royal coronation
วันที่ 17 ตุลาคม 2562
บันเทิง

เปิดใจ!‘ปุ๊กกี้ ปริศนา’ลั่นหากย้อนเวลาได้ ไม่เอาแล้วสามี3คน

วันที่ 12 กรกฎาคม 2560 - 09:30 น.
ปุ๊กกี้ ปริศนา คมชัดลึก, ปุ๊กกี้ ปริศนา วิบากกรรมชีวิต, ปุ๊กกี้ ปริศนา คมชัดลึก เปิดใจ, ปุ๊กกี้ ปริศนา เปิดใจ ไม่เอาแล้วสามี, ปุ๊กกี้ ปริศนา วิบากกรรม, เปิดใจ ปุ๊กกี้ ปริศนา คมชัดลึก, เปิดใจ ปุ๊กกี้ ไม่เอาแล้ว สามี 3 คน, ป, เปิดใจปุ๊กกี้, ไม่เอาแล้วสามี3คน, ปุ๊กกี้ ปริศนา, ปุ๊กกี้ ชาลาล่า, ชา ลา ล่า
Shares :
เปิดอ่าน 98,801 ครั้ง

เปิดใจ “ปุ๊กกี้ ชาลาล่า” หรือ ปริศนา พรายแสง อดีตทีนไอดอลชื่อดัง กับวิบากกรรม ทำชีวิตตกต่ำ ความรักสุดระทม เพื่อนสนิทแอบเป็นเมียน้อย

คลิปที่ 1

        ถ้ายังทำกันได้ กับนักร้องอดีตทีนไอดอลชื่อดัง ยุค 90 เจ้าของเพลงฮิต “ชา ลา ล่า” อย่าง “ปุ๊กกี้” ปริศนา พรายแสง นักร้องสาวลูกครึ่งไทย-ออสเตรเลีย หลังจากต้องประสบเจอกับเรื่องราวหนักหนาในชีวิต เธอตั้งท้องตั้งแต่อายุ 16 ขณะกำลังดังสุดขีด พร้อมตัดสินใจใช้ชีวิตคู่กับ “ต๋องวงทู” หรือ สุรพันธุ์ จำลองกุล และจะมีลูกด้วยกัน 2 คน คนโตเป็นผู้หญิงและคนเล็กเป็นผู้ชาย ก่อนจะเลิกราหย่าขาดกันในไปปี พ.ศ 2547  หลังจากนั้น ปุ๊กกี้ แต่งงานใหม่อีกครั้งกับ “เอ้” ปาณสาร จันทน์หอม ใช้ชีวิตคู่ด้วยกันอยู่ที่ประเทศออสเตรเลียไม่นาน และเลิกรากันไปอีกครั้ง เหมือนชีวิตรักต้องเจอกับปัญหาโดยตลอด จนมาถึงการแต่งงานครั้งที่สามกับ สามีพ่อม่ายนักธุรกิจ วัยห่างกัน 11 ปี ฝ่ายชายมีลูกติดมา 1 คน คิดว่าชีวิตความรักและครอบครัวจะดี แต่เธอต้องพบกับปัญหาครั้งใหญ่อีกครั้งกับชีวิตรัก “เพื่อนสนิทแอบเป็นเมียน้อย” รวมถึงเธอมีลูกคนที่สาม ปุ๊กกี้มาเปิดใจในรายการ “คุยเช้า Show” ทางช่อง “One 31” ดำเนินรายการโดยพิธีกร “พีเค” ปิยะวัฒน์ เข็มเพชร “ธัญญ่า” ธัญญาเรศ เองตระกูล และ “เต๋อ” รัฐนันท์ จรรยาจิรวงศ์  ได้รับการเปิดเผยเรื่องราวความรักที่ผ่านมา หมดเปลือกว่า

 

 

        “ชีวิตตอนนี้ก็เหมือนเดิม (ยิ้ม) ทรงๆ เหมือนเดิม ตอนนี้ยังอยู่กับสามีเหมือนเดิม สถานะโอเคมั้ง คำว่ามั้งคือโอเคแหละ เพราะถ้าไม่โอเค เราคงไม่ได้อยู่ด้วยกัน ตอนนี้เรามีลูกคนที่ 3 กับสามีคนนี้ อายุ 3 ขวบครึ่งแล้ว

