royal coronation
10 ธันวาคม 2562
คิดโซน (ของ) วัยทีน

เปิดภาพรวมตลาดงานไทย 8 อาชีพ เลือกทำงานตาม"รายได้-ชีวิตสมดุล

21 พฤศจิกายน 2562 - 14:55 น.
อาชีพ,ปุณยนุช ศิริสวัสดิ์วัฒน,รายได้
Shares :
เปิดอ่าน 430 ครั้ง

เปิดภาพรวมตลาดงานไทย8อาชีพ เลือกทำงานตาม"รายได้-ชีวิตสมดุล" โดย...  -ชุลีพร อร่ามเนตร [email protected]

 

 

 


          สำนักงานโรเบิร์ต วอลเทอร์ส ประจำประเทศไทย ที่ปรึกษาด้านการจัดหางานระดับโลก ออกมาเผยผลสำรวจเงินเดือนและแนวโน้มการจ้างงานในปี 2563 ของประเทศไทย โดยได้สำรวจพนักงานไปจนถึงผู้บริหารระดับกลางและระดับผู้บริหารระดับสูงทั้ง 8 อาชีพ ได้แก่ อาชีพบัญชีและการเงิน การเงินและการธนาคาร ทรัพยากรบุคคล วิศวกรรมและการผลิต การขายและการตลาด กฎหมาย ซัพพลายเชนและจัดซื้อ และเทคโนโลยีสารสนเทศ รวมถึงวิเคราะห์จากหลากหลายเครือข่ายสำนักงานในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งมาเลเซีย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ระหว่างปี 2562

 

อ่านข่าว... ปลดล็อกปรับเปลี่ยนอุดมศึกษาไทยทรานสฟอร์มตนเองประเทศก้าวหน้า

 

 

          ปุณยนุช ศิริสวัสดิ์วัฒนา ผู้จัดการประจำประเทศไทย กล่าวว่า ผลการสำรวจครั้งนี้จะนำเสนอภาพรวมของตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเจาะลึกในส่วนของประเทศไทย พบว่าการเปลี่ยนแปลงเข้าสู่ยุคดิจิทัลเป็นปัจจัยสำคัญในการจ้างงานในปี 2563 โดยภาพรวมของตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แบ่งเป็น อัตราเงินเดือนที่ผู้ย้ายงานคาดหวังที่จะปรับขึ้นในปี 2563 อินโดนีเซียอยู่ระหว่าง 15-30% มาเลเซีย 15-20% ฟิลิปปินส์ 20-40% สิงคโปร์ 5-15% เวียดนาม 15-20% และไทย 20-30% ส่วนปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ทำงานในองค์กรเดิม ไม่ย้ายงาน อินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ เวียดนาม และไทย มีความเหมือนกัน คือ วัฒนธรรมขององค์กรและสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดี แต่ฟิลิปปินส์จะเป็นเรื่องของฐานเงินเดือนและสวัสดิการที่ดี

 

ปุณยนุช ศิริสวัสดิ์วัฒนา

 


          ภาพรวมตลาดของประเทศไทยแนวโน้มในการจ้างงานนั้น ในส่วนของผู้จ้างงาน มองว่าการจ้างงานในภาคการผลิตยังคงเป็นบวก มีความต้องการใช้กลยุทธ์โมบาย เฟิร์ส ผลักดันความต้องการบุคลากรในสายดิจิทัล ขณะที่ในส่วนของพนักงาน 75% ของพนักงานคาดว่าจะได้รับโบนัสประมาณ 15% ขึ้นไปของเงินเดือน และ 29% ของพนักงานให้ประเด็นความก้าวหน้าในอาชีพเป็นแรงจูงใจหลักในการเปลี่ยนงาน 


