ข่าว

ปี65 เร่ง "ฟื้นฟูเยียวยาเด็ก" ควบคู่ ยกระดับคุณภาพการศึกษา-สร้างโอกาส

เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

ส่อง เทรนด์การศึกษาช่วงโควิด เมื่อผลสำรวจพบเด็กไทยจำนวนมากเสี่ยงเป็นโรคซึมเศร้า บอร์ดปฏิรูปฯ การศึกษา เผยทิศทางปี65เร่ง "ฟื้นฟูเยียวยาเด็ก" ทั้งสุขภาพจิต-การเรียนรู้ ควบคู่ยกระดับคุณภาพการศึกษา-สร้างโอกาส

การเรียนรู้หยุดชะงัก จนเกิดภาวะถอดถอยทางการเรียนรู้ เป็นเพียงส่วนหนึ่งของความเสียหายกับระบบการศึกษาไทยจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ก่อนที่จะเกิดความสูญเสียทางการศึกษาไปมากกว่านี้ มีคำแนะนำจากอนุกรรมการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา ในการ "ฟื้นฟูเยียวยาเด็ก" ในปี2565 นี้

 

นอกเหนือจากปัญหาเด็กและเยาวชนหลุดออกจากระบบการศึกษาที่ต้องจับตามองแล้ว ดร.ภูมิศรัณย์ ทองเลี่ยมนาค อนุกรรมการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา และรักษาการรองผู้อำนวยการ สถาบันวิจัยเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (วสศ.) ได้วิเคราะห์เทรนด์การศึกษาที่เกิดขึ้นในช่วงโควิด-19รวมถึงทิศทางการศึกษาในปี2565 ว่า ประเด็นที่น่าสนใจของแวดวงการศึกษาหลังจากสถานการณ์คลี่คลายคือ การเยียวยาสุขภาพจิตใจของเด็กและการฟื้นฟูความรู้ถดถอยที่เกิดในช่วงโควิด-19ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญลำดับต้นๆ ที่วงการศึกษาทั่วโลกต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมความพร้อมในการรับมือกับโจทย์ในครั้งนี้

 

สุขภาพจิตใจของเด็ก เรื่องสำคัญที่ผู้ใหญ่ไม่ควรมองข้าม

การเรียนออนไลน์ผ่านหน้าจอเป็นเวลานานในสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการเรียนรู้ ไม่เพียงแต่สร้างความเบื่อหน่ายและทำให้ผลการเรียนของเด็กนักเรียนแย่ลง แต่ยังส่งผลในด้านอารมณ์และสังคม (Social-Emotion)เนื่องจากไม่ได้ออกไปใช้ชีวิตในสังคมอย่างที่ควรจะเป็นตามช่วงวัย ทำให้เด็กเกิดภาวะเครียด วิตกกังวล ไปจนถึงภาวะอารมณ์ดิ่ง

นอกจากนี้ในเด็กกลุ่มเปราะบางยังต้องเผชิญกับปัญหาครอบครัว เช่น พ่อแม่ตกงาน พ่อแม่ติดโควิด ทำให้รู้สึกโดดเดี่ยว ส่งผลไปถึงพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไป เช่น การกิน การนอน หากปล่อยทิ้งไว้อาจทำให้เกิดความเสี่ยงมีอาการซึมเศร้า หรือเสี่ยงมีพฤติกรรมต่อต้านสังคมได้ 

 

สำหรับประเทศไทยในช่วงปี 2563-2564 ผลการประเมินสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นไทยโดยกรมสุขภาพจิตพบว่า ร้อยละ 28 มีภาวะเครียดสูง ร้อยละ 32 มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคซึมเศร้าร้อยละ 22 มีความเสี่ยงที่จะฆ่าตัวตาย สะท้อนให้เห็นว่าเด็กไทยจำนวนมากกำลังเผชิญกับความเครียด ความกังวล และภาวะซึมเศร้าอย่างต่อเนื่อง

ปี65 เร่ง "ฟื้นฟูเยียวยาเด็ก" ควบคู่ ยกระดับคุณภาพการศึกษา-สร้างโอกาส

 

