คมชัดลึกออนไลน์ 24 กุมภาพันธ์ 2563
คมชัดลึกออนไลน์
คิดโซน (ของ) วัยทีน

ปลดล็อกปรับเปลี่ยนอุดมศึกษาไทยทรานสฟอร์มตนเองประเทศก้าวหน้า

11 พฤศจิกายน 2562 - 13:29 น.
ดรสุวิทย์ เมษินทรีย์,การศึกษา,รศพีระพงศ์ ทีฆสกุล,อุดมศึกษา
คิดโซน (ของ) วัยทีน

Shares :
เปิดอ่าน 617 ครั้ง

ปลดล็อก ปรับเปลี่ยน อุดมศึกษาไทยทรานสฟอร์มตนเอง นำประเทศก้าวหน้า โดย...  -ชุลีพร อร่ามเนตร [email protected] -


 

 

 

          “มหาวิทยาลัยเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศไทย ต้องเริ่มจากการทรานสฟอร์มตัวเอง ต้องปลดล็อกจากความล้าสมัยและต้องมีเป้าหมายที่ชัดเจน” คือความมุ่งมั่นของ ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้ประกาศอย่างชัดเจนแก่อาจารย์ และบุคลากรมหาวิทยาลัยจากทั่วประเทศที่เข้าร่วมการประชุมเรื่องการรับทราบและรับฟังข้อเสนอแนะ “การปรับปรุงเกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรระดับปริญญาตรี และบัณฑิตศึกษา ปี 2558 และ มคอ.”

 

 

          ว่ากันว่าแนวคิดของการเปลี่ยนแปลง ปรับปรุงเกณฑ์ดังกล่าว นอกจากเป็นไปตามนโยบายของ รมว.อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม แล้ว ยังดำเนินการเพื่อปลดล็อกการปฏิรูปอุดมศึกษาไทยให้สอดคล้องกับการเรียนในยุคปัจจุบัน ต้องการผลลัพธ์การเรียนรู้ทักษะในศตวรรษที่ 21 ลดภาระหลักสูตรคุณภาพ ช่วยเหลือหลักสูตรที่ต้องการพัฒนา รวมถึงเปิดโอกาสการพัฒนาหลักสูตรข้ามศาสตร์ และเอกชนมาร่วมสร้างหลักสูตร

 

 

 

 


          ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวว่า มหาวิทยาลัยจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลง แม้ว่าในอดีตประสบความสำเร็จระดับหนึ่งในการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน สร้างอาชีพให้คนไทย แต่ในศตวรรษที่ 21 นี้ มหาวิทยาลัยต้องดำเนินการตอบโจทย์ใน 3 ประเด็น คือ 


          1.สร้างและพัฒนาทุนมนุษย์ ให้คนไทยสู่ความเป็น สมาร์ท ซิติเซ็น ต้องสร้างคนให้เป็นทั้งคนเก่ง คนดี คนที่มีความสุข ต้องมีจิตอาสา มองเห็นประโยชน์ส่วนรวม ตั้งแต่ระดับชุมชน จังหวัด ภาค จนถึงระดับประเทศ และต้องเป็นการจัดศึกษา Life Long Education เพื่อดูแลคนตั้งแต่อายุ 18 ปี ไปจนถึงตลอดชีวิต 


          ในสถานการณ์ที่จำนวนผู้เรียนน้อยลงแต่ต้องผลิตบัณฑิตออกมาอย่างมีคุณภาพ และมีงานทำ ขณะที่กลุ่มกำลังแรงงาน ซึ่งมีมากกว่า 38 ล้านคน ต้องปรับเปลี่ยนทักษะเพื่อให้เท่าทันเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยต้อง Reskill และ Upskill คนเหล่านี้ และกลุ่มคนสูงวัย ด้วยการพัฒนาหลักสูตร non-degree เตรียมความพร้อมให้คนสูงวัยเป็นคนคุณภาพ

 

ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์

 

 




          2.สร้างองค์ความรู้ ผ่านงานวิจัย โดยต้องเป็นงานวิจัยที่เกิดนวัตกรรม ตอบโจทย์ประเทศ แบ่งออกเป็น 4 แพลตฟอร์ม ได้แก่ 1.การวิจัยที่จะสร้างคนและองค์ความรู้แบบ frontier knowledge ที่จะตอบโจทย์ประเทศ 2.การวิจัยที่จะเพิ่มระดับขีดความสามารถของประเทศ แข่งขันในระดับโลก 3.การวิจัยเพื่อลดความเหลื่อมล้ำผ่านการพัฒนาพื้นที่และการสร้างเศรษฐกิจฐานราก 4.การวิจัยจากโจทย์ประเด็นท้าทายที่มีในสังคม สิ่งแวดล้อม เช่น สังคมสูงวัย เป็นต้น


          และ 3.สร้างนวัตกรรม ปัจจุบันรัฐบาลกำลังผลักดัน BCG Model โดย B (Bio Economy) หรือ เศรษฐกิจชีวภาพ C (Circular Economy) หรือเศรษฐกิจหมุนเวียน และ G (Green Economy) หรือ เศรษฐกิจสีเขียว ซึ่งครอบคลุมด้านเกษตรอาหาร การแพทย์และสุขภาพ พลังงานและวัสดุชีวภาพ และการท่องเที่ยว โดยอาศัยความหลากหลายเชิงชีวภาพและความหลากหลายเชิงวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยจะมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อน BCG

 

 

 


