ฮิโรคาสุ โคเรเอดะ นั้นมีความโดดเด่น ทางด้านการถ่ายทอดเรื่องราวแนวดราม่าชวนซาบซึ้งกินใจ ซึ่งสร้างความประทับใจแก่แฟนภาพยนตร์มาแล้วหลายครั้ง และภาพยนตร์เรื่อง "After the Storm" เป็นภาพยนตร์เรื่องล่าสุดที่เขากำกับ หนังเล่าเรื่องราวชีวิตของ เรียวตะ (อาเบะ ฮิโรชิ ) อดีตนักเขียนดาวรุ่ง ที่ใช้ชีวิตผิดทาง จนต้องหย่าร้างกับภรรยา (มากิ โยโกะ ) และ แม่ (คิคิ คิริน) ก็ไม่ยอมพูดกับเขาอีก เรียวตะพยายามจะกลับมาเขียนหนังสืออีกครั้ง แต่ด้วยความรู้สึกที่ไร้ค่า เขาจึงตัดสินใจไปรับจ้างเป็นนักสืบเอกชน เพื่อให้ภรรยาเก่าเห็นว่าเขาสามารถหาเงินมาจ่ายค่าเลี้ยงดูลูกชาย (โยชิซาวะ ไทโย) ได้ และในช่วงเวลาเดียวกัน เรียวตะ ก็พยายามฟื้นฟูความสัมพันธ์กับแม่ ผู้หญิงเพียงคนเดียวที่รักเขาสุดหัวใจ ด้วยการกลับไปเยี่ยมบ้านในช่วงพายุฤดูร้อน ช่วงเวลาที่เมืองทั้งเมืองต้องตกอยู่ใต้ลมพายุเกือบทั้งสัปดาห์ ที่นั่นคำพูดของแม่ทำให้เรียวตะ ได้พบคำตอบว่า “ถ้าเราไม่รู้จักปล่อยวางอะไรไปบ้าง เราก็อาจจะมองไม่เห็นคุณค่าที่แท้จริงของตัวเองก็เป็นได้" ซึ่งเขาได้กล่าวถึงภาพยนตร์เรื่องนี้ 

@ ในหนังหลายเรื่องของคุณมักจะมีอะไรที่ดูเป็นเรื่องส่วนตัวประกอบอยู่ด้วย
          มันเป็นองค์ประกอบสำคัญ ผมเห็นด้วย แต่หนังเรื่องก่อนของผม Our Little Sister นั้นดัดแปลงมาจากมังงะ (หนังสือการ์ตูน) และไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับตัวผมเลย ซึ่งการทำหนังที่ไม่เกี่ยวกับตัวเอง มันช่วยให้ผมเติบโตขึ้นด้วย ในฐานะคนทำหนัง แต่ในทางตรงกันข้ามกับภาพยนตร์เรื่องนี้ ผมรู้ตัวเลยว่า มันเป็นเรื่องของผมเองล้วนๆ ผมถ่ายหนัง 2 เรื่องนี้พร้อมๆ กัน ซึ่งช่วยให้ผมจัดสมดุลตัวเองในการทำงานได้ดีมาก

 


@ หนังเรื่องนี้ มีอะไรหลายๆ อย่างคล้ายกับ Still Walking งานเก่าของคุณมาก แต่แตกต่างกันที่ ครอบครัวในหนังเรื่องหนึ่ง ค่อนข้างมีฐานะ แต่เรื่องนี้ ค่อนข้างขัดสน
          มันเป็นสไตล์แบบนารุเสะ (มิกิโอะ นารุเสะ เป็นผู้กำกับคนโปรดของโคเระเอดะ - หนังของนารุเสะมักเล่าเรื่องชีวิตครอบครัวชนชั้นกลางระดับล่างในญี่ปุ่น)


@ แก่นสำคัญของหนังเรื่องนี้ คือความพยายามที่จะโตเป็นผู้ใหญ่ เรียวตะ ตัวละครเอกของเรื่อง ต้องการจะเป็นผู้ใหญ่ แต่เขาก็ยังเหมือนเด็กไม่รู้จักโต มีส่วนไหนบ้างที่ตัวคุณคล้ายกับเรียวตะ
          มีครับมี ในฐานะที่ผมเป็นทั้งลูกชาย และเป็นทั้งพ่อ มีอะไรหลายอย่างเลย ที่ผมควรทำ แต่ผมก็ทำสำเร็จไม่ได้ มันเป็นเรื่องกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ที่ทำให้ผมเสียใจอยู่ลึกๆ ในแง่นี้ตัวผมจึงเหมือนกับเรียวตะมากๆ อีกประการที่เหมือนกับผมก็คือ ตอนเด็กๆ เรียวตะเคยได้รางวัลจากงานเขียน และเขาหวังว่าจะโตขึ้นมาเป็นนักเขียนอาชีพ แต่เขาก็ล้มเหลว ตอนผมอายุ 27 ผมชนะเลิศรางวัลชมเชย จากการประกวดเขียนบทภาพยนตร์ และผมก็ได้งานเป็นผู้ช่วยผู้กำกับที่สถานทีโทรทัศน์แห่งหนึ่ง ช่วงนั้นผมคิดเรื่องลาออกทุกวันเลย เพราะเชื่อว่าผมต้องเป็นนักเขียนบทสิ ไม่ใช่เป็นผู้ช่วยฯ แม่เป็นคนบอกผมว่า เลิกคิดจะลาออกเถอะ เพราะชีวิตต้องกินต้องใช้ แม่บอกให้ผมอดทน และตั้งหน้าตั้งตาทำงานไป ผมก็อดทนตามที่แม่บอก ซึ่งผมดีใจนะ ที่ผมเชื่อแม่ เพราะถ้าผมลาออกในตอนนั้น ผมก็คงกลายเป็นอย่างเรียวตะ


@ แต่คาแรกเตอร์แบบนี้สุ่มเสี่ยง ที่จะทำให้คนดูรู้สึกเกลียดได้ง่ายมาก เพราะเขาเอาแต่หาข้อแก้ตัวสารพัด และไม่เคยรับผิดชอบการกระทำของตัวเอง
          ครับ แต่ผู้ชมก็ไม่ควรคิดว่าเขาสิ้นหวัง จนพานจะเลิกดูชีวิตของเขานะ ผมกับอาเบะ (ฮิโรชิ อาเบะ) เราคุยกันเรื่องนี้ตลอดการถ่ายทำ ว่าจะทำให้เรียวตะ ดูน่าสมเพชแค่ไหน โดยไม่ให้มันดูหนักข้อเกินไป


@ คิคิ คิริน เล่นได้อย่างเป็นธรรมชาติทุกครั้งที่เธออยู่บนจอ
          คิคิ เธอเข้าใจดีว่า ผมต้องการอะไร ผมเลยไม่ต้องอธิบายมาก แต่ไอ้ที่ดูเหมือนเป็นธรรมชาติน่ะ เธอก็ซ้อมหนักเหมือนกันนะ เธอฝึกท่าทางการเคลื่อนไหวเยอะเลย เพื่อให้ดูเหมาะกับการเล่นเป็นคนที่อยู่ในห้องเช่าแห่งนั้นมาเป็นสิบๆ ปี


@ รายละเอียดพวกนี้สำคัญแค่ไหนในหนังของคุณ
          สำคัญมาก After the Storm เป็นหนังประเภทที่ เมื่อดูจบแล้ว หัวใจคุณจะรู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาด ด้วยคุณค่าของสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิต

          ภาพยนตร์เรื่องนี้เข้าฉาย 15 กันยายน ในโรงภาพยนตร์