royal coronation
15 ธันวาคม 2562
คิดโซน (ของ) วัยทีน

โลจิสติกส์1ใน5งานตลาดแรงงาน ต้องทักษะวิชาชีพ -ทำงานได้จริง

2 ธันวาคม 2562 - 13:25 น.
ศิริเดช คำสุพรหม,โลจิสติกส์,อาชีพ
Shares :
เปิดอ่าน 916 ครั้ง

โลจิสติกส์1ใน5งานตลาดแรงงาน ต้องทักษะวิชาชีพ -ทำงานได้จริง โดย...   ชุลีพร อร่ามเนตร [email protected] 

 

 

 


          “โลจิสติกส์” เป็น 1 ใน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย กลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจเพื่ออนาคต (New Engine Of Growth) ของประเทศไทย และเป็น 1 ใน 5 อันดับแรกของสายงานที่ต้องการของตลาดแรงงาน (พ.ศ.2559) โดยเฉพาะงานขนส่งและโลจิสติกส์
   

อ่านข่าว...  มธบ.ปั้นนักโลจิสติกส์มืออาชีพตอบโจทย์แรงงานขาดแคลน

 

 

 

 

 

          ปัจจุบันแนวโน้มของตลาด “อีคอมเมิร์ซ” ตลาดออนไลน์นับวันจะเติบโตขึ้นเรื่อยๆ โดยข้อมูลจากสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) ปลายปี 2561 ประเมินว่า มูลค่าการซื้อขายออนไลน์ในปี 2561 อยู่ที่ 3.05 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 9-10% และคาดการณ์ว่าจากนี้ไปจนถึงปี 2565 ตลาดอีคอมเมิร์ซไทย น่าจะเติบโตขึ้นเฉลี่ย 22% ซึ่งเมื่อตลาดออนไลน์โตเร็วขึ้น “โลจิสติกส์” ก็มีอัตราเติบโตตามไปด้วย คาดว่ามีมูลค่ามากกว่า 200,000 ล้านบาท มีอัตราเติบโตปีละ 15-20%


          “ศิริเดช คำสุพรหม” คณบดีวิทยาลัยบริหารธุรกิจนวัตกรรมและการบัญชี (College of Innovative Business and Accountancy: CIBA) มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (มธบ.) กล่าวว่า ขณะนี้ต้องยอมรับว่าธุรกิจโลจิสติกส์ มีอัตราการเติบโตมากขึ้นเนื่องจากตลาดอีคอมเมิร์ซ การซื้อขายตลาดออนไลน์โตขึ้น อีกทั้งรัฐบาลก็ได้ให้ความสำคัญในสาขาดังกล่าว แต่เมื่อดูการผลิตบุคลากรด้านนี้ ประเทศกำลังขาดแคลนอย่างมาก หน้าที่ของสถาบันการศึกษาซึ่งต้องผลิตกำลังคนตอบสนองความต้องการของประเทศ

 

 

 


          วิทยาลัยบริหารธุรกิจนวัตกรรมและการบัญชีหรือ CIBA มธบ. เป็นอีกหนึ่งสถาบันการศึกษาที่เล็งเห็นความสำคัญของการผลิตบุคลากรให้ตรงต่อความต้องการของตลาดแรงงานด้านนี้ โดยมีการเปิดหลักสูตรการจัดการโลจิสติกส์และโซ่อุปทาน การเรียนรู้เกี่ยวกับธุรกิจโลจิสติกส์อย่างครบวงจร ตั้งแต่การบริหารจัดการคลังสินค้า สินค้าคงคลัง การขนส่ง การจัดหาและการบริการลูกค้า
   

          “อดีตการซื้อสินค้าของคนไทยยังยึดติดกับการไปซื้อแบบเดินช็อปปิ้ง เพราะคนไทยไม่เชื่อมั่นการซื้อออนไลน์เนื่องจากเป็นการตัดเงินจากบัตรเครดิตและต้องกรอกข้อมูล ซึ่งคนไทยรู้สึกไม่ปลอดภัย แต่เมื่อตลาดอีคอมเมิร์ซของไทยมีการปรับรูปแบบให้เข้ากับพฤติกรรมผู้บริโภคคนไทยโดยให้สามารถเก็บเงินปลายทางได้ ทำให้ลูกค้าเกิดความเชื่อมั่นมากขึ้นเนื่องจากได้เห็นของก่อนและทำให้ลูกค้าสนใจซื้อสินค้าออนไลน์มากขึ้น ตลาดอีคอมเมิร์ซในไทยจึงโตขึ้น โลจิสติกส์ก็โตตาม และความต้องการบุคลากรด้านนี้ก็จะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ”
  