          “แต่ละมหาวิทยาลัยมีศักยภาพในการสร้างคน สร้างองค์ความรู้ สร้างนวัตกรรม และต้องมี แต่มีลู่วิ่งของตนเอง ซึ่งเชื่อว่าทุกคนมีความมุ่งมั่นตั้งใจจะตอบโจทย์ประเทศ การประชุมครั้งนี้เพื่อยกเครื่องมหาวิทยาลัย และหน้าที่ของผมคือปลดล็อกให้มหาวิทยาลัยมีลู่วิ่งของตนเองและเดินหน้าต่อไปได้ การปลดล็อกเพื่อความเชื่อมั่นที่จะร่วมพัฒนาประเทศ มหาวิทยาลัยจะเป็นตัวหลักในการนำพาประเทศ อยากให้มหาวิทยาลัยเปลี่ยนแปลงตัวเอง และมองการเปลี่ยนแปลงเป็นโอกาส ยกระดับมหาวิทยาลัย" ดร.สุวิทย์ กล่าว


          รศ.พีระพงศ์ ทีฆสกุล ประธานคณะทำงานขับเคลื่อนและติดตามนโยบาย รมว.อุดมศึกษาฯ กล่าวว่า การปรับปรุงเกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรฯ และกรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแห่งชาติ (มคอ.) ถือเป็นการสร้างทุนมนุษย์ ที่ทำใหม่ เพื่อให้มหาวิทยาลัยได้ดำเนินการตามความสามารถของตนเอง โดยสอดคล้องกับการสร้างคน สร้างองค์ความรู้ และสร้างนวัตกรรม หลักสูตรใหม่ที่เกิดขึ้นต้องมีความยืดหยุ่น ให้สามารถทำตามความถนัด ไม่ทำแบบ one size fits all ที่ตอบโจทย์คนวัย 18 ปี รวมถึงคนวัยทำงานด้วย

 

 

 

รศ.พีระพงศ์ ทีฆสกุล

 


          สำหรับการปรับปรุงเกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรระดับปริญญาตรีนั้น จะยึด 3 ประเด็นสำคัญ คือ 1.ปรับเปลี่ยนการเรียนการสอนหมวดวิชาศึกษาทั่วไป เน้นการบ่มเพาะ “บุคลิกภาพ” สอดคล้องกับศตวรรษที่ 21  2.การลงทะเบียนในแต่ละภาคให้อิสระในแต่ละหลักสูตร เพื่อให้เกิดความคล่องตัวและสอดคล้องกับศาสตร์แต่ละสาขา และการข้ามศาสตร์ 3.การประกันคุณภาพให้เกิดความคล่องตัวกับสถาบัน โดยสถาบันเป็นผู้กำหนด


          ส่วนระดับบัณฑิตศึกษานั้น ตอบสนองหลักสูตรได้หลากหลายมากขึ้น ปรับคะแนนภาษาอังกฤษของอาจารย์ใหม่ให้เป็นไปตามเกณฑ์ของสถาบัน ปรับระบบการจัดการศึกษาให้เป็นอิสระเพื่อสอดคล้องกับการเรียนในยุคปัจจุบันที่มีความหลากหลาย รวมถึงปรับเปลี่ยนเพื่อให้สถาบันมีอิสระในการปรับเปลี่ยนรายวิชาและการทำวิทยานิพนธ์เพื่อให้สอดคล้องกับตลาด เน้นให้นักศึกษาทำงานวิจัยทางสายวิชาการหรือสายอาชีพ สามารถปรับเปลี่ยนให้อาจารย์พิเศษมาสอนได้ โดยร่วมมือกับภาคเอกชน หน่วยงานภายนอกเพื่อถ่ายทอดประสบการณ์ให้นักศึกษา เพิ่มผู้ทรงคุณวุฒิที่ไม่ใช่อาจารย์แต่มีคุณภาพ กรรมการสอบ ป.โท ปรับเพิ่มคุณภาพของผู้ทรงคุณวุฒิภายนอก และปรับเกณฑ์การจบการศึกษา ป.โท โดยใช้ระบบ pre review จากสถาบันภายนอก

 

 

 

​​​​​​​

 


          ขณะที่ปริญญาเอก ต้องเพิ่มคุณภาพและบูรณาการของศาสตร์ โดยมีอาจารย์ที่ปรึกษาร่วมไม่น้อยกว่า 1 คน เน้นถึงแนวทางสัมฤทธิ์การศึกษา และปรับการเผยแพร่ให้เป็นมาตรฐานสากล เน้นการวิจัย และนวัตกรรม หรือการสร้างสรรค์ที่มีงานวิจัย


          นอกจากนั้น คณะทํางานมีข้อเสนอแนะเกี่ยวกับระบบคลังหน่วยกิต และเห็นควรให้มีการพิจารณาในประเด็นต่างๆ ดังนี้ 1) ระยะเวลาเก็บข้อมูลผลการเรียน/ประสบการณ์ในระบบคลังหน่วยกิต 2) เสนอแนะให้มีการใช้การเทียบโอนระหว่างภาคีสถาบันอุดมศึกษา (University Consortium) โดยทําข้อตกลงร่วมกัน (MOU) และ 3) แก้ไขประกาศกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เรื่อง แนวทางการดําเนินงานระบบคลังหน่วยกิตระดับอุดมศึกษา โดยให้ ยกเลิก ข้อ 13 (2) (ค)


          อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้จะมีการทำความเข้าใจกับกลุ่มมหาวิทยาลัย และรับฟังความคิดเห็นในเรื่องดังกล่าว เพื่อนำไปสู่การปฏิรูปอุดมศึกษา ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบายที่ รมว.อุดมศึกษาฯ ได้ประกาศนโยบายในการขับเคลื่อนอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม

 

 


ไม่อยากพลาดข่าวสารสำคัญ บทวิเคราะห์ เจาะลึกแบบ อินไซด์ ฟรี!! เพียงติดตามได้ที่ Line official คมชัดลึก เพียงกดติดตามผ่าน

เพิ่มเพื่อน
5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