนหนวดปุ๊บผมติ๋มเลย มันจะเป็นอย่างนั้น มันไม่มีตรงกลาง พอมันไม่มีตรงกลางปุ๊บผมเลยตัดสินใจไม่เปลี่ยนแหละ โอเคถ้ามันต้องเล่นละครในลุคส์ของหมอจริงๆ เราก็ต้องเปลี่ยน เราต้องโกนหนวดให้เขา เราต้องเอาต่างหูออก"
แล้วชีวิตจริงเราเพลย์บอย เจ้าชู้ไหม ?
   "เอาตรงๆ ก็ไม่ เราเปิดว่าเรามีแฟนอย่างนี้ มันไม่ได้"
แต่ว่า ผู้หญิง บางคนก็ชอบนะ ต่อให้มีแฟนแล้ว ?
   "พี่รู้ได้ยังไง ช่วงเวลาที่เราทำงานเราเป็นคนที่ไม่ได้ติดต่อกับใคร นอกจากว่าเรื่องด่วนจริงๆ เรื่องฉุกเฉินจริงๆ แล้วก็ได้โทรศัพท์จากคนนู้น คนนี่ แต่เวลาเราชิล เราอะไรอย่างนี้ เราไม่ค่อยอะไรกับใครเท่าไหร่ แต่ก็มีเพื่อน รุ่นน้อง ที่คุยกันบ้าง ลึกซึ่งถึงขนาดเป็นแฟน เป็นผู้หญิงไหมก็ไม่ ส่วนมาก พี่ดี้ เที่ยวไหม พี่ดี้ ไปนั่งชิลกันไหม แต่ก็ไม่ถึงขนาดลงดีเทลลึกซึ้งไปมากกว่านั้น เพราะด้วยตอนเรียน โรงเรียน ดี้ เด็กน้อยมาก รุ่นน้องจะเยอะ รุ่นพี่จะเยอะ โรงเรียน ดี้ มีแค่ 3 ห้องเองนะ แล้วห้องหนึ่งมี 30 กว่าคน คือมันน้อยมาก ซึ่งโรงเรียนปกติมี 9 ห้อง มันเลยค่อนข้างที่จะโลกกลม"


ทุกวันนี้ใช้เงินตัวเอง หาเลี้ยงตัวเองแล้วใช่ไหม ?
   "ใช่ครับ หาเลี้ยงดูตัวเองมานานแล้วนะ คือผมทำงานตั้งแต่เด็ก"
แล้วตอนนี้มีเงินเก็บเยอะยัง ?
  "มีเงินเก็บเยอะไหมเหรอ ผมก็อยากรู้เหมือนกัน ผมไม่อยากเปิดดู เอาเก็บเข้าไปเรื่อยๆ แม่เป็นคนเก็บให้"
เราเป็นใช้เงินเยอะไหม ?
   "มาก เพราะฉะนั้นผมเลยให้แม่เก็บดีกว่า"
มันถึง 8 หลักหรือยัง ?
   "ไม่ทราบเลยพี่ (ยิ้ม) แม่เป็นคนเก็บอ่ะ"
เราเริ่มเก็บมาตั้งแต่เมื่อไหร่ ?
   "จำความได้ก็ละครเรื่องแรกเลย เดินแบบแรกๆ ไม่ เดินแบบแรกๆ คือได้มาเราก็ใช้"


เงินแต่ละงานแบ่งเก็บ 50 ใช้ 50 หรือยังไง ?
   "ประมาณนั้น แต่ว่าแม่ก็อยากจะให้ใช้ 25"
เวลาอยู่ข้างนอกพกตังค์เท่าไหร่ ?
   "ผมไม่อยากใช้เงินเกิน 1500 ต้องใช้คำว่าพยายาม (มันเยอะนะ) คือพี่ผมออกไปเติมน้ำมันเท่าไหร่แล้ว"
เมื่อก่อนเราไปกองละครกับ คุณแม่ ไหม ?
   "ไม่ไปผมขี้อายพี่ จนกระทั่งปัจจุบัน ก็มีที่กองอยากให้"
ตอนเด็กเคยไปไหม เห็นชีวิตในกองถ่าย ?
   "น้อยครั้งมาก แม่ไปกอง 30 ครั้ง ไปแค่ครั้งเดียวจนกระทั่งโตมาก็ไม่กล้าไปนะ ไม่กล้าไปกองแม่เขิน"

Shares :

ข่าวเกี่ยวข้อง
5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