คมชัดลึกออนไลน์ 31 มีนาคม 2563
คมชัดลึกออนไลน์
คิดโซน (ของ) วัยทีน

เรียนออนไลน์-ทำงานที่บ้าน มาตรการรับมือ โควิด-19

16 มีนาคม 2563 - 13:26 น.
โควิด-19,เรียนออนไลน์,กระทรวงอุดมศึกษา,หน้ากากอนามัย,ผศดรศิริเดช คำสุพรหม
คิดโซน (ของ) วัยทีน

Shares :
เปิดอ่าน 315 ครั้ง

เรียนออนไลน์-ทำงานที่บ้าน มาตรการรับมือ โควิด-19 โดย... หทัยรัตน์ ดีประเสริฐ [email protected] -


 

          การป้องกัน การเฝ้าระวัง การควบคุมโรคโควิด-19 ที่ดีที่สุด ต้องเริ่มจากทุกคนช่วยกันดูแลตัวเอง และหากมีภาวะความเสี่ยง มีอาการไข้หวัด ควรรีบไปพบแพทย์ หลีกเลี่ยงพื้นที่แออัด พื้นที่สาธารณะ และควรสวมใส่หน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อยๆ ปฏิบัติตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุข ต้องร่วมด้วยช่วยกัน

 

อ่านข่าว... กระทรวงอุดมศึกษา สั่งเรียนออนไลน์ เลื่อนรับปริญญาไม่มีกำหนด


ติดตามข่าวสาร "คมชัดลีก" ผ่าน Line official
เพิ่มเพื่อน

 

 


          ขณะนี้สถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโควิด -19 ยังคงมีการระบาดอย่างต่อเนื่อง มีผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตเพิ่มขึ้นทุกวัน กระทรวงสาธารณสุขขอความร่วมมือกับกระทรวงต่างๆ ในการดำเนินการตามมาตรการป้องกัน เฝ้าระวัง ควบคุมไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดจนเข้าสู่ระยะที่ 3 (ปัจจุบันไทยอยู่ในระยะที่ 2)


          ในส่วนสถาบันการศึกษา กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และกระทรวงศึกษาธิการ ได้มีมาตรการในการเฝ้าระวัง ดูแลนักเรียนนักศึกษาอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะสถาบันการศึกษาที่มีนักศึกษาจีน บุคลากรจีนมาเรียน มาทำงานอยู่จำนวนมาก อย่างเช่นที่มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) มีนักศึกษาจีนมาเรียนประมาณ 3,000 คน ได้จัดการเรียนการสอนแบบออนไลน์ และปรับเปลี่ยนวิธีสอบไฟนอลเป็นการประเมินผลผ่านโครงงานแทน

 

 

ผศ.ดร.ศิริเดช คำสุพรหม

 


          ผศ.ดร.ศิริเดช คำสุพรหม คณบดีวิทยาลัยบริหารธุรกิจนวัตกรรมและการบัญชี มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ กล่าวว่า ตั้งแต่เกิดสถานการณ์และพบผู้ป่วยไวรัสโควิด-19 ในประเทศไทย มหาวิทยาลัยมีความเป็นห่วงนักศึกษาจีนที่มาเรียนประมาณ 3,000 คน ซึ่งขณะนี้อยู่ที่ประเทศจีนยังไม่กลับมา ประมาณ 2,400 คน และอยู่ที่หอพักมหาวิทยาลัยเพียง 600 คน


          โดยมีการคัดกรองส่วนกลุ่มที่มีภาวะเสี่ยงจะออกพาสปอร์ตเหลืองให้ ต้องมาตรวจวัดไข้ 14 วัน ถ้า 14 วันไม่มีอาการใดๆ จะได้พาสปอร์ตเขียว ปัจจุบันนี้นักศึกษาจีนที่อยู่ในมหาวิทยาลัยทั้ง 600 คนถือพาสปอร์ตสีเขียว และทุกทางขึ้นอาคารต่างๆ หน้าลิฟต์และหน้าห้องเรียน จะมีเจลล้างมือ ไว้ให้บริการ และเน้นทำความสะอาดพื้นที่สัมผัสต่างๆ ภายในมหาวิทยาลัย และรณรงค์ให้ใส่หน้ากากอนามัยพร้อมทั้งจัดการเรียนการสอนออนไลน์ ผ่าน Teacher mate ของ Tencent ให้แก่นักศึกษาที่อยู่ที่ประเทศจีน และปรับวิธีการสอบไฟนอลมาเป็นการประเมิินผลจากการส่งโครงงาน หรือ project based ส่งอาจารย์ผู้สอนแทน