          อย่างไรก็ตามขณะนี้มีนิติบุคคลจดทะเบียนบริษัทใหม่ในช่วงเดือนมกราคม-มิถุนายน 2562 ถึง 38,222 ราย ซึ่งเมื่อพิจารณาเป็นรายได้พบว่ามีนิติบุคคลจดใหม่มากถึง 6,370 รายต่อเดือน ดังนั้นถ้าคิดจำนวนทั้งหมดถึงสิ้นปี 2562 คาดว่าจะมีนิติบุคคลใหม่ถึง 76,000 ราย โดย 3 อันดับอุตสาหกรรมที่มีการจดทะเบียนนิติบุคคลใหม่มากที่สุด คือ ก่อสร้างรับเหมา อสังหาริมทรัพย์ และร้านอาหาร



   

          ภาพรวมการลงทุน (ล้านบาท) ในภาคอุตสาหกรรมช่วงเดือนมกราคม-กันยายนปี 2561 และปี 2562 พบว่า 3 อุตสาหกรรมที่มีการลงทุนสูงขึ้น คือ ระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ โดยปี 2561  ลงทุน 140 ล้านบาท ปี 2562 ลงทุน 790 ล้านบาท มีการเปลี่ยนแปลงร้อยละ +464 เทคโนโลยีชีวภาพ ปี 2561 ลงทุน 6,290 ล้านบาท ปี 2562 ลงทุน 14,920 ล้านบาท  เปลี่ยนแปลงร้อยละ +137 และการแพทย์ ปี 2561 ลงทุน  4,290 ล้านบาท ปี 2562 ลงทุน 8,400 ล้านบาท มีการเปลี่ยนแปลงร้อยละ +96 
   

          ส่วนอุตสาหกรรมที่มีการลงทุนน้อยลงได้แก่ ดิจิทัล ปี 2561 ลงทุน 12,020 ล้านบาท ปี 2562 ลงทุน 6,460 ล้านบาท เปลี่ยนแปลงร้อยละ-46 และอากาศยาน ปี 2561 ลงทุน 6,490 ล้านบาท ปี 2562 ลงทุน 540 ล้านบาท เปลี่ยนแปลงร้อยละ- 96  

 

 

 

 


          นอกจากนั้นยังพบว่าประเทศไทยเป็นผู้นำของโลกในการใช้อุปกรณ์มือถือ โดยคนไทย 69.24 ล้านคน มีการใช้มือถือมากถึง 92.33 ล้านเครื่อง แสดงว่าคน 1 คนใช้มือถือมากกว่า 1 เครื่อง และมีการซื้อขาย ใช้บริการออนไลน์มากถึง 90%


          ผลสำรวจภาพรวมตลาดของประเทศไทย แบ่งตาม 8 สาขาอาชีพ จำแนกได้ดังนี้ อาชีพ ทรัพยากรบุคคล โดยเฉลี่ยผู้สมัครที่ย้ายงานคาดว่าจะมีการเพิ่มเงินเดือนระหว่าง 20-30% โดยปัจจัยย้ายงาน 4 อันดับแรก คือ ความก้าวหน้าในอาชีพ 36% ค่าตอบแทนและสวัสดิการที่ดีขึ้น 19% วัฒนธรรมองค์กรที่ดีกว่า 16% และสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงานที่ดีขึ้น 14% ซึ่ง 27% ของพนักงานในอุตสาหกรรมทรัพยากรบุคคลมีอายุงานน้อยกว่า 2 ปี และพนักงาน 57% ที่ทำงานตำแหน่งเดิม คาดว่าได้เงินเดือนปรับขึ้นประมาณ 7-15%


          ต่อมาอาชีพ เทคโนโลยีสารสนเทศ โดยเฉลี่ยผู้สมัครที่ย้ายงานคาดว่าจะมีการเพิ่มเงินเดือนระหว่าง 15-30% โดยปัจจัยย้ายงาน 4 อันดับแรก คือ ค่าตอบแทนและสวัสดิการที่ดีขึ้น 27% ความก้าวหน้าในอาชีพ 27% สมดุลระหว่างชีวิตและการทำงานที่ดีขึ้น 15% และวัฒนธรรมองค์กรที่ดีกว่า 10% ซึ่ง 32% ของพนักงานในอุตสาหกรรมทรัพยากรบุคคลมีอายุงานน้อยกว่า 2 ปี และพนักงาน 56% ที่ทำงานตำแหน่งเดิม คาดว่าได้เงินเดือนปรับขึ้นประมาณ 7-15%


