คมชัดลึกออนไลน์ 1 เมษายน 2563
คมชัดลึกออนไลน์
คิดโซน (ของ) วัยทีน

รพ.พญาไท3รับมือโควิด-19 ..คนไข้มั่นใจไม่ติดเชื้อ

25 มีนาคม 2563 - 00:00 น.
โควิด-19,โรงพยาบาลพญาไท 3
คิดโซน (ของ) วัยทีน

Shares :
เปิดอ่าน 1,171 ครั้ง

ทำอย่างไรให้คนไข้มาโรงพยาบาลมีความมั่นใจว่าไม่ติดเชื้อจากโควิด-19 และทำอย่างไรให้คนที่มาโรงพยาบาลไม่ได้เป็นผู้แพร่เชื้อ


          ด้วยสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ในประเทศไทยที่มีผู้ป่วยเสียชีวิตและจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้หลายหน่วยงานต้องรับมือในการป้องกัน ดูแล ร่วมแก้ปัญหาในครั้งนี้ เพราะจะรอรัฐบาลอย่างเดียวคงไม่เพียงพอ โรงพยาบาลพญาไท 3 และโรงพยาบาลในเครือได้ออกมาตรการความปลอดภัยในการบริการ ป้องกัน ปลอดโควิด-19 ได้ 100%
         นพ.สุรพล โล่ห์สิริวัฒน์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพญาไท 3 กล่าวว่า จากการแพร่ระบาดโควิด-19 ที่เกิดขึ้นนั้น ในส่วนของโรงพยาบาลพญาไท 3 และโรงพยาบาลในเครือได้เตรียมความพร้อมป้องกันในเรื่องนี้มาตลอดตั้งแต่เริ่มมีการแพร่ระบาด ซึ่งมีจุดประสงค์ 2 เรื่องหลักๆ คือ ทำอย่างไรให้คนไข้มาโรงพยาบาลมีความมั่นใจว่าไม่ติดเชื้อจากโควิด-19 และทำอย่างไรให้คนที่มาโรงพยาบาลไม่ได้เป็นผู้แพร่เชื้อโควิด-19

อ่านข่าว-ผลชันสูตรพบ "ไวรัสโคโรนา" หลงเหลือในร่างผู้ป่วย

         โดยมีแนวทางในการดำเนินการตั้งแต่คนไข้ หรือผู้ที่มาโรงพยาบาลพญาไท 3 ทุกคนจะต้องได้รับการตรวจคัดกรอง ทั้งการตรวจวัดไข้ด้วยเครื่องวัดไข้ และการซักประวัติว่าเป็นกลุ่มเสี่ยงหรือไม่ เช่น มีอาการไข้ มีน้ำมูลไหล หรือเพิ่งเดินทางกลับมาจากต่างประเทศ หรือไปยังสถานที่เสี่ยง เช่น สนามมวย ฟิตเนส รวมถึงชาวต่างชาติ ซึ่งหากเป็นคนกลุ่มเสี่ยงก็จะถูกแยกออกไปยังห้องปลอดเชื้อทันที ไม่ได้เข้ามาในโรงพยาบาลและจะมีการดำเนินการตรวจวินิจฉัยโดยแพทย์ บุคลากรทางการแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญที่มีการใส่อุปกรณ์ชุดป้องกันเชื้อต่างๆ อย่างเต็มที่


ติดตามข่าวสาร "คมชัดลีก" ผ่าน Line official
เพิ่มเพื่อน

 

 


           ผอ.โรงพยาบาลพญาไท 3 กล่าวต่อว่า หากเป็นคนไข้ที่มีอาการไข้หวัดทั่วไปเท่านั้น ไม่ได้ไปต่างประเทศ หรือไปยังพื้นที่เสี่ยง หรือทำงานใกล้ชิดกลุ่มเสี่ยง โรงพยาบาลจะให้กลุ่มนี้เข้าคลินิก ARI (Acute Respiratory tract Infection) โดยมีแพทย์ บุคลากรทางการแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญในการตรวจและป้องกันไม่ให้บุคลากรทางการแพทย์ติดเชื้อจากคนไข้ ทั้งการสวมใส่หน้ากากอนามัย ใส่ face shield ซึ่งเป็นลักษณะการคลุมทั้งหน้า และกลุ่มผู้ป่วยที่มารักษาโรคทั่วไปที่ไม่เกี่ยวกับไข้หวัด คนเหล่านี้ก็จะถูกแยกออกไปตรวจตามแผนกต่างๆ โดยบุคลากรทางการแพทย์จะสวมใส่หน้ากากอนามัย และผู้ป่วยเองก็ต้องสวมใส่หน้ากากอนามัยเช่นกัน เพื่อป้องกันโควิด-19 และความปลอดภัยของทุกคน