 

 

 

 

 


          นอกจากนั้นในมหาวิทยาลัยได้มีการเฝ้าระวัง มีมาตรการการป้องกัน อาทิ ทำความสะอาดฆ่าเชื้อโรคบริเวณรอบมหาวิทยาลัยอย่างทั่วถึง จะมีเจ้าหน้าที่ทำการวัดไข้ให้นักศึกษาทุกคนก่อนเข้าห้องเรียน และที่พักอาศัย จัดเตรียมหน้ากากอนามัยไว้บริการนักศึกษาฟรี และเน้นย้ำให้นักศึกษาใส่หน้ากากอนามัยเข้าเรียนทุกคน และได้ให้เจ้าหน้าที่ทุกคนมาทำงานตามปกติ และเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับสถานการณ์ฉุกเฉิน ให้ความสำคัญในการดูแล เฝ้าระวังทั้งนักศึกษาจีน นักศึกษาไทย และบุคลากรของมหาวิทยาลัยทุกคนด้วยมาตรการที่เข้มข้น


          อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ทุกมหาวิทยาลัยได้มีมาตรการในการดูแล เฝ้าระวังทั้งนักศึกษาจีน และนักศึกษา รวมถึงคณาจารย์และบุคลากรต่างๆ เตรียมพร้อม เฝ้าระวัง หลีกเลี่ยงการสัมผัสผู้ป่วย ไม่อยู่ใกล้ชิดผู้ป่วยไอจาม หลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่แออัด สวมใส่หน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ในที่ชุมชน กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือบ่อยๆ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาด เป็นต้น
   

 

 

 

          ทำงานที่บ้านผ่านดิจิทัล
          จากสถานการณ์โควิด-19 ที่มีการระบาดเพิ่มขึ้นในหลายประเทศ ทั้งเกาหลี อิตาลี อิหร่าน และสหรัฐอเมริกา ประเทศไทยก็ได้มีการเตรียมความพร้อมในกรณีที่มีการระบาดอย่างกว้างขวางในประเทศ โดยหน่วยงานราชการถือว่าเป็นส่วนหนึ่งที่ต้องมีการเตรียมความพร้อมทำงานที่บ้านผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งต้องมีการเตรียมความพร้อมทั้งระบบการทำงานและระบบออนไลน์เพื่อให้การทำงานของหน่วยราชการนั้นๆ และการให้บริการประชาชนไม่หยุดชะงัก ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับขนาดความรุนแรงของการระบาด


          ซึ่งขณะนี้หน่วยงานราชการก็มีระบบการทำงานผ่านดิจิทัลและอิเล็กทรอนิกส์ได้แก่ เอกสารดิจิทัล (E-Doccument) การประชุมขนาดเล็กผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (E-Meeting) และการประชุมขนาดใหญ่ที่ต้องใช้ระบบ E-conference ที่เป็นการประชุมขนาดใหญ่ก็มีระบบที่รองรับซึ่งมีความพร้อมในระดับหนึ่ง เหลือเพียงกฎระเบียบบางเรื่องที่ยังคงต้องมีการแก้ไขให้สอดคล้องกับแนวทางปฏิบัติงานจริง


          ขณะเดียวกันบริษัทเอกชนต่างๆ มีแนวโน้มให้พนักงานทำงานที่บ้านเช่นกัน เช่น “แกร็บ” บริษัทแกร็บ โฮลดิ้งส์ อิงค์ ประกาศปิดสำนักงานในไทยและสิงคโปร์เป็นเวลา 5 วัน แนะนำให้พนักงานทำงานที่บ้านจนถึงวันที่ 13 มีนาคม เพื่อให้บริษัททำความสะอาดและฆ่าเชื้อในสำนักงาน

 

 

 


          “เครือเจริญโภคภัณฑ์”ทำงานที่บ้านกรณีพนักงานผู้ซึ่งตนเองหรือผู้ที่พักอาศัยอยู่ด้วยกันเดินทางกลับจากประเทศกลุ่มเสี่ยง ให้ผู้บังคับบัญชาแจ้งพนักงานผู้นั้นทำงานที่บ้านและสังเกตอาการเป็นเวลา 14 วันนับจากวันที่เดินทางกลับ


          ธนาคารกรุงเทพ ได้สั่งพนักงานทำงานที่บ้าน 14 วัน หลังพบพนักงานติดเชื้อโควิด-19 ซึ่งปฏิบัติงานอยู่ที่ชั้น 26 อาคารแสงทองธานี เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อ


          การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ออกประกาศมาตรการให้พนักงานและลูกจ้างทำงานที่บ้าน และงดให้บุคคลภายนอกเข้าอาคาร Circle Living Prototype เป็นเวลา 14 วัน เนื่องด้วย ททท. ได้รับแจ้งจากนิติบุคคลอาคารชุดว่า พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายที่ 59


          กิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) กำหนดให้ผู้ปฏิบัติงานที่เดินทางผ่านพื้นที่เสี่ยงติดโรคตามประกาศของสำนักงานกสทช. หรือมีเหตุสงสัยว่าติดเชื้อ ให้ผู้นั้นปฏิบัติงานในที่พัก 14 วันโดยไม่ถือเป็นวันลา


          3-เทคนิคทำงานที่บ้าน
          Work from home ดูจะเป็นคำตอบของสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่กำลังทวีความรุนแรงมากขึ้นหลายประเทศ เริ่มใช้มาตรการแก้ไขควบคู่ไปกับการป้องกันในหลากหลายมิติ ไม่เว้นแม้แต่การปิดออฟฟิศและอนุญาตให้พนักงานทำงานที่บ้านได้ ที่เราเริ่มเห็นหลายๆ องค์กรระดับโลกตัดสินใจนำมาใช้ แต่การทำงานนอกสถานที่หรือทำงานที่บ้านจำเป็นต้องอาศัยเครื่องมือที่มีความครบเครื่องและครบครันมากที่สุด ซึ่งจะเป็นตัวช่วยให้เราทำงานได้อย่างราบรื่น ไม่สะดุด ให้ผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมไม่ต่างจากการทำงานในออฟฟิศ


          เทคโนโลยีและเครื่องมือดิจิทัลโปรแกรม LINE คือคำตอบที่ทำให้คนทำงานสามารถใช้ชีวิตแบบดิจิทัลไลฟ์สไตล์ผ่านโทรศัพท์มือถือของตัวเองได้ แม้ไม่เจอกันก็ใกล้กันได้ สื่อสารกันได้ ทำงานด้วยกันได้ทุกที่ ทุกเวลาด้วยเทคนิคที่ช่วยการทำงานที่บ้าน (Work from Home)


          ออฟฟิศเสมือนจริง ควรสร้างบรรยากาศทำงานจริงๆ เสียก่อน เพราะหลายคนอาจไม่คุ้นเคยกับการทำงานที่บ้าน จึงต้องจัดเตรียมพื้นที่ทำงานที่บ้านให้เหมาะสม และสร้างบรรยากาศให้พร้อมทำงานเหมือนกำลังอยู่ในสำนักงาน เพิ่มแรงจูงใจในการทำงานให้มากขึ้นด้วยกำหนดเวลาการทำงานให้ชัดเจนที่ขาดไม่ได้คือสัญญาณอินเทอร์เน็ตต้องไม่สะดุด และเพื่อให้เราโฟกัสกับการทำงานมากขึ้น


          การสื่อสารก็เป็นหัวใจของการทำงานที่บ้านหลายคนรู้แล้วว่าหากมีเรื่องไม่ด่วนก็ทักแชตส่วนตัวหรือต้องการคุยงานแบบหลายคน ก็สร้างกลุ่มแชตที่จะทำให้เพื่อนร่วมงานได้อัพเดทไปพร้อมๆ กันทั้งยังสามารถใช้ในรูปแบบ Voice หรือ VDO เพื่อประชุมเรื่องสำคัญให้ทุกคนรับรู้พร้อมกันทั้งเสียงและวิดีโอสามารถคอมเมนต์ แสดงความคิดเห็น ระหว่างที่มีสมาชิกในกลุ่มมีฟีเจอร์ช่วยรับส่งไฟล์ เอกสารไฟล์ขนาดใหญ่ ก็สามารถใช้ฟีเจอร์สแกนข้อความตัวอักษรโดยไม่ต้องพิมพ์


          อย่างไรก็ตามข้อดีของการทำงานในสำนักงานคือเห็นการทำงานของกันและกันได้อย่างชัดเจน ส่วนการทำงานที่บ้าน หากมีเครื่องมือสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ ก็สามารถช่วยให้ทำงานได้ดีไม่ต่างจากสำนักงานจึงควรจัดลำดับความสำคัญของงาน และกำหนดระยะเวลาให้งานแต่ละชิ้น เพื่อจะได้จัดสรรเวลาได้ถูกต้อง เมื่อถึงเวลาพักก็ต้องพัก และพร้อมทำงานชิ้นใหม่

 



5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