          ในส่วนของอาชีพ นักบัญชีและการเงิน โดยเฉลี่ยผู้สมัครที่ย้ายงานคาดว่าจะมีการเพิ่มเงินเดือนระหว่าง 15-25% โดยปัจจัยย้ายงาน 4 อันดับแรก คือ ค่าตอบแทนและสวัสดิการที่ดีขึ้น 28% ความก้าวหน้าในอาชีพ 26% สมดุลระหว่างชีวิตและการทำงานที่ดีขึ้น 16% และวัฒนธรรมองค์กรที่ดีกว่า 10% ซึ่ง 21% ของพนักงานในอุตสาหกรรมทรัพยากรบุคคลมีอายุงานน้อยกว่า 2 ปี และพนักงาน 49% ที่ทำงานตำแหน่งเดิม คาดว่าได้เงินเดือนปรับขึ้นประมาณ 7-15%


          อาชีพ การเงินและธนาคาร โดยเฉลี่ยผู้สมัครที่ย้ายงานคาดว่าจะมีการเพิ่มเงินเดือนระหว่าง 20-25% โดยปัจจัยย้ายงาน 4 อันดับแรก คือ ค่าตอบแทนและสวัสดิการที่ดีขึ้น 33% ความก้าวหน้าในอาชีพ 27% สมดุลระหว่างชีวิตและการทำงานที่ดีขึ้น 15% และวัฒนธรรมองค์กรที่ดีกว่า 8% ซึ่ง 30% ของพนักงานในอุตสาหกรรมทรัพยากรบุคคลมีอายุงานน้อยกว่า 2 ปี และพนักงาน 56% ที่ทำงานตำแหน่งเดิม คาดว่าได้เงินเดือนปรับขึ้นประมาณ 7-15% อาชีพ นักกฎหมาย โดยเฉลี่ยผู้สมัครที่ย้ายงานคาดว่าจะมีการเพิ่มเงินเดือนระหว่าง 15-25% โดยปัจจัยย้ายงาน 4 อันดับแรก คือ ค่าตอบแทนและสวัสดิการที่ดีขึ้น 61% ความก้าวหน้าในอาชีพ 27% วัฒนธรรมองค์กรที่ดีกว่า 6% และสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงานที่ดีขึ้น 6% ซึ่ง 17% ของพนักงานในอุตสาหกรรมทรัพยากรบุคคลมีอายุงานน้อยกว่า 2 ปี และพนักงาน 56% ที่ทำงานตำแหน่งเดิม คาดว่าได้เงินเดือนปรับขึ้นประมาณ 7-15%


          สำหรับอาชีพ วิศวกรรมและการผลิต โดยเฉลี่ยผู้สมัครที่ย้ายงานคาดว่าจะมีการเพิ่มเงินเดือนระหว่าง 15-30% โดยปัจจัยย้ายงาน 4 อันดับแรก คือ ค่าตอบแทนและสวัสดิการที่ดีขึ้น 33% โอกาสในการทำงานต่างประเทศ 30% ความก้าวหน้าในอาชีพ 15% และสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงานที่ดีขึ้น 13% ซึ่ง 15% ของพนักงานในอุตสาหกรรมทรัพยากรบุคคลมีอายุงานน้อยกว่า 2 ปี และพนักงาน 52% ที่ทำงานตำแหน่งเดิม คาดว่าได้เงินเดือนปรับขึ้นประมาณ 7-15%


