#1ธันวาบอกลาเครื่องแบบ ขึ้นติดอันดับ 1 ของเทรนทวิตเตอร์เมืองไทย ที่ผมเพิ่งจะรู้จักไม่เกิน 3 วัน ในสังคมยุคปัจจุบัน สื่อโซเชียลที่มีความรวดเร็วและตอบสนองผู้ใช้ได้รวดเร็วทันทุกเหตุการณ์คงต้องยกให้ ทวิตเตอร์

 

 

เรื่องราวร้อนๆ ในวันนี้เกี่ยวกับ “ชุดเครื่องแบบนักเรียน” สำหรับชุดเครื่องแบบนักเรียนของไทย เริ่มมีขึ้นตั้งแต่ในสมัยรัชกาลที่ 5 หรือตั้งแต่ พ.ศ. 2428 โดยชุดนักเรียนชายในสมัยนั้นจะประกอบไปด้วย รองเท้าสีดำ

 

แต่ในสมัยนั้นถุงเท้าและรองเท้ามีราคาค่อนข้างแพง ทำให้หลายคนไม่ค่อยมีใช้และไม่ได้ใส่ไปเรียน และหลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 (เครื่องแบบนักเรียนในอดีต ระดับชั้นประถมต้องมีเข็มขัดลูกเสือและสวมหมวกกะโล่ )ก็ได้มีการเปลี่ยนมาเป็นชุดเครื่องแบบนักเรียนในปัจจุบัน

 

ก่อนหน้า ยกเหตุผลที่ต้องมี ชุดเครื่องแบบนักเรียน  ไว้ว่าที่มีการใส่เครื่องแบบก็เป็นเพราะในสังคมของเรานั้นต้องมีการจัดการกับคนหมู่มาก เพื่อให้สามารถแยกแยะผู้คนได้ จึงทำให้เกิดเป็นเครื่องแบบขึ้น

และชุดเครื่องแบบยังถูกสร้างขึ้นมาเพื่อลดความเป็นตัวตนของผู้ที่สวมใส่ ยกอย่างเช่นการใส่ชุดเครื่องแบบนักเรียน ก็จะทำให้เรารู้ว่าในช่วงนั้นคือเราควรทำอะไร มีขอบเขตแค่ไหน ช่วยในการกล่อมเกลา

 

อาจจะเป็นเหตุผลของนักปกครอง ที่มองจากมุมของผู้ปกครองก็เป็นได้ แต่เมื่อเวลาเปลี่ยนไป เหตุการณ์ย่อมไม่เหมือนเดิม ผู้คนได้รับการพัฒนามากขึ้น มีความรู้มากขึ้น การติดต่อเชื่อมโยงระหว่างผู้คนในโลกกว้างมีความสะดวกและรวดเร็ว บางสิ่งที่ยังย่ำอยู่กับที่ก็ควรที่จะต้องมีการเปลี่ยนแปลง ชุดเครื่องแบบนักเรียนก็เช่นกัน

เปิดใจรับฟัง หาความต่าง '135 ปี' เครื่องแบบนักเรียนไทย

โดยส่วนตัวผู้เขียนเป็นเด็กบ้านนอกผูกพันกับชุดเครื่องแบบนักเรียนมาตลอดชีวิต และเป็นชุดที่ใส่ถ่ายรูปในวัยเด็กแล้วนำมาอัดขยายเพื่อติดไว้ฝาบ้านด้วยความภาคภูมิใจ เป็นชุดหรูที่ใส่ไปได้ทุกงาน

 

สำหรับคนที่มีฐานะยากจนหรือรายได้น้อย รูปทุกรูปที่มีเกือบทั้งหมด  เป็นรูปชุดเครื่องแบบนักเรียน นั้นคือเหตุการณ์ที่นานมาแล้ว แต่ปัจจุบันหลายอย่างมันเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิงการที่จะให้เด็กรุ่นใหม่คิดเหมือนเราคงจะเป็นไปไม่ได้

เปิดใจรับฟัง หาความต่าง '135 ปี' เครื่องแบบนักเรียนไทย

ถ้าเหตุการณ์ในวันนี้เรามองอย่างใจเย็นและรับฟัง เราอาจจะได้มองเห็นในสิ่งที่คนรุ่นใหม่คิด 135 ปี ผ่านมาแล้วที่เรายังสวมเครื่องแบบนักเรียนเหมือนเดิม อาจจะลองหาจุดลงตัวที่เหมาะสม เช่น สวมชุดเครื่องแบบนักเรียนเฉพาะวันจันทร์ของทุกสัปดาห์ เหมือนข้าราชการ นอกนั้นก็เป็นชุดต่างๆ ตามความเห็นของนักเรียน โรงเรียนและผู้ปกครอง ก็อาจจะเป็นได้ 

 

ที่ผ่านมาเราพยายาม สอนให้เด็ก คิดเป็น ทำเป็น แก้ปัญหาเป็น แต่เมื่อเด็กคิดแล้วเราทำไมไม่รับฟัง การปิดประตูความคิดไม่ใช่สิ่งที่ดี เปิดใจรับฟัง หาความต่าง หาความเหมือน หาจุดลงตัว คงจะเป็นหนทางที่ดีสำหรับทุกคน

สุดท้าย อย่าลืมว่า คนที่ปฏิวัติล้มล้างรัฐธรรมนูญ ก็คือคนที่สวมเครื่องแบบทุกวันนี้

เปิดใจรับฟัง หาความต่าง '135 ปี' เครื่องแบบนักเรียนไทย

เปิดใจรับฟัง หาความต่าง '135 ปี' เครื่องแบบนักเรียนไทย