“เพราะฉะนั้นการสำรวจสภาพจิตใจของเด็กอยู่เสมอและการเยียวยาสุขภาพจิตใจของเด็กจึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะการจัดหานักจิตวิทยาโรงเรียนเพื่อคอยช่วยเหลือเด็กๆ ซึ่งประเทศไทยถือว่ายังมีจำนวนไม่เพียงพอเมื่อเทียบกับสัดส่วนของนักเรียน”ดร.ภูมิศรัณย์ กล่าว

K-Shaped Recoveryที่กำลังก่อตัวในวงการศึกษา

ในแง่ของเศรษฐกิจยุคหลังโควิด-19 เรากำลังเข้าสู่ยุคที่บางธุรกิจสามารถปรับตัวได้และเติบโตอย่างก้าวกระโดด เช่น ธุรกิจบนแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ แต่ในทางกลับกันบางกลุ่มมีแนวโน้มการเติบโตแบบดิ่งลง เพราะไม่สามารถปรับตัวได้ต้องปิดกิจการไป หรือที่เรียกว่าการฟื้นตัวรูปตัวK(K-Shaped Recovery)

ปี65 เร่ง "ฟื้นฟูเยียวยาเด็ก" ควบคู่ ยกระดับคุณภาพการศึกษา-สร้างโอกาส

 

เช่นเดียวกับด้านการศึกษา เมื่อสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย เด็กที่มีความพร้อมในการเข้าถึงการศึกษา ไม่ว่าจะเป็นด้านครอบครัว สภาพแวดล้อมที่มีความพร้อม อุปกรณ์การเรียน สถานศึกษาและครูที่มีศักยภาพ จะเป็นกลุ่มที่สามารถปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว 

 

ขณะที่เด็กบางกลุ่มอาจปรับตัวได้ช้ากว่า เนื่องจากอุปสรรคความยากจน สภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการเรียนรู้ หรือชีวิตได้รับผลกระทบจากโควิด-19เช่น พ่อแม่ไม่มีเงินส่งเรียน รวมถึงกลุ่มที่กำพร้าพ่อแม่จากโควิด ซึ่งเป็นกลุ่มที่จะได้ผลกระทบในระยะยาวอย่างรุนแรง จึงเป็นอีกประเด็นที่ต้องเฝ้าระวังไม่ให้เกิดภาวะการฟื้นตัวแบบK-Shapeในระบบการศึกษาไทย และต้องเร่งหามาตรการช่วยเหลือเด็กนักเรียนเพื่อลดช่องว่างของความเหลื่อมล้ำที่จะเกิดขึ้น

อสม.การศึกษา บทบาทสำคัญของชุมชนเติมเต็มการเรียนรู้

 

อสม.การศึกษา บทบาทสำคัญของชุมชนเติมเต็มการเรียนรู้

ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 มีเด็กนักเรียนจำนวนมากประสบปัญหาการเรียนรู้ผ่านระบบทางไกล โดยเฉพาะโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกลทุรกันดาร ผู้ปกครองหลายครอบครัวไม่สามารถควบคุมหรือช่วยเหลือบุตรหลานในการเรียนรู้ได้ กลไกสำคัญที่เข้ามามีบทบาทช่วยเหลือเด็กนักเรียนเหล่านี้ในช่วงเวลาวิกฤตคือ อาสาสมัครการศึกษา (อสม.การศึกษา) 

 

อสม.การศึกษาเป็นการแก้ปัญหาโดยเชื่อมโยงกับพื้นที่ชุมชน อสม.การศึกษา จะทำหน้าที่ให้คำแนะนำด้านการเรียนรู้ให้กับเด็กนักเรียนในชุมชน เช่น ช่วยดูแลเรื่องอุปกรณ์การศึกษา ปรับจูนสัญญาณโทรทัศน์ หรือเป็นตัวเชื่อมทางด้านภาษาระหว่างครูและนักเรียนเนื่องจากบางพื้นที่เป็นชนเผ่า อาสาสมัครซึ่งเป็นคนในพื้นที่ช่วยสื่อสารเจตนารมณ์ของโรงเรียน หรือช่วยสอนหนังสือในกรณีที่ครูเข้าถึงพื้นที่ได้ไม่ทั่วถึง นับเป็นอีกหนึ่งกลไกในการเติมเต็มช่องว่างทางการเรียนรู้ของเด็ก 

 

