เมื่อวันที่ 7 ส.ค. 2563 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) แถลงภายหลังการประชุมคณะกรรมการ เฉพาะกิจพิจารณาการผ่อนคลายการบังคับใช้มาตรการในการป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ถึงรายละเอียดการเปิดเรียนของสถานศึกษาทั่วประเทศ ว่า ที่ประชุมให้สถานศึกษาทั่วประเทศทดลองเปิดการเรียนการสอนที่โรงเรียนได้อย่าง 100 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งมาตรการต่างๆที่ลดไปคือ การลดการเว้นระยะห่างที่ไม่ต้องมีระยะ 1.5 เมตร 

โดยจะทำให้ห้องเรียนมีนักเรียนได้มากกว่า 25 คน กลับไปเรียนตามปกติ โดยมีเงื่อนไขที่นักเรียนแต่ละคนต้องจดบันทึกว่าแต่ละวันได้ไปที่ไหนมาบ้าง หลังจากเลิกเรียนแล้ว เพื่อเป็นมาตรการในการติดตามหากมีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในโรงเรียน 

ทั้งนี้ เรามั่นใจว่ากระบวนการสาธารณสุขสามารถบริหารจัดการเรื่องความปลอดภัยในประเทศได้ โดยที่ผ่านมา เราพิสูจน์แล้วว่าถ้ามีการแพร่ของโรค เรามีวิธีการแก้ปัญหาต่างๆ ดังนั้นต้องขอฝากครู ผู้ปกครอง และนักเรียนเรื่องการบันทึกข้อมูล เพราะเป็นเรื่องที่สำคัญ

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวอีกว่า สำหรับการเรียนการสอนก็ต้องเปลี่ยนแนวทางและปรับเนื้อหาสาระ ซึ่งตนเชื่อว่าคุณครูของประเทศไทยสามารถปรับแนวทางได้ พยายามให้มีการเรียนในห้องเรียนน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยการทดลองครั้งนี้เป็นการทดลองเปิดการเรียน 100 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งไม่ต้องนำเข้าสู่ที่ประชุม ศบค. ชุดใหญ่ แต่ต้องได้รับการอนุมัติจากนายกรัฐมนตรี ซึ่งเราจะนำเสนอนายกฯในวันที่ 10 ส.ค.นี้ ถ้านายกรัฐมนตรีลงนามเห็นชอบแล้ว เราคิดว่าจะเริ่มการทดลองเรื่องนี้ได้ในวันที่ 13 ส.ค.นี้

เมื่อถามว่า รูปแบบการเรียนการสอน และเกณฑ์การวัดผลจะปรับอย่างไรหรือไม่ นายณัฏฐพล กล่าวว่า การประเมินการสอบ กระทรวงศึกษาธิการกำลังพิจารณาถึงความเหมาะสมว่าจะลดลงหรือปรับเปลี่ยนได้หรือไม่ เพราะต้องยอมรับว่าการเรียนการสอนไม่ได้เท่าเทียมกันทั่วประเทศ บางพื้นที่มีโอกาสเข้าถึงสื่อดิจิทัล แต่หลายพื้นที่ไม่มีโอกาส ดังนั้น จะวัดมาตรฐานเดียวกันเป็นไปไม่ได้ นี่คือมาตราการต่อไปที่กระทรวงศึกษาธิการต้องไปหาความเหมาะสม