 

 

 

 


          การเรียน “การจัดการโลจิสติกส์และโซ่อุปทาน” ไม่ใช่เรียนเพื่อรู้จักการขนส่งสินค้าเท่านั้น แต่ยังเป็นการเรียนทั้งองค์ความรู้ในศาสตร์โลจิสติกส์และการปฏิบัติจริงในสถานประกอบการ ศูนย์พัฒนาบุคลากรด้านนี้โดยตรง ครอบคลุมโลจิสติกส์ทั้งทางบก ทางน้ำ ทางอากาศ และระบบรางของประเทศไทย
   

          รูปแบบการเรียนการสอนของ CIBA จะมีความโดดเด่นในการสร้างให้นักศึกษามีองค์ความรู้ในศาสตร์ของตนเองอย่างเข้มข้น และมีทักษะตรงกับความต้องการของผู้ประกอบการ โดย CIBA ได้มีความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ อาทิ กลุ่มบริษัท เอสซีกรุ๊ปฃ ซึ่งเป็นผู้นำและผู้เชี่ยวชาญทางด้านโลจิสติกส์เชิงบูรณาการของประเทศไทย ให้บริการด้านการขนส่งปิโตรเลียม ก๊าซธรรมชาติเคมีภัณฑ์ รถยนต์และสินค้าทั่วไป ทั้งทางบกและทางน้ำ โดยมีเครือข่ายการรถขนส่งสินค้า เรือขนส่งสินค้า ท่าเรือขนส่งสินค้า คลังสินค้า คลังก๊าซ และอู่ต่อเรือ เป็นของตนเอง
    

          ในด้านโลจิสติกส์ระบบราง มีความร่วมมือกับ Xiamen City University ซึ่งเป็น 1 ใน 3 ศูนย์จัดอบรม เพื่อพัฒนาบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับระบบรางอันดับต้นๆ ของประเทศจีน โดยนักศึกษาสามารถไปเรียนรู้ได้ที่ประเทศจีน 1 ภาคการศึกษา หรือไปฝึกงานสหกิจศึกษาได้ในสถานประกอบการที่มีความร่วมมือกับมหาวิทยาลัย ได้ 1 ปีเต็ม
 

 

 

 

          “นักศึกษาสามารถมีประสบการณ์ได้ทั้งในไทยและประเทศจีน โดยเฉพาะประเทศจีน ซึ่งถือว่ามีศักยภาพในเรื่องของรถไฟฟ้าระบบราง หรือขนส่งมวลชนในเมืองอย่างมาก มีเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่จะเป็นการเปิดโอกาสให้เด็กได้ไปเรียนรู้เพิ่มเติมทักษะต่างๆ ที่ไม่ได้จำกัดเพียงเฉพาะศาสตร์ในห้องเรียนเท่านั้น ขณะเดียวกัน มหาวิทยาลัยได้เปิดให้ทางบริษัท Flash Express Logistics มาตั้งศูนย์ให้บริการด้านการรับส่งพัสดุประเภทด่วนภายในมหาวิทยาลัย ซึ่งจะเป็นแหล่งฝึกปฏิบัติการโลจิสติกส์การรับส่งสินค้าที่รองรับการเติบโตของธุรกิจอีคอมเมิร์ซ อีกทั้ง DNA ของ DPU คือการสร้างผู้ประกอบการ ดังนั้นนักศึกษาที่เรียนนอกจากไปทำงานในองค์กรต่างๆ ได้แล้ว ยังสามารถเป็นผู้ประกอบการด้านนี้ได้อีกด้วย”
     

          คณบดี CIBA กล่าวต่อไปว่า นักศึกษาที่จบจาก CIBA จะมีความเป็นมืออาชีพ เพราะมีความรู้ครอบคลุมทั้งด้านองค์ความรู้ ทักษะความเป็นวิชาชีพ เป็นโอกาสให้เด็กไปทำงานตามสำเร็จวิชาชีพได้ รวมถึงเด็กได้ไปศึกษาดูงาน เช่น สถานประกอบการโลจิสติกส์ในบริษัทเครื่องดื่มอันดับต้นๆ ของไทย เพื่อเพิ่มเติมประสบการณ์มากขึ้น ได้ไปฝึกปฏิบัติจริงในสถานประกอบการ ศูนย์พัฒนาบุคลากรทั้งในและประเทศจีน เป็นการพัฒนาบุคลากรด้านโลจิสติกส์อันเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาของประเทศไทย
   

