
'คมชัดลึกอวอร์ด'ปีนี้'หนังอินดี้'ยังคงมาวิน
'คมชัดลึก อวอร์ด ครั้งที่ 10'ปีนี้'หนังอินดี้'ยังคงมาวิน
งวดเข้าไปทุกทีสำหรับการตัดสินรางวัล "คมชัดลึกอวอร์ด ครั้งที่ 10" ประเภทภาพยนตร์ไทย กับรางวัลทั้ง 7 สาขา นับมาตั้งแต่ สาขาบทภาพยนตร์ไทยยอดเยี่ยม สาขานักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม สาขานักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม สาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม สาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยม สาขาผู้กำกับภาพยนตร์ไทยยอดเยี่ยม และสาขาภาพยนตร์ไทยยอดเยี่ยม
หากนับเนื่องตั้งแต่ต้นปีมาจนถึงตอนนี้ ดูท่าทางหนังอินดี้หรือหนังนอกกระแส ยังคงเป็นที่จับตามองเช่นเดิม โดยเฉพาะเรื่องบทภาพยนตร์ที่ค่อนข้างแข็งแรง แถมยังมีผู้กำกับมากฝีมือสามารถกำกับภาพได้สวยแปลกตา ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์เรื่อง "คนโลกจิต" ที่กำกับโดย นนทรีย์ นิมิบุตร "สถานี 4 ภาค" เขียนบทและกำกับโดย บุญส่ง นาคภู่ "วงจรปิด" ที่กำกับโดย 2 ผู้กำกับ "ต้อม" ยุทธเลิศ สิปปภาค และทิวา เมยไธสง "สิ้นเมษา ฝนตกมาปรอยๆ" ที่กำกับโดย วิชชานนท์ สมอุ่นจารย์ หรือจะเป็นหนังกระแสดี๊ดีอย่าง "แต่เพียงผู้เดียว" ที่เขียนบทและกำกับโดย คงเดช จาตุรัตน์รัศมี เป็นหนังที่กรรมการต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า บทเรื่องนี้ไม่น่ามองข้าม
หรือจะเป็นหนังที่คนดูเต็มโรงภาพยนตร์ทุกรอบอย่าง "36" ที่กำกับโดย นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์ ก็น่าจับตาไม่แพ้กัน เพราะหนังเรื่องนี้เพิ่งคว้ารางวัลจากเทศกาลหนังปูซาน ประเทศเกาหลี มาหมาดๆ ในขณะที่ "ปาดังเบซาร์" ที่ได้ ต้องปอง จันทรางกูร เป็นผู้กำกับเองและร่วมเขียนบทกับปราเมศร์ ชาญกระแส นั้นก็ไม่น้อยหน้าเพราะเรื่องนี้ยังได้นักแสดงมากฝีมืออย่าง "สายป่าน" อภิญญา สกุลเจริญสุข และ "จั๊กจั่น" อคัมย์สิริ สุวรรณศุข มาประชันบทกันอย่างถึงแก่น
และในปีนี้ เรายังมีหนังแอนิเมชั่นฝีมือคนไทยโผล่มา 2 เรื่อง ไม่ว่าจะเป็น "แอคโค่จิ๋วก้องโลก" และ "ยักษ์" นอกจากจะเป็นหนังที่ใช้ต้นทุนสูงปรี๊ด และใช้ระยะเวลาในการสร้างน้าน...นานแล้ว ภาพยนตร์แอนนิเมชั่นทั้ง 2 เรื่อง ยังมีการนำเสนอเรื่องราว และไอเดียค่อนข้างดี ทำให้ไม่สามารถมองข้ามเรื่องของบทภาพยนตร์ได้ หันมามองภาพยนตร์รักต่างเพศในปีนี้ ดูท่าทางจะเกรียวกราว และทำให้คณะกรรมการค่อนข้างปวดเศียรเวียนเกล้า (เป็นพิเศษ) เพราะแยกประเภทนักแสดงกันไม่ถูก ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์เรื่อง "It' gets better ไม่ขอให้มารัก" หนังเรื่องนี้ได้ เพ็ญพักตร์ ศิริกุล มารับบทกะเทยที่แปลงเพศแล้วและในเรื่องเดียวกันยังได้ "เบลล์" นันทิตา ฆัมภิรานนท์ มารับบททอมด้วยรูปลักษณ์ที่คล้ายคลึงผู้หญิง ทำให้กรรมการงงไปตามๆ กันว่าจะกำหนดให้เป็นนักแสดงชายหรือนักแสดงหญิงดี