 นพ.สุรพล โล่ห์สิริวัฒน์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพญาไท 3


          “ทุกจุดเข้าออกของโรงพยาบาลจะมีการตรวจคัดกรอง และทุกคนในโรงพยาบาล ไม่ว่าจะเป็นแพทย์ บุคลากรทางการแพทย์ พนักงาน ยาม รวมถึงบุคลากร พนักงานในโรงอาหาร ทุกคนต้องสวมใส่หน้ากาก และปฏิบัติตามมาตรฐานการป้องกัน ดูแล โควิด-19 เพื่อความปลอดภัยของทุกคน โดยโรงพยาบาลพญาไท 3 มีการจัดการเรื่องความสะอาดฆ่าเชื้อในโรงพยาบาล เช็ดพื้น โต๊ะ ทุกพื้นที่บริการ ทุกๆ 30 นาที ในช่วงกลางคืนจะมีการพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อทุกพื้นที่ที่มีการบริการและมีการป้องกันระยะห่าง ทั้งในส่วนของคนไข้ แพทย์ พยาบาล บุคลากรทุกคนต้องอยู่ห่างกันเกิน 1 เมตร ถ้าต้องอยู่ใกล้กันต้องสวมใส่หน้ากากอนามัยทุกคน เวลากินอาหารกลางวันต้องไม่นั่งติดกัน ห่างกัน 1 เมตร ซึ่งตอนนี้ทุกคนในโรงพยาบาลปฏิบัติตาม ดังนั้น มั่นใจได้ว่าโรงพยาบาลพญาไท 3 มีความปลอดภัยจากโควิด-19 ได้ 100%” นพ.สุรพล กล่าว
          นอกจากนั้นโรงพยาบาลพญาไท 3 ยังทำความสะอาดลิฟต์โดยสารฆ่าเชื้อทุกๆ 30 นาที มีการใช้ Foot Guide กำหนดจำนวนตำแหน่งการยืนเว้นระยะห่างในลิฟต์ โดยสารลิฟต์ครั้งละ 6-8 ท่าน ตามจำนวนตำแหน่งการยืนของ Foot Guide ทุกคนต้องยืนและวางเท้าตามตำแหน่งที่ปรากฏ โดยหันหน้าเข้าหาผนังลิฟต์ และหลีกเลี่ยงการพูดคุยกันภายในลิฟต์โดยสาร เพื่อลดโอกาสในการติดเชื้อ ขณะที่ห้องตรวจต่างๆ มีการปรับระบบแอร์ใหม่ทั้งหมด ให้อากาศข้างในไม่ลอยไปข้างนอก และไม่ลอยไปในอากาศ โดยมีระบบกรองเชื้อโรคร่วมด้วย


          ผอ.โรงพยาบาลพญาไท 3 กล่าวอีกว่า ผู้บริหารของโรงพยาบาลให้ความสำคัญต่อคนไข้และพนักงานอย่างมาก โดยเฉพาะพนักงานที่ต้องมีการปฏิบัติตัว ควบคุมการดูแลให้เป็นไปตามมาตรฐาน รวมถึงขณะนี้โรงพยาบาลพญาไท 3 เตรียมการซ้อมแผน ซักซ้อมบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับคนไข้ทั้งหมดหากมีการแพร่ระบาดอย่างหนัก โดยมีสถานการณ์จำลองและมีการตรวจสอบว่าบุคลากรของเราได้ดำเนินการตามที่กำหนดไว้หรือไม่ รวมถึงมีการนำอุปกรณ์เครื่องมือ นวัตกรรมใหม่ๆ อาทิ เครื่องมือย้ายผู้ป่วย อย่างแคปซูลความดันลบ ISOLATION NEGATIVE CHAMBER และเครื่องมือที่จะช่วยให้แพทย์หัตถการสวมใส่เพื่อให้สามารถทำงานได้สะดวกสบายมากขึ้น มีการเตรียมพร้อมบุคลากรให้ตื่นตัวมากขึ้นด้วย อย่าง Powered Air Purifying 
Respirator (PAPR) เป็นต้น
          ปัจจุบันโรงพยาบาลพญาไท 3 มีการบริการเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ป่วยในช่วงโควิด-19 โดยมีเรามีคลินิกคอนเน็กสำหรับผู้ป่วยที่ต้องการรับยาประจำ หรือต้องติดต่อแพทย์ จะสามารถติดต่อ สั่งยากับแพทย์ได้ทันที เพื่อไม่ต้องเดินทางออกมาจากบ้าน รวมถึงมีบริการจัดส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจเลือดถึงบ้านในกรณีที่จำเป็นอีกด้วย และได้เปิด Drive Thru Test บริการตรวจหาเชื้อโควิด-19 รูปแบบพิเศษ สะดวก ง่ายโดยไม่ต้องลงจากรถ เพื่อตอบสนองความต้องการในการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ให้ผู้ที่มีความกังวลใจ แบบสะดวก ง่าย รวดเร็ว