และแม้ว่าโรงเรียนจะกลับมาเปิดเรียนตามปกติ แต่บทบาทของชุมชนยังคงเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องผลักดันต่อไป เพื่อให้ทุกฝ่ายเห็นความสำคัญของการศึกษา โดยเฉพาะการติดตามเด็กในชุมชนที่มีความเสี่ยงหลุดออกจากระบบ รวมถึงช่วยเหลือเด็กที่หลุดออกไปแล้วให้มีโอกาสกลับมาเรียนอีกครั้งและได้รับการพัฒนาทักษะเพื่อสร้างอาชีพต่อไปได้

ปี65 เร่ง "ฟื้นฟูเยียวยาเด็ก" ควบคู่ ยกระดับคุณภาพการศึกษา-สร้างโอกาส

 

ยุคของการศึกษาทางเลือก และการสร้างสรรค์นวัตกรรม

การเรียนออนไลน์ของเด็กนักเรียนในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ผู้ปกครองหลายคนมองเห็นความสำคัญของการเรียนแบบHome Schoolมากขึ้น เนื่องจากสถานการณ์และมาตรการที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง พ่อแม่หลายคนรู้สึกไม่คุ้มค่าที่ต้องจ่ายค่าเทอมแพงแลกกับการเรียนที่บ้าน สิ่งที่น่าสนใจคือภาครัฐจะมีแนวทางเข้าไปช่วยเหลือพ่อแม่หรือเด็กกลุ่มนี้เท่าเทียมกับเด็กที่อยู่ในระบบการศึกษาได้อย่างไร 

 

นอกจากการศึกษาทางเลือกที่มีบทบาทมากขึ้นแล้ว อีกเรื่องที่ได้เห็นกันมากขึ้นในช่วงโควิดคือ นวัตกรรมการศึกษาที่ถูกนำมาประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนการสอน ทั้งโรงเรียนและครูผู้สอนต่างคิดค้นนวัตกรรมและออกแบบสร้างสรรค์กระบวนการเรียนรู้เพื่อนำมาช่วยให้การเรียนมีประสิทธิภาพ เช่น การแต่งตัวเพื่อดึงดูความสนใจจากเด็ก การใช้แนวทางแบบครูหลังม้า การใช้รถพุ่มพวงทางการศึกษา หรือนวัตกรรมกล่องการเรียนรู้ (Learning Box) สะท้อนให้เห็นถึงการเพิ่มอิสระและความยืดหยุ่นของกระทรวงศึกษาธิการในการสนับสนุนการบริหารจัดการของสถานศึกษา และคาดว่าในอนาคตจะสามารถผลักดันให้ทุกโรงเรียนสามารถสร้างนวัตกรรมการศึกษาที่ตอบโจทย์การเรียนรู้ของเด็กตามสถานการณ์ต่อไปได้

 

สรุปได้ว่าปีนี้จะเป็นปีแห่งการฟื้นฟูเยียวยาทั้งด้านความรู้วิชาการและด้านสุขภาพกายและใจของเด็ก แต่ประเทศไทยยังคงมีโจทย์ใหญ่ทางการศึกษาที่ต้องเร่งดำเนินการคือ การยกระดับคุณภาพการศึกษาและสร้างโอกาสในการเข้าถึงการศึกษาอย่างทัดเทียมให้กับเด็กและเยาวชนทั้งประเทศ 

 

เป็นภารกิจหลักในการปฏิรูประบบการศึกษาไทย ของคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษาที่กำหนดแผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษาในเป้าหมายหลัก5ด้าน(5 Big Rocks)ได้แก่

1.การสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา

2.การปฏิรูปการจัดการเรียนการสอนรับศตวรรษที่21 3.การปฏิรูปการผลิตพัฒนาครู

4.การปฏิรูปอาชีวศึกษา

5.การปฏิรูปบทบาทการวิจัยในสถาบันอุดมศึกษา

 

อย่างไรก็ดีการปฏิรูปการศึกษาเป็นเรื่องที่ไม่สามารถสำเร็จได้ในระยะเวลาอันสั้นและยังคงต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน"บอร์ดปฏิรูปฯ การศึกษา กล่าวในที่สุด

logoline

ข่าวที่น่าสนใจ

logo-pwa

เพิ่ม คมชัดลึก ออนไลน์

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด