ย่างก้าวเข้ามีนาคมเดือนแห่งความร้อนที่ถูกโหมกระหน่ำด้วยลมหนาว 2วันติดและตามด้วยฝน (ตามปรากฏการณ์ในกรุงเทพมหานคร) โลกโซเชียลเน็ตเวิร์คก็ต้องได้ก่อกรรมทำเถียงกันอีกแล้วครับกับกรณีรายการดังทางอินเทอร์เน็ต "เจาะข่าวตื้น" ตอนที่86 โดยพิธีกรดูโอ้หล่อเรื้อนคู่เดิม คุณจอห์น วิญญูและพ่อหมอ ผู้เป็นพี่เขยที่ฟีเจอริ่งกับน้องชายภรรยาได้ดีที่สุดเท่าที่โลกนี้เคยเห็น ได้หยิบยกประเด็นหยิกแกมหยอกคุณลีน่า จังจรรจา บุคคลสาธารณะสารพัดอาชีพ อาทิ ทนายความ, เจ้าของผลิตภัณฑ์ความงาม, เจ้าของสถานีโทรทัศน์ดาวเทียม และผู้เคยลงสมัครรับเลือกตั้งทางการเมืองหลายครั้ง

          โดยเธอถูก2หนุ่มแซวด้วยรูปประโยคว่า "ทางรายการเราเป็นห่วงว่าเจ๊ลีน่าจังของเราจะสามารถรวบรวมเงินบริจาคมาสมัครทันรึปล่าว?" (เทปนี้ถูกโพสต์ตั้งแต่วันที่ 26 มกราคม ช่วงรับสมัครเลือกตั้งผู้ว่าฯกรุงเทพมหานคร) จากนั้นพ่อหมอสำทับต่อว่าเคยเปิดเข้าไปรับชมช่องทีวีเธอมาแล้ว พบว่าตลอดทั้งวันมีการขึ้นข้อความรับบริจาคเงินค่าดาวเทียมจากผู้ชม จนวิเคราะห์ไปว่าอาจเป็น "จิตวิทยาหมู่" ที่ใครๆที่ได้ดูก็คงอยากบริจาค เรื่องนี้ 2 พิธีกรพูดไปอย่างขายขำ คือวิเคราะห์เอาฮา คนดูที่เป็นแฟนๆ ก็คงสนุกด้วย ผมเองก็สนุกเพราะที่ผ่านมาก็เคยเห็นพฤติการณ์นี้ แต่แน่นอน.. "คนที่ไม่สนุกด้วย" ก็คือผู้ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์เพราะรู้สึกว่าตัวเองเสียหาย (จุดจี๊ดใจจริงๆ เป็นจุดที่จอห์นพูดถึงอุปกรณ์และการลงทุนในสถานีโทรทัศน์ของเธอ)  ตามคาด! คุณลีน่าเธอก็ใช้ช่องทางสื่อสารของเธอเองคือรายการ "แฉคดี" อัดจอห์นและพ่อหมอซะน่วม ด้วยถ้อยคำด่าเจ็บแสบชนิดแก้วหูผู้ดีฉีกขาดได้ถ้าฟังเกินวันละ 2หน (อ่านรัวๆ : โปรดสังเกตช่องสัญญาณก่อนชม)

          โดยใช้ประโยคทอง "กูรุ่นแม่มึงแล้วนะ" ชี้ชัดเจตนาว่าไม่อยากให้มาเล่นหัวลบหลู่

          ซึ่งเธอได้พูดออกรายการออกไปถึง 2 วันติดและตัดคลิปออกมาสู้ในโลกโซเชี่ยลบ้างในวันที่ 27 และ 28 กุมภาพันธ์ ซึ่งห่างจากคลิป "เจาะข่าวตื้น ตอนที่ 86" ไปถึง 1เดือนเต็ม

          คลิปที่ 2 ก็ยังคงกำนันสไตล์แกคือด่ากราดแบบชนิดที่ไม่เคยปรากฏบนสื่อสารมวลชนไหนในโลก ใช้คำผรุสวาทแบบที่ผมไม่แนะนำให้คุณไปค้นดู เพราะเข้าเกณฑ์ที่ฝรั่งเค้าเรียกเวลาจัดเรตสื่อคือ "Profanity" มันรบเร้าจิตใจมาก (นี่ผมเขียนคอลัมน์นี้ไปด้วยความหดหู่นะครับเนื่องจากจำเป็นต้องดูคลิปทั้งหมดเพื่อลำดับเหตุการณ์) บางครั้งฝรั่งก็จัดเรต "การ์ตูนบางเรื่อง" ไว้เป็นเรต PG13 เพราะเขาให้เหตุผลว่า "รบกวนจิตใจผู้ชม" นี่แหละ

          แต่สิ่งที่น่าชื่นชมก็คือสิ่งที่คนดูกว่า 2แสนได้เห็นกันไปแล้วจาก "เจาะข่าวตื้น ตอนที่ 91" ที่ถูกโพสต์เมื่อวันที่ 1มีนาคมที่ผ่านมาก็คือการตั้งชื่อตอนพร้อมภาพประกอบว่า "กราบเท้าคุณแม่ลีน่า" โดยคุณจอห์น วิญญูและพ่อหมอได้นำช่อดอกกล้วยไม้ มากราบขอโทษคุณลีน่าจังผ่านหน้าจอยูทูป โดยเรียกสรรพนามแทนตัวเองแบบเดียวกับที่ถูกคุณลีน่าจังด่า (พ่อหมอ = กระเทยควาย+มนุษย์ต่างดาวกลับชาติมาเกิด ฯลฯ) หลังจากช็อตขอโทษพร้อมเพลงคลอโศกเศร้าจบลง ก็ตัดภาพมาที่ทีมงาน SpokeDark.TV ทั้งหมดเต้นเพลงรั่วแห่งยุคสมัย Harlem Shake กันไป ...งานนี้เรียกเสียงฮาและเสียงปรบมือผ่านหน้าจอยูทูปได้มากครับ เพราะประชดได้สร้างสรรค์ และมันก็ได้ผลจริงๆ เมื่อวันถัดมาคุณลีน่าจังนำไปพูดออกสถานีตัวเองและตัดคลิป "ลีน่าจัง!! ให้อภัยจอห์น วิญญู" โพสต์ขึ้นสู่ยูทูป

          ปรากฏว่าเธอซาบซึ้งในการกระทำของบุคคลทั้งสอง ถึงขนาดออกปากชมและสนใจจะว่าจ้างจอห์น วิญญู มาดำเนินรายการในสถานีของเธอในอัตราจ้าง 30,000บาท/เดือน

          จิ๊กโก๋ไอทีพี่หลามแห่งรายการแบไต๋ไฮเทควิเคราะห์ว่าเป็นการจบกรณีดราม่าแบบไม่เสียเลือดเนื้อ ซึ่งพบเห็นได้ยากยิ่งในสังคมอินเทอร์เน็ตเมืองไทย ฝ่ายเริ่มเป็นผู้ขอโทษ(ถึงแม้จะดูเหมือนแกล้งขอโทษก็เถอะนะ)แต่ฝ่ายรุกก็กลับพอใจกับสิ่งที่เขาได้ทำให้ (เธอกล่าวยอมรับว่าเธอหัวเราะก๊ากออกมาเลยเมื่อเห็นคลิป เนื่องจากวันนั้นทั้งวันเธอประสบแต่เรื่องเครียดๆ) นับว่างานนี้เธอใจกว้างครับ

          และทีมงาน SpokeDark.TV ที่ฉลาดที่จะดีลกับสถานการณ์ เพราะเรื่องแบบนี้คนทำสื่อรู้กันดีว่า "เงียบๆ ไว้เรื่องก็จบ" ถ้าไม่มีคนมาฟื้นฝอยหาตะเข็บมากนัก ต้องชมคุณลีน่าด้วยที่รับลูกจบลงอย่างสวยงาม

          แต่หลังจากเหตุการณ์นี้สิ่งที่ผมอยากจะตั้งคำถามต่อไปกับสังคมคือ "ทำไมคนดูไม่ยอมจบ?" ณ เวลานี้คลิปยังคงถูกส่งต่อและด่าทอต่อเนื่องไปในช่องคอมเม้นต์ของยูทูปจนแทบจะระเบิด ทั้งฝ่ายสนับสนุนคุณลีน่า และ"ฝ่ายวัยรุ่น" ซึ่งถูกคุณลีน่าด่าเหมาเข่งไว้ในคลิป ...เหตุการณ์นี้บ่งบอกได้ว่าสังคมไทยชอบดูมวย และสังคมไทยก็ชอบข้ามคนล้มให้เป็นที่สะใจตน ถ้าเราจะเอาความชั่วตอบแทนความชั่วมันก็ไม่รู้จักจบสิ้นกันละครับ

          จริงๆ Youtube มีระบบแจ้งลบได้ด้วยเหตุผล Hate Speech (คำกล่าวที่สร้างความเกลียดชัง) แต่ดูเหมือนว่าคนดูกะเอามันส์กันอย่างเดียว คลิปเหล่านี้ถึงยังอยู่รอดปลอดภัยบนยูทูป (จนท.ยูทูปเป็นฝรั่งฟังไม่ออกหรอกครับ พวกเราต้องช่วยกันบอก)
คำถามที่ 2 คือเราจะปล่อยให้ "สื่อชนสื่อ" แบบนี้ไปอีกกี่ครั้ง ถ้าเถียงกันด้วยเหตุผลก็ดีไป แต่นี่เถียงกันด้วย "ภาษาที่เป็นมลภาวะ" ผมก็เพลียใจ คนทำสื่อใช้ภาษาแบบนี้ผมถึงกับต้องนั่งทบทวนกับตัวเองเลยนะครับว่า "แล้วอย่างนี้พวกฉันจะต้องเรียนสื่อสารมวลชนกันมาทำไม? ทำไมเราต้องไปลำบากสอบใบผู้ประกาศ?" เพราะปัจจุบันนี้ "ดาวเทียมไทยคม" ก็เปิดโอกาสกว้างมากสำหรับ "ใครก็ได้ที่มีเงิน" ซื้อช่องสัญญาณไปออกอากาศได้

          งานนี้ผมถามแล้วไปยังผู้บริหารระดับสูงของบริษัท ไทยคม จำกัด(มหาชน) และได้รับคำตอบว่า "ไทยคมไม่ได้เป็นผู้ให้คุณลีน่าเช่าสัญญาณโดยตรง" แต่เป็นการเช่าผ่าน CAT Datacom ของบริษัทกสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ซึ่งได้เช่าเหมาสล็อตกับไทยคมไว้แล้วมาแบ่งสัญญาณเช่าช่วงต่อในราคา 700,000บาท/เดือน โดยผู้จัดการช่องรายการของ CAT ได้ให้ข้อมูลว่าได้เคยเชิญคุณลีน่ามาหารือแล้วว่าให้ใช้คำพูดที่สุภาพกับการออกสื่อ แต่เหมือนกับว่าพอมีกรณีผู้ดำเนินรายการถูกจี้ต่อมปี๊ดจากเหตุการณ์ที่มาปะทะไม่ว่าจะผู้ชมเชียร์การเมือง ฯลฯ ก็ด่ากราดออกมาอีกแบบไร้การควบคุมได้ ทาง CAT เองเห็นว่าทาง "กสทช." โดยการนำของพันเอก ดร. นที ศุกลรัตน์ หนุ่มหน้ามนคนเสียงเล็ก หัวหน้าคณะกรรมการสายบรอดคาสติ้ง ได้ออกในอนุญาตชั่วคราวให้ผู้ประกอบการช่องทีวีดาวเทียมไปแล้วกว่าร้อยรายเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ก็จะรอคำสั่งหลังวันที่ "16กุมภาพันธ์" ซึ่งครบกำหนด 60 วันหลังประกาศเชิญชวนให้ผู้ประกอบการไปขอใบอนุญาตให้ถูกต้องตามกฎหมาย ต่อไปถ้าผู้เช่าสัญญาณต่อจาก CAT ไม่มีใบอนุญาตจากกสทช.ก็จะตัดใจยุติการให้บริการ
      
          ...อยากทิ้งท้ายคอลัมน์นี้สั้นๆว่า "เอ่อ...วันนี้วันที่ 12 มีนาคมแล้วครับ"