          “โรงพยาบาลไม่ได้ตรวจให้ทุกคน แต่จะตรวจที่เป็นกลุ่มเสี่ยง หรือวิตกกังวลจนกินไม่ได้นอนไม่หลับถึงจะตรวจให้ เพราะจริงๆ แล้วการตรวจนั้นหากไม่ได้เป็นกลุ่มเสี่ยง ไม่มีอาการใดๆ ก็ไม่จำเป็นต้องตรวจหาเชื้อโควิด-19 ดังนั้นโรงพยาบาลได้จัดพื้นที่พิเศษขึ้นมา ณ บริเวณลานจอดรถชั้น 5 เพื่อให้บริการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ได้ โดยมีขั้นตอนง่ายๆ ดังนี้ คือทำแบบคัดกรอง ก่อนเข้ารับการตรวจ ผ่านช่องทาง https://bit.ly/2J9kof2 หรือคิวอาร์โค้ด หลังจากนั้นแค่ขับรถส่วนตัวเข้ามายังจุดให้บริการ ลงทะเบียน ชำระเงิน แล้วลดกระจกลงเพื่อให้ทีมพยาบาลเก็บตัวอย่าง ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย และสามารถรอรับผลตรวจได้ภายใน 3-5 วัน ฉะนั้นอยากฝากประชาชนทุกคนการตรวจเชื้อโควิด-19 มีค่าบริการ หากไม่มีความเสี่ยง เพียงปฏิบัติตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุข รัฐบาล ก็ไม่จำเป็นต้องตรวจหาเชื้อ” นพ.สุรพล กล่าว

          อย่างไรก็ตามการแพร่ระบาดโควิด-19 คงมีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ แต่จะทำอย่างไรให้การระบาดเป็นไปอย่างช้าๆ เพื่อให้โรงพยาบาลรับไหว  ผอ.โรงพยาบาลพญาไท 3 กล่าวด้วยว่า สถานการณ์การระบาดโควิด-19 หลังจากนี้คงมีจำนวนผู้ติดเชื้อคงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งประชาชนไม่ต้องตื่นตระหนก เพราะหากดูจำนวนผู้เสียชีวิตถือว่าน้อยมาก แสดงให้เห็นว่ามาตรการต่างๆ ที่รัฐบาล กระทรวงสาธารณสุขกำหนดไว้ค่อนข้างดี เพราะถ้าบริหารจัดการไม่ดีคงมีผู้เสียชีวิตมากกว่านี้ ตอนนี้ทุกคนต้องช่วยดูแล ป้องกันตนเองให้ดีที่สุด จะหวังเพียงรัฐบาลคงไม่ได้ อย่าโทษว่าใครทำดีหรือไม่ แต่ขอให้ปฏิบัติตัวเองให้ดี


          “ปัญหาโควิด-19 ไม่ใช่หน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งจะแก้ได้ ประชาชนทุกคนต้องทำหน้าที่ของตัวเองและช่วยกัน มาตรการอะไรที่รัฐบาลออกมาควรปฏิบัติตาม และทุกคนต้องหาความรู้จากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือได้ เพราะตอนนี้มีข่าวปลอมจำนวนมาก ควรเลือกติดตาม เลือกเสพข้อมูลข่าวสาร และถ้าไม่แน่ใจอย่าแชร์ เนื่องจากจะเป็นการสร้างความตื่นตระหนกให้แก่ผู้อื่น ควรเสพข้อมูลแต่พอดี นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์และออกกำลังกาย ถ้าไม่จำเป็นไม่ต้องออกจากบ้าน ทำงานที่บ้าน และการล้างมือ จริงๆ สามารถใช้สบู่ล้างมือได้หากไม่สามารถหาซื้อเจลแอลกอฮอล์ได้ ถ้าทุกคนช่วยกันและนึกถึงคนในครอบครัว ประเทศ เชื่อว่าจะผ่านสถานการณ์โควิด-19 ไปด้วยกันได้” นพ.สุรพล กล่าว

เรียบเรียงโดย: ชุลีพร อร่ามเนตร •
[email protected]



5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