        ถามว่าก่อนหน้านี้มีข่าวว่าจะเลิกกัน ใช่ เพราะตอนนั้นที่ปุ๊กกี้ออกมาให้ความรู้เกี่ยวกับโรคหนึ่ง ที่เราไปวินิจฉัยเองว่าเขาเป็นคือ “นาร์ซิซิสติก เพอเซอนัลลิตี้ ดิสออเดอร์ (Narcissistic personality disorder)” แปลเป็นภาษาไทยคือโรค หลงตัวเอง ตัวสามีเป็น คือไม่ได้หลงว่าฉันหล่อ รวย แต่เป็นโรคที่โลกต้องหมุนรอบตัวเขา ทุกเรื่องเขาต้องถูกเสมอ พอเราไปอ่านเจอ คือตรงทุกข้อเลย ตอนแรกเราไม่เข้าใจว่าทำไม เราถึงเข้ากันไมได้ เราก็โทษตัวเองไว้ก่อน แต่พอมาศึกษาจริงๆ แล้วคือเขาป่วย ไม่ได้เป็นโรคประสาทนะ แต่ทางเมืองนอกเป็นโรคปกติที่คนจะเป็นแบบนี้ แต่เราไม่เคยพาเขาไปรักษานะ เพราะว่าเขาไม่ยอมรับการรักษาอยู่แล้ว  เขาต้องบอกว่าเขาไม่ป่วย การที่เราออกมาพูดแบบนี้ ถามว่าเขาจะว่าไหม คือก่อนหน้านี้ที่เราเคยพูดไป เขาก็ไม่ได้พูดถึงนะ แต่จริงๆ ตัวเขาก็ไม่ปกติ มีผลกระทบกับชีวิตเราเหมือนกัน เพราะเรารักษาเขาไม่ได้ ทำให้เหมือนเราต้องรักษาตัวเองเอง มีคนบอกว่าถ้าเขาไม่ดี เข้ากันไม่ได้ ทำไมไม่เลิกๆ ไปซะ แต่เรามองว่าเขาป่วย เขาไม่สบาย ถ้าเขาปกติแล้วเขาเป็นอย่างนั้น เราไปนานแล้ว แต่ทุกวันนี้ คนมองว่าที่เราต้องอยู่กับเขาเพราะเรารักเขามากแน่ๆ ถามว่ารักมากมั้ย เมื่อก่อนรักมาก แต่ตอนนี้เราเข้าใจเขามากกว่า"

 

สามี และ ลูก ในไอจี ปุ๊กกี้

 

        สามี มีภรรยาน้อย ที่เป็นเพื่อนสนิทเรา

        “จริง เป็นคนรู้จักคนหนึ่งที่เคยรู้จักกันในกลุ่ม ถามว่าตอนที่รู้เป็นยังไง ตอนที่รู้โลกก็ไม่ได้แตกนะ เพราะเราเคยเจอเรื่องราวที่บั่นทอนมามาก จนเราไม่รู้สึกอะไรแล้ว ก่อนหน้าที่จะรู้ เราก็รู้สึกว่าเขาต้องมีอะไรกับใครสักคนหนึ่ง พอทราบว่าเป็นคนนี้ เราขอบคุณมากที่เราได้คำตอบแล้วว่าเป็นคนนี้นะ ส่วนสัญญาณที่ทำให้เรารู้คือ เหมือนเราโทรไปหาผู้ชายก็ไม่รับสาย และมีเซ้นส์ของผู้หญิงที่เราจะรู้เอง หรืออะไรที่เขาแปลกๆ เราจะจับได้ คือเรื่องที่เขาไปกุ๊กกิ๊กๆ เราก็รู้ว่าเขาเป็นกับคนนี้ เรารู้หลังจากผ่านไป 3 ปีแล้ว ความรู้สึกแรกที่เรารู้คือ ตัวชามาก ถามว่าทำไมถึงมีสติ เราคิดว่าไม่มีประโยชน์ที่จะไปถามว่า พี่ทำอะไร เพราะคำตอบที่เราจะได้มา คือเราต้องเป็นคนผิด เราเลยคิดว่าไม่มีประโยชน์ถ้าเราจะไปถาม พอรู้เรา ก็อยู่ของเรา เขาก็อยู่ของเขา กับอีกฝ่ายหนึ่ง เขาก็มีลูกด้วยกัน และเขาก็ไปมาหาสู่กัน (สีหน้าเพลีย) สถานภาพตอนนี้ก็ยังงงๆ อยู่ ทางออกเดียวคือ ปุ๊กกี้ต้องหนีจากเขาไป  แต่เราจะหนีไปไหน เพราะบ้านก็บ้านของเรา และมีลูกอีก เราจะหนีไปไหน ก็คงอยู่ไปแบบนี้ ถ้าใจเรายังมีความผูกพนกันอยู่”

