royal coronation
วันที่ 17 พฤศจิกายน 2562
คิดโซน (ของ) วัยทีน

ค้นหาเด็กเร่ร่อนกทม.3หมื่นคนกลับสู่ระบบการศึกษาลดเหลื่อมล้ำ

วันที่ 15 ตุลาคม 2562 - 15:35 น.
โครงการ Children in Street,เด็กเร่ร่อน,การศึกษา
Shares :
เปิดอ่าน 58 ครั้ง

ค้นหาเด็กเร่ร่อนกทม.3หมื่นคนกลับสู่ระบบการศึกษาลดเหลื่อมล้ำ โดย...  -ชุลีพร อร่ามเนตร [email protected] -

 

 

 

          “โครงการ Children in Street” หนึ่งในโครงการที่เกิดจากความร่วมมือของ สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) กระทรวงศึกษาธิการ กรุงเทพมหานคร (กทม.) กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ค้นหาเด็กเร่ร่อนใช้ชีวิตตามท้องถนนใน กทม. และเมืองใหญ่ทั่วประเทศ ที่คาดว่ามีประมาณ 30,000 คนกลับเข้าสู่ระบบการศึกษา และสร้างอาชีพ ตามนโยบายลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา

 

 

          โครงการดังกล่าวใช้กลไกของ กสศ. มาบูรณาการ ดำเนินงานร่วมกับหน่วยจัดการศึกษาต่างๆ ของกระทรวงศึกษาในทุกระดับการศึกษา ไม่ว่าจะเป็นระดับก่อนอนุบาล อนุบาล ประถมศึกษา มัธยมศึกษา อาชีวศึกษา รวมไปถึงการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ซึ่งเมื่อทราบตัวเลขและตัวตนเด็กกลุ่มนี้ที่ชัดเจนจะได้เร่งหามาตรการช่วยเหลือให้ได้รับการศึกษาจนสำเร็จการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือพัฒนาให้มีความรู้ความสามารถในการประกอบอาชีพตามความถนัดและศักยภาพที่แตกต่างกัน สามารถพึ่งพาตนเองในการดำรงชีวิตได้ ไม่หลุดออกนอกระบบการศึกษา

 

 

 

กนกวรรณ วิลาวัลย์

 


          กนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) อธิบายว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีเด็กและเยาวชนที่ตกหล่นไม่ได้รับการศึกษาอยู่นับหลายแสนราย โดยข้อมูลจากองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก ที่ได้ทำการศึกษาประเทศในแถบอาเซียน และคาดการณ์ว่าหากปล่อยให้มีตัวเลขเด็กตกหล่น หรือเด็กไม่ได้รับการศึกษาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องอาจส่งผลกระทบในอนาคตต่อภาครัฐหรือภาคสังคม กับการจัดการศึกษาอย่างเสมอภาค 
     

 

 

 

 

 

          โดยขั้นตอนแรกที่ต้องดำเนินการ คือต้องหาเด็กและเยาวชนกลุ่มที่ตกหล่นเหล่านี้ให้พบเพื่อให้ความช่วยเหลือและแก้ปัญหาให้เร็วที่สุด โดยมอบหมายให้ครูจาก กศน. ในแขวงต่างๆ ซึ่งมีจำนวน 180 แขวง ลงพื้นที่สแกนหาเด็กกลุ่มนี้อย่างเต็มพื้นที่เพื่อค้นหาและวางมาตรการช่วยเหลือเด็กและเยาวชนบนท้องถนนในพื้นที่ กทม. ให้สอดคล้องกับปัญหาในพื้นที่ ซึ่งยูนิเซฟคาดการณ์ว่ามีเด็กบนท้องถนนประมาณ 100 ล้านคนทั่วโลก การเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างมากของเด็กบนท้องถนนในเขตเมือง ในส่วนของประเทศไทยมีการคาดการณ์ว่ามีเด็กบนท้องถนนประมาณ 30,000 คน กระจายอยู่ตามเมืองต่างๆ ทั่วประเทศ โดย กทม. เป็นเมืองที่มีเด็กข้างถนนกระจุกตัวอยู่มากที่สุด
  

 

 

 

พัฒนะพงษ์ สุขมะดัน

 


          พัฒนะพงษ์ สุขมะดัน ผู้ช่วยผู้จัดการ กสศ. กล่าวว่า กสศ.ได้สร้างนวัตกรรมการจัดการที่มีประสิทธิภาพเพื่อสนับสนุน ศธ.และองค์กรหลักในระบบการศึกษาเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาและส่งต่อให้หน่วยงานรับผิดชอบหลักนำไปขยายผลเกิดความยั่งยืน ซึ่งที่ผ่านมา กสศ.ได้ริเริ่มโครงการเสริมความพร้อมส่งน้องไปโรงเรียนเพื่อให้ความช่วยเหลือกลุ่มเด็กที่พักอาศัยบริเวณริมทางรถไฟยมราช และใช้ชีวิตบนถนน เช่น ขายพวงมาลัยตามสี่แยก หรือขอทานบนถนนสายต่างๆ ในกรุงเทพมหานคร จำนวน 81 คน 
     