          ทั้งนี้อาชีพ การขายและการตลาด โดยเฉลี่ยผู้สมัครที่ย้ายงานคาดว่าจะมีการเพิ่มเงินเดือนระหว่าง 15-30% โดยปัจจัยย้ายงาน 4 อันดับแรก คือ ความก้าวหน้าในอาชีพ 34% ค่าตอบแทนและสวัสดิการที่ดีขึ้น 28% สมดุลระหว่างชีวิตและการทำงานที่ดีขึ้น 15% และวัฒนธรรมองค์กรที่ดีกว่า 10% ซึ่ง 36% ของพนักงานในอุตสาหกรรมทรัพยากรบุคคลมีอายุงานน้อยกว่า 2 ปี และพนักงาน 49% ที่ทำงานตำแหน่งเดิม คาดว่าได้เงินเดือนปรับขึ้นประมาณ 7-15% และอาชีพ ซัพพลายเชนและการจัดซื้อ โดยเฉลี่ยผู้สมัครที่ย้ายงานคาดว่าจะมีการเพิ่มเงินเดือนระหว่าง 15-20% โดยปัจจัยย้ายงาน 4 อันดับแรก คือ ความก้าวหน้าในอาชีพ 29% ค่าตอบแทนและสวัสดิการที่ดีขึ้น 20% โอกาสในการทำงานต่างประเทศ 20% และสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงานที่ดีขึ้น 15% ซึ่ง 17% ของพนักงานในอุตสาหกรรมทรัพยากรบุคคลมีอายุงานน้อยกว่า 2 ปี และพนักงาน 62% ที่ทำงานตำแหน่งเดิม คาดว่าได้เงินเดือนปรับขึ้นประมาณ 7-15%


          “ปัญหาที่ตลาดแรงงานไทยกำลังเผชิญอยู่ คือความต้องการด้านบุคลากรที่ตรงกับสายงานมากกว่าจำนวนผู้สมัคร นั่นหมายความว่ามีผู้สมัครจำนวนมากแต่ไม่ตรงกับตำแหน่งงานที่รับ ดังนั้นผู้ว่าจ้างต้องพึ่งคนในองค์กรเดิมของตนเอง โดยต้องตอบสนองความคาดหวังโบนัสประจำปี 15% ส่วนทักษะที่ผู้ประกอบการต้องการจากพนักงาน ผู้บริหารระดับกลางไปจนถึงระบบสูง นั่นคือทักษะความเชี่ยวชาญด้านภาษาอังกฤษที่ไม่ใช่เพียงสื่อสารโต้ตอบได้แต่ต้องต่อรองทางธุรกิจได้ โดยเฉพาะในส่วนของผู้บริหารระดับกลางและระดับสูงที่ต้องมีทักษะภาษาอังกฤษในระดับที่ดี สามารถต่อรอง เข้าใจธุรกิจของตนเองเพื่อประโยชน์ขององค์กร นอกจากนั้นต้องมีทักษะในการบริหารบุคคล และต้องมีความเข้าใจ เท่าทันเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่เกิดขึ้น อย่าง ปัญญาประดิษฐ์ นวัตกรรมที่จะช่วยส่งเสริมการทำงาน การเติบโตขององค์กรได้ทั้งในระดับประเทศ และสากล” ปุณยนุช กล่าว


          ภาพรวมของธุรกิจและเศรษฐกิจประเทศไทยยังคงมีความแข็งแกร่งควบคู่กับการเติบโตของเทคโนโลยีดิจิทัลที่มุ่งเน้นไปที่กลยุทธ์ โมบาย เฟิร์ส หรือการที่ผู้บริโภคในยุคนี้เริ่มมีการติดต่อสื่อสารกันผ่านโทรศัพท์มือถือที่ไม่ใช่การพูดคุยกันธรรมดา แต่มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารต่างๆ ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญในการผลักดันการเติบโตทางเศรษฐกิจ เน้นไปที่การบริหารโดยผู้นำที่แข็งแรงและบุคลากรที่สร้างสรรค์แห่งนวัตกรรมการเปลี่ยนแปลง ข้อมูลดังกล่าวชี้ให้เห็นว่านายจ้าง ผู้บริหารระดับสูงและระดับกลางและสะท้อนไปถึงพนักงานว่าต้องเร่งปรับตัวเพื่อดึงดูดให้ทุกคนมุ่งมั่นทำงานที่เดิม และมีความสามารถมากขึ้น

 

Shares :

ข่าวเกี่ยวข้อง
5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