        เคยคิดฆ่าตัวตายด้วย

        “เราผ่านจุดนั้นมาแล้ว เคยคิด ถามว่าคิดแล้วทำมั้ย ปุ๊กกี้คิดว่าการที่เราคิดว่าจะฆ่าตัวตายเป็นเพื่อเรียกร้องความสนใจมากกว่า แต่ถ้าให้คิดว่าจะฆ่าจริงๆ ไม่นะ แต่แค่ทำร้ายตัวเอง อย่างเอาคัทเตอร์ฟันแขนตัวเองบ้าง แต่ไม่ได้รู้สึกเจ็บเลย มันรู้สึกเจ็บใจมากกว่า ตอนนั้นไม่ได้มีเหตุการณ์อะไรเฉพาะเจาะจง แต่อาจเป็นเพราะเราเป็นคนที่เก็บกด ไม่พูด ไม่ถาม ไม่ปะทะ มันเลยเก็บๆ ทุกอย่างไว้ ณ วันที่เราไม่ไหว มีเพื่อนๆ นั่งอยู่ด้วย แต่อยู่ดีๆ เราก็รู้สึกอยากทำแบบนั้น แต่คือเรามีภาวะโรคซึมเศร้าจากสมัยก่อน และมันกลับมา เราเป็นมาจากการแต่งงานครั้งแรก ได้รับการรักษาในโรงพยาบาล 2 อาทิตย์ แต่มีอาการกลับมาอีก ก็ได้รับการรักษาที่โรงพยาบาลมา 10 วัน เข้าศรีธัญญาไปแล้ว ตอนนี้ไม่ได้มีอาการนั้นแล้ว แต่กลายเป็นว่าเราจะเป็นคนที่ “แข็งเกินไป” ไม่มีความอ่อนหวาน ไม่มีความเป็นยผู้หญิงแบบนั้นเลย ส่วนกับสามีคนนี้เราอยู่ด้วยกันมา 10 ปีแล้ว

 

"

"ต๋อง" และ "ปุ๊กกี้" ในอดีต

 

        ถามว่าปุ๊กกี้แต่งงานมากี่ครั้งแล้ว ก่อนหน้านั้นเราอยู่กับคุณต๋องมา 7 ปี  กับสามีคนที่ 2 อยู่ด้วยกัน 4  ปี ส่วนคนนี้อยู่ด้วยกันมาแล้ว 10 ปี มีลูกกับคุณต๋อง 2 คน และลูกกับสามีคนปัจจุบัน 1 คนอายุ 3 ขวบ ส่วนลูกๆ ที่อยู่กับคุณต๋องยังติดต่อกันอยู่ แต่ไม่ได้เจอเลย เพราะเขาเรียนอยู่ต่างจังหวัด ตอนนี้เขาอายุ 19 กับ 16 ปี ไม่ได้เจอเลย เราติดต่อกันทางโซเชียล แต่มีช่วงแรกที่ติดต่อกันไมได้เลย เพราะเขายังเด็กมาก แต่เราคิดว่า ถ้าเขาโตขึ้น เขาคงเข้าใจ และเขาคงจะติดต่อมาเอง และก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ

        ย้อนกลับไปช่วง 20 ปี ที่แล้ว ช่วงที่ตั้งท้องลูกคนแรกคือเราอายุประมาณ 16-17 ในตอนนั้นแม่เตือนแล้วไม่เชื่อ ซี่งเราเชื่อเรื่องวิบากกรรมนะ มันใช่เลย  ยืนยันจากประสบการณ์ในความเชื่อแบบพุทธ สิ่งที่แม่พูด ณ วันนั้น มันย้อนกลับมาในวันนี้ และการที่เราทำให้บุพการีเสียใจ มันส่งผลแน่นอน  วันนี้เราเป็นแม่ลูก 3 แล้ว อยากจะบอกลูกๆ ว่า “ให้ดูชีวิตแม่เป็นตัวอย่าง แต่ไม่ใช่ให้เอาเป็นตัวอย่าง” เพราะคงเป็นตัวอย่างที่ไม่ดี แต่ให้เอาความผิดพลาดของแม่มาดู แต่อย่าทำ อย่าเดินตาม” ปุ๊กกี้กล่าว