ส่วนเรื่อง "Yes or No 2 อยากรักอย่ากั๊กเลย" ก็ได้นักแสดงเซตเดิมอย่าง "ออม" สุชาร์ มานะยิ่ง และ "ติ๊นา" ศุภนาฎ จิตตลีลา มารับบทเป็นคู่รักทำเอาเหล่าแฟนคลับทั้งไทย-จีน จิ้นไปตามๆ กัน ส่วนบทสรุปของการแยกประเภทนักแสดง เราก็ได้ข้อสรุปว่าผู้เข้าชิงรางวัลทางคณะกรรมการขอแบ่งตามเพศ (จริง) ของนักแสดงกันไป
ในขณะที่ภาพยนตร์เรื่องอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น "อันธพาล" ผลงานการกำกับของ ก้องเกียรติ โขมศิริ ก็โดดเด่นทั้งเรื่องบทภาพยนตร์ การกำกับ รวมถึงฝีไม้ลายมือของนักแสดง ไม่ว่าจะเป็น น้อย วงพรู หรือแม้แต่ "เต๋า" สมชาย เข็มกลัด ที่เล่นเข้าขากันชนิดถึงพริกถึงขิง ส่วนภาพยนตร์เรื่อง "เค้าเรียกผมว่าความรัก" ที่ได้ "เป้" อารักษ์ มานำแสดงก็ได้รับการกล่าวขวัญว่าแสดงได้อย่างน่าสนใจ ส่วนภาพยนตร์เรื่อง "ปัญญาเรณู 2" ซึ่งในภาคนี้ได้ หม่ำ จ๊กมก และตุ๊กกี้ ชิงร้อยชิงล้าน มาร่วมแสดงแม้กระแสจะแรงสู้ภาคแรกไม่ได้ เพราะหลายคนมองว่าพล็อตเรื่องซ้ำ แต่การแสดงของเหล่านักแสดงรุ่นเล็กในเรื่องก็ยังเป็นที่จับตาเหมือนเดิมเพราะยังมีความเป็นธรรมชาติ ในขณะที่ รักสุดท้ายป้ายหน้า นับเป็นการแสดงภาพยนตร์เรื่องแรกของ "รถเมล์" คะนึงนิจ จักรสมิทธานนท์ และ "เพ็ชร" รฐกฤต เหมอรรณพจิต ก็ได้รับการกล่าวขวัญว่าแสดงได้เป็นธรรมชาติ หันมามองเรื่อง "Home ความรัก ความสุข ความทรงจำ" และ "รัก 7 ปี ดี 7 หน" ซึ่งหนังทั้ง 2 เรื่องต่างรวมนักแสดงมากฝีมือไว้หลายคน จึงไม่น่าแปลกใจที่คณะกรรมการจะมองเหล่านักแสดงในเรื่องเป็นตัวเลือกทั้งนักแสดงนำและนักแสดงสมทบ
และในปีนี้เรายังมีภาพยนตร์ 3 มิติฝีมือคนไทยและหนังสยองขวัญที่ได้รับความนิยมทุกยุคทุกสมัยเข้ามาเป็นตัวเลือก ไม่ว่าจะเป็น "407 เที่ยวบินผี" "ตำนานรักแม่นาค 3D" หรือจะเป็นหนังผีธรรมดาๆ (ไม่ได้เป็นแบบ 3 มิติ) อย่าง "9-9-81" หรือ "I Miss You รักฉันอย่าคิดถึงฉัน" ที่ได้นักแสดงดังอย่าง "ติ๊ก" เจษฎาภรณ์ ผลดี "จ๋า" ณัฐฐาวีรนุช ทองมี และ "สายป่าน" อภิญญา มาร่วมสร้างความหลอนแบบนิ่มๆ ให้เหล่าคนดูหนังมีทางเลือกใหม่ๆ
ยังไม่หมดเพียงเท่านี้เพราะช่วงปลายๆ ปียังมีหนังอีกหลายเรื่องให้ติดตาม ไม่ว่าจะเป็น "ตี 3" "เคาท์ดาวน์" "เมนูของพ่อ" ฯลฯ เรียกว่าคอหนังไทยห้ามกะพริบตาเลยทีเดียว เพราะปีนี้การคัดเลือกหนังยังเข้มข้นเหมือนเดิม