          ซึ่งเป็นการเพิ่มโอกาสในการกลับไปสู่โรงเรียนของเด็กกลุ่มนี้ และเป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือในการพัฒนาแนวทางการช่วยเหลือกลุ่มเด็กบนท้องถนนในพื้นที่กรุงเทพมหานครที่มีแนวโน้มหลุดออกนอกระบบการศึกษา แนวทางดังกล่าวถูกนำมาพัฒนาเป็นโครงการ Children in Street ในพื้นที่กทม. โดยมีเป้าหมายในการพัฒนาระบบให้ความช่วยเหลือและกลไกปกป้องคุ้มครองกลุ่มเด็กและเยาวชนบนท้องถนน เพื่อยกระดับให้มีภูมิคุ้มกันที่เข้มแข็งและสนับสนุนให้เด็กกลุ่มนี้เติบโตไปในทิศทางที่ถูกต้อง
 

 

 

 

 

          นอกจากการสำรวจตัวเลขแล้วโครงการนี้ยังวางแผนถอดบทเรียนและสังเคราะห์รูปแบบการให้ความช่วยเหลือโดยคณะนักวิชาการจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดทำเป็นชุดข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปใช้ในการพัฒนาระบบสนับสนุนและแนวทางสร้างแรงจูงใจในการกลับคืนสู่หรือคงอยู่ในระบบการศึกษา รวมถึงแนวทางการพัฒนาทักษะชีวิตและทักษะอาชีพของเด็กบนท้องถนนผลลัพธ์ในการดำเนินงานของโครงการจะช่วยสร้างศักยภาพของกลุ่มเด็กและเยาวชนเหล่านี้ที่จะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศไทยในอนาคต หากได้รับโอกาสทางการศึกษาที่เสมอภาคและสอดคล้องกับศักยภาพและความถนัดเป็นรายบุคคล

 


          กุลธร เลิศสุริยะกุล ผู้รับผิดชอบโครงการ Children in Street ในพื้นที่ กทม. กล่าวว่า เมื่อทราบจำนวนของเด็กเร่ร่อน หรือเด็กที่ใช้ชีวิตตามท้องถนนในพื้นที่กทม.แล้ว จะนำตัวเลขและรูปแบบปัญหาที่พวกเขาประสบอยู่มาออกแบบวิธีการช่วยเหลืออย่างเป็นรูปธรรม โดยใช้ครู กศน. ในกทม. ซึ่งมีอยู่ทั้งหมดประมาณ 700 คนเป็นผู้สำรวจ และบันทึกข้อมูลโดยใช้ กูเกิลฟอร์ม หรือแบบสอบถามออนไลน์ที่ใช้สำหรับรวบรวมข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว สามารถนำไปปรับประยุกต์ใช้งานได้หลายรูปแบบก่อนจะโอนข้อมูลที่ได้ไปยังระบบ
    

 

 

กุลธร เลิศสุริยะกุล

 

          Thai Out of School in street ( ThaiOOSCIS) เป็นระบบแอพพลิเคชั่นที่พัฒนาระบบโดยความร่วมมือระหว่าง กสศ.กับมหาวิทยาลัยนเรศวร ซึ่งเป็นระบบหลักประกันโอกาสทางสังคม เป็นเครื่องมือที่ออกแบบมาเพื่อให้คนในพื้นที่สำรวจและจัดบริการให้ความช่วยเหลือเด็กนอกระบบการศึกษาในแต่ละจังหวัด ด้วยข้อมูลตั้งต้นจากที่ไปนำเอาฐานข้อมูลจากทะเบียนราษฎร์มาลบออกด้วยฐานข้อมูลของกระทรวงศึกษาธิการที่จะรวมนักเรียนทุกสังกัด ซึ่งกสศ.เคยออกแบบขึ้นร่วมกับมหาวิทยาลัยนเรศวร เพื่อใช้เก็บข้อมูลเด็กนอกระบบในพื้นที่ 20 จังหวัดต้นแบบ

 

 

 

 


          โครงการจะใช้เวลาประมาณ 60 วันในการสำรวจพร้อมทั้งสรุปและประเมินสถานการณ์เพื่อให้ทราบว่าพื้นที่ไหนบ้างที่เด็กๆ ไปรวมกลุ่มกัน หรือจุดไหนที่เด็กไปใช้ชีวิตบนท้องถนนก่อนนำมาสรุปพูดคุยกันในเครือข่ายหน่วยงานต่างๆ ซึ่งดูแลเด็กกลุ่มนี้ วางแผนการดูแล หากพื้นที่ไหน ไม่มีใคร หรือไม่มีกำลังดูแลก็จะวางแผนให้ครูกศน.ที่มีจิตอาสาใน กทม.เข้าไปประสานดูแล พร้อมทั้งวางแผนศึกษาข้อมูลเชิงลึกกับเด็กกลุ่มนี้ หารูปแบบการศึกษาที่เหมาะสมให้พวกเขากลับเข้าสู่โอกาสทางการศึกษาต่อไป

 

ข่าวเกี่ยวข้องในเครือ
Shares :

ข่าวเกี่ยวข้อง
5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