        พร้อมกับบอกต่อว่า ถ้ามีโอกาสอยากกลับมาทำงานในวงการบันเทิง “เรื่องงานในวงการ ถ้ามีโอกาสก็จะรับไว้นะ แต่ตอนนี้เราแก่แล้วนะ อายุจะเข้าหลัก 4 แล้ว ทุกวันนี้มีอะไรทำก็ทำไป (หัวเราะ) ให้เด็กใหม่ๆ ขึ้นมาดีกว่า”

 

ลูกชายคนเล็ก - ปุ๊กกี้

 

        หลังจากนี้ไปชีวิตจะเป็นยังไงต่อไป

        “ก็ใช้ชีวิตต่อไป ส่วนในฐานะแม่ก็ต้องอยู่เพื่ออยู่ อยู่เป็นหลักให้ลูก เท่าที่เราจะส่งเขาถึงฝั่งได้ คนเล็กอายุเพิ่ง 3 ขวบ แต่เราอายุจะ 40 แล้ว  ส่วนกับลูกอีก 2 คน เราก็อยากเจอ แต่ทุกวันนี้เหมือนเจอกันอยู่แล้ว เราคุยแชทไลน์กันได้ ก็สนิทกัน ถามว่ามีปัญหากับพ่อของลูกคนโตทั้ง 2 คนมั้ย ในอดีตมี แต่ทุกวันนี้ไม่ได้มีแล้ว เราไม่ได้คุยกัน แต่ไม่ได้มีปัญหากันแล้ว

        ส่วนความสัมพันธ์กับสามีคนปัจจุบันนี้ เราจะไปคาดหวังกับเขาไม่ได้ เราต้องเอาตัวเองเป็นหลัก เราอยู่ของเราแบบนี้ แต่คุณจะเอายังไง แล้วแต่คุณ ทำใจไว้ตรงนั้น ความเปลี่ยนแปลงถ้าจะเกิดขึ้นจะเป็นฝั่งสามี เพราะเราเคยขอร้องแล้ว ไล่ก็แล้ว แหกกันก็แล้ว พูดดีๆ ก็แล้ว รั้งก็แล้ว แต่ยังเป็นอย่างนี้อยู่ ยังคาราคาซัง

        ถามว่าเงินของครอบครัว ใช้จ่ายยังไง ต่างคนต่างหา เมื่อก่อนเคยใช้กระเป๋าเดียวกันในอดีต แต่มีอยู่ช่วงหนึ่ง อยู่ดีๆ เกิดอะไรขึ้นไม่ทราบ โดนของหรือเปล่าไม่รู้ (หัวเราะ) เขาทิ้งงานหมดเลย เลยมีภาวะมีปัญหาตรงนั้น เราก็ต้องดูแลตัวเอง เขาก็ต้องดูแลตัวเองมาตลอด ทุกวันนี้ปุ๊กกี้ ทำงานนอกวงการ”

 

 

        เหนื่อยกับสิ่งที่ผ่านมาทั้งหมดมั้ย 20 ปี กับสามี 3 คน

        “อยากบอกเลยว่า เหนื่อยมาก เคยมีวันที่คิดว่า อยากกลับไปในจุดที่ว่าเราไม่น่าจะเจอกันเลย เป็นประโยคที่คนชอบพูดกัน บางทีเรานั่งเฉยๆ แต่รู้สึกว่าเหนื่อยเหลือเกิน ไม่มีแรงจะทำอะไร ทั้งๆ ที่เราไมได้ทำอะไรเลย เรานั่งอยู่เฉยๆ แต่กลับเหนื่อยเหลือเกิน เหนื่อยกับชีวิต” ปุ๊กกี้กล่าวสรุป

 

"เพบเบิ้ล"  ลูกสาวคนโตของปุ๊กกี้

Shares :

ข่าวเกี่ยวข้อง
5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