28 ตุลาคม สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ จำนวน 225 เขต พร้อมใจแสดงสัญลักษณ์การคัดค้าน ร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ เนื่องจากมีความกังวลว่าการปรับปรุงโครงสร้างของกระทรวงศึกษาธิการอาจส่งผลในอนาคตของผู้ปฏิบัติงานทุกระดับ ไม่มีความชัดเจนว่าจะเกิดความก้าวหน้าในวิชาชีพ อาจส่งผลต่อการบริหารและการจัดการศึกษาได้ จึงไม่เห็นด้วยกับกระบวนการปรับปรุงโครงสร้างที่ขาดการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสีย ซึ่งก่อนหน้านี้มีผู้อำนวยการเขตพื้นที่อย่างน้อย 15 เขต ไม่รับตำแหน่งในคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) โดยให้เหตุผลว่าไม่มีตัวแทนของหน่วยงานที่จัดการศึกษา 

 

 

 

 

ค้าน ปฏิรูปโครงสร้างศธ. แต่งดำ-ไม่สังฆกรรม กศจ.

 

 

          ว่ากันว่าการดำเนินการครั้งนี้สมาคมผู้บริหารเขตพื้นที่การศึกษาแห่งประเทศไทย สมาคมนักบริหารการศึกษาขั้นพื้นฐานแห่งประเทศไทย ชมรมผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแห่งประเทศไทย ชมรมบุคลากร 38 ค และชมรมบุคลากรทางการศึกษา 4.0 ขอความร่วมมือข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และสถานศึกษาทุกแห่งทั่วประเทศ แต่งชุดดำ เพื่อแสดงความไม่เห็นด้วยต่อแนวคิดในการปรับปรุงโครงสร้างกระทรวงศึกษาธิการ อย่างพร้อมเพรียงกัน


          โครงสร้างใหม่ของกระทรวงศึกษาธิการ ประกอบด้วย ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการทุกตำแหน่ง ในกระทรวง รองจากรัฐมนตรีว่าการ และรัฐมนตรีช่วย โดยมี กรม ส่วนกลาง มีหน้าที่สนับสนุนส่งเสริมด้านงบประมาณวิชาการ, กรมส่งเสริมสนับสนุนการตรวจติดตามและนิเทศภาค ค - 12  มีผู้ตรวจราชการ ศธ. เป็นผู้บังคับบัญชา โดยมีรองอธิบดี 1 คน บริหารงานในสำนักงานประจำ โดยอาจจัดให้มีผู้ตรวจราชการระดับกรม กรมละ 1 คน ก็ได้ 


          รวมศึกษานิเทศก์มาเป็นหน่วยเดียวกัน ที่สำนักงานบริหารการศึกษาจังหวัดมีหน้าที่ตรวจติตตามประเมินผลและนิเทศทุกสังกัด โดยมีหน่วยในพื้นที่อำเภอ ผู้อำนวยการสำนักบริหารการศึกษาจังหวัด เป็นผู้บังคับบัญชา ข้าราชการในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการในจังหวัด บริหารงานโดยผ่านการเห็นชอบจากคณะกรรมการบริหารการศึกษาจังหวัด

 

 

ค้าน ปฏิรูปโครงสร้างศธ. แต่งดำ-ไม่สังฆกรรม กศจ.

 


          กระจายอำนาจไปยังกลุ่มโรงเรียน (ในโรงเรียนประถมศึกษา) และสถานศึกษาในสังกัดอื่นๆ โดยให้ ผอ.สำนักงาน มีหน้าที่บริหารงานโดยผ่านความเห็นชอบของคณะอนุกรรมการบริหารสำนักงานนั้นๆ หน่วยงานระดับจังหวัดเป็นราชการครูโดยให้ผู้อำนวยการสำนักบริหารการศึกษาจังหวัด มีวิทยฐานะเชี่ยวชาญพิเศษ โดยใช้รูปแบบประเมินแนวทางเดียวกับการประเมินผู้บริหารการศึกษาในปัจจุบัน (ว.12)


          ทั้งนี้ มีรายงานว่าคณะกรรมการปรับโครงสร้าง ศธ. ได้ชี้แจงเหตุผลความจำเป็นของการมีแนวคิดปรับโครงสร้างว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการยกร่างนำเสนอ เพื่อให้แต่ละแท่ง/สังกัด ไปศึกษารายละเอียด และจะนำเสนอรายละเอียดอีกครั้งในเดือนพฤศจิกายน 2562 โดยคณะกรรมการชุดนี้จะสิ้นสุดประมาณเดือนกุมภาพันธ์  

 



          อย่างไรก็ตาม ตัวแทนผู้บริหารที่มีความเป็นห่วงโครงสร้างดังกล่าวอย่างน้อย 9 คนประกอบด้วย 1.นายธนชน มุทาพร (ผอ.สพป.ชัยภูมิ 1) ประธานชมรมผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแห่งประเทศไทย/เลขาธิการสมาคมนักบริหารการศึกษาขั้นพื้นฐานแห่งประเทศไทย 2.นายศุภสิน ภูศรีโสม(ผอ.สพป.ขอนแก่น 4) เลขานุการชมรมผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแห่งประเทศไทย 3.นายไพศาล ปันแดน (ผอ.สพป.สุพรรณบุรี 1) นายกสมาคมนักบริหารการศึกษาขั้นพื้นฐานแห่งประเทศไทย

 

 

 

ค้าน ปฏิรูปโครงสร้างศธ. แต่งดำ-ไม่สังฆกรรม กศจ.

 


          4.นายถาวร ภูมิรัตน์ (ผอ.สพป.อุบลฯ 1) อุปนายกสมาคมนักบริหารฯ 5.นายสุวิทย์ มุกดาภิรมย์ (ผอ.สพป.ลำพูน 1) อุปนายกสมาคมนักบริหารฯ 6.นายรตนภูมิ โนสุ (ผอ.สพป.เชียงใหม่ 1) นายกสมาคมผู้บริหารเขตพื้นที่การศึกษาแห่งประเทศไทย 7.นายอดุลย์ กองทอง (ผอ.สพป.ยโสธร) อุปนายสมาคมผู้บริหารฯ 8.นายอดิศักดิ์ มุ่งชู (ผอ.สพม.25/ขอนแก่น) นายกสมาคมผู้บริหารมัธยมเขตพื้นที่การศึกษาแห่งประเทศไทย 9.นายรัชชัยย์ ศรสุวรรณ นายกสมาคมผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งประเทศไทย จะประชุมร่วมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ “ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ” เพื่อสรุปแนวทางร่วมกันวันนี้ (29 ต.ค.) 


          อย่างไรก็ตาม หลายพื้นที่มีข้าราชการแต่งชุดดำเชิงสัญลักษณ์คัดค้านเผยแพร่แถลงการณ์ อย่างเช่น สมาคมสมาพันธุ์นักการศึกษาจังหวัดพิจิตร ออกแถลงการณ์ไม่เห็นด้วยต่อแนวคิดในการปรับปรุงโครงสร้างกระทรวงศึกษาธิการใจความว่า การปรับปรุงกระทบต่อสภาพจิตใจ ขวัญกำลังใจของผู้ปฏิบัติงานทั้งระบบ ขาดการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสียซึ่งอาจส่งผลให้อนาคตของผู้ปฏิติงานทุกระดับ ส่งผลเสียต่อการบริหารจัดการและการพัฒนาคุณภาพการศึกษาโดยภาพรวม อาจมีการยุบเลิกเขตพื้นที่การศึกษาและจัดตั้งสำนักงานศึกษาธิการภาคและสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดแทน 

 

 

ค้าน ปฏิรูปโครงสร้างศธ. แต่งดำ-ไม่สังฆกรรม กศจ.

 


          เช่นที่ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 41 ต.ในเมือง อ.เมือง จ.กำแพงเพชร กลุ่มข้าราชการ แต่งชุดดำเชิงสัญลักษณ์คัดค้าน นำโดย “สมวุฒิ ศรีอำไพ” อดีต ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 41 (สพม.) ปัจจุบันเป็นที่ปรึกษาเขต 41 กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยกับกระบวนการปรับปรุงโครงสร้างที่ขาดการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสียอย่างสำคัญ และขอเป็นกลุ่มแนวร่วมในการคัดค้านและวิธีการของกระทรวงศึกษาธิการในครั้งนี้ 


          โดยข้าราชการและบุคลากรทางการศึกษา ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 41 พร้อมใจแสดงสัญลักษณ์การคัดค้านร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ด้วยการแต่งกายชุดดำ และในวันที่ 30 ตุลาคม จะเดินทางไปรัฐสภา เพื่อยื่นหนังสือต่อกรรมาธิการและจะมีการเคลื่อนไหวใหญ่ต่อไป 


          “วราวิช กำภู ณ อยุธยา” ประธานคณะกรรมการปรับปรุงโครงสร้างกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) กล่าวภายหลังประชุมคณะกรรมการนัดแรกวานนี้(28 ต.ค.) ว่าได้ทำความเข้าใจกับคณะกรรมการว่า วัตถุประสงค์หลักของการปฏิรูปครั้งนี้ไม่เน้นปรับปรุงโครงสร้าง แต่เป็นการทำงานเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาให้มีความทันสมัย ให้ครู ผู้บริหาร และบุคลากรมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ซึ่งจะส่งผลต่อการบริหารจัดการและคุณภาพของผู้เรียน โดยได้มอบโจทย์ให้แก่คณะกรรมการไปรวบรวมข้อมูลและนำเสนอแนวทางวิธีที่จะพัฒนาคุณภาพการศึกษากลับมาประชุมกันอีกครั้งในเดือนหน้า เพื่อหาวิธีที่ดีที่สุด


          “จากประสบการณ์การปรับโครงสร้างมาแล้วหลายแห่ง ต้องมีทั้งการรวมศูนย์อำนาจและกระจายอำนาจ แต่ไม่มีใครตอบได้ว่าอย่างไหนดีทั้ง 100% หรือวิธีการใดที่ทำแล้วคนจะพอใจทั้ง 100% เพราะฉะนั้นหากจะมีการเปลี่ยนแปลง เราจะต้องหาวิธีที่ดีที่สุดที่เหมาะสมที่สุดสำหรับ ศธ. และจะไม่มีการลิดรอนสิทธิประโยชน์และศักดิ์ศรีที่เคยได้” ประธานคณะกรรมการปรับปรุงโครงสร้างกระทรวงศึกษาธิการ กล่าว 

 

 

 

ค้าน ปฏิรูปโครงสร้างศธ. แต่งดำ-ไม่สังฆกรรม กศจ.

 


          ไม่ว่าผลการประชุมร่วมกันระหว่างตััวแทนผู้บริหารที่คัดค้านโครงสร้างกระทรวงศึกษาธิการ 9 คน กับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ “ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ” จะออกมาอย่างไร ประธานชมรมผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแห่งประเทศไทย ยังคงยืนยันว่า วันที่ 30 ตุลาคม จะยังคงเห็นรถตู้บรรทุกข้าราชการแต่งดำ  225  คัน จอดเต็มกระทรวงศึกษาธิการ และรัฐสภาเช่นเดิม