 

 

 

          “เด็กไทยบางส่วนยังเข้าใจผิดเกี่ยวกับการเรียนโลจิสติกส์ว่าเป็นผู้ส่งของ แต่จริงๆ แล้วการเรียนโลจิสติกส์จะเป็นเรื่องการขนส่ง เส้นทาง Optimization การกระจายสินค้า การดูแลคลังสินค้า และอีกหลายเรื่องเพื่อความคุ้มทุน เด็กที่มาเรียนโลจิสติกส์จะเป็นที่ต้องการของตลาดมากขึ้น ดังนั้นการเลือกเรียนด้านโลจิสติกส์ หรือสาขาอะไรก็ตาม ต้องมองเรื่องของอัตราการมีงานทำ เรียนจบแล้วมีงานทำมากน้อยขนาดไหน มหาวิทยาลัยที่เลือกเรียนมีความร่วมมือ มีหลักสูตร มีจุดเด่นอะไรที่จะช่วยให้มีทักษะ มีประสบการณ์ และมีองค์ความรู้ตอบโจทย์ต่อความต้องการของตลาดแรงงาน เทรนด์ของประเทศในอนาคตร่วมด้วย” คณบดี CIBA กล่าว
  

          ทั้งนี้สาขาการจัดการโลจิสติกส์และโซ่อุปทานเน้นการเรียนการสอนที่ให้นักศึกษา มีองค์ความรู้ มีทักษะวิชาชีพ และความเชี่ยวชาญ ด้านการวางแผน กำหนดกลยุทธ์ การวิเคราะห์สถานการณ์ การประเมินผล แก้ปัญหาในการดำเนินธุรกิจ ที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมโลจิสติกส์และโซ่อุปทานอย่างเป็นระบบ รวมถึงมีประสบการณ์ในการทำงานจริงกับสถานประกอบการและสร้างเครือข่าย มีความเป็นผู้ประกอบการเมื่อจบการศึกษา ดูข้อมูลได้ที่ http://ciba.dpu.ac.th/

 

 

 


          อีอีซี ต้องการกำลังคนดิจิทัล 2 แสน
          สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) มีการประเมินว่าในระยะเวลา 5 ปีจากนี้ไป พื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ อีอีซี จะมีความต้องการกำลังคนดิจิทัลกว่า 2 แสนคน ทำให้ต้องเร่งการพัฒนาคน โดยเน้นการเพิ่มกลุ่มแรงงานใหม่เข้าสู่ตลาด ประกอบด้วย กลุ่มนักศึกษาสาขาเทคโนโลยีและสาขาอื่น
 

          รวมถึงผู้ว่างงานเสริมด้วยการนำเข้าผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศในสาขาที่ขาดแคลนผ่านกลไก Smart VISA เพื่อป้อนเข้าสู่อุตสาหกรรมที่สำคัญ 3 กลุ่ม คือ อุตสาหกรรมดิจิทัล จำนวน 116, 222 คน ที่ประเมินเงินลงทุน 1.2 หมื่นล้านบาทต่อปี อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ จำนวน 58,228 คน ที่ประเมินจากเงินลงทุน 2 หมื่นล้านบาทต่อปี และในอุตสาหกรรมหุ่นยนต์จำนวน 37,526 คน ที่ประเมินจากการลงทุนสร้างโรง งานเพิ่มขึ้นปีละ 8 หมื่นล้านบาท การผลักดันการประกอบการลดหย่อนภาษี 200% จากกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน แบ่งเป็น 100% แรกสำหรับการพัฒนาทักษะดิจิทัลทั่วไป และอีก 100% หลัง 

 

 

ศิริเดช คำสุพรหม


   

          สำหรับการพัฒนาทักษะดิจิทัลขั้นสูงในหลักสูตรที่ได้รับการรับรองจากสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล สนับสนุนการพัฒนาทักษะ/ สอบวัดระดับทักษะ ผ่านหน่วยงานเครือข่าย เน้นสาขา IoT, Data Science, AI, Robotics Programming และ Security ร่วมพัฒนาหลักสูตรกับมหาวิทยาลัยและกลุ่มเจ้าของเทคโนโลยีเน้นหลักสูตรระยะสั้น ผลักดันให้นำหลักสูตรดังกล่าวบรรจุลงในหลักสูตรการศึกษา สนับสนุนการพัฒนานักศึกษา กลุ่มความสามารถโดดเด่นเพื่อเร่งป้อนเข้าสู่ตลาดแรงงานทันที

Shares :

ข่าวเกี่ยวข้อง
5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