royal coronation
วันที่ 14 พฤศจิกายน 2562
คิดโซน (ของ) วัยทีน

ดึงอสม.1ล้านคนเฝ้าระวังข่าวปลอม-รูปอสม.ข่าวปลอม

วันที่ 11 ตุลาคม 2562 - 13:30 น.
รู้ทันข่าวปลอมในมิติต่างๆ,อสม,สร้างเครือข่ายเฝ้าระวังข่าวปลอมภาคประชาชน
Shares :
เปิดอ่าน 582 ครั้ง

ดึงอสม.1ล้านคนเฝ้าระวังข่าวปลอม-รูปอสม.ข่าวปลอม

 

 

 

          ปัจจุบันสื่อสังคมออนไลน์ ได้เข้ามามีอิทธิพลในการกำหนดความรับรู้ของผู้คนในสังคมมากขึ้น ซึ่งมีทั้งด้านบวกที่เป็นประโยชน์ในแง่ที่ทำให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้กว้างขวางรวดเร็วกว่าเดิม ขณะเดียวกันก็มีด้านลบด้วยเช่นกัน และที่เป็นปัญหาของสังคมในขณะนี้ก็คือการเผยแพร่ข่าวปลอมแพร่ระบาดมากขึ้น และส่งผลต่อสังคมในระดับต่างๆ หลากหลายมิติ เช่น เรื่องสุขภาพ มีการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพที่ไม่เป็นความจริงและอาจส่งผลเสียต่อผู้ที่ได้รับข่าวสารนั้น

 

 

          การสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางด้านข่าวสารระหว่างภาคประชาชนและภาครัฐจึงเป็นอีกแนวทางหนึ่งที่จะช่วยรับมือปัญหาการแพร่ระบาดของข่าวปลอมได้อย่างมีประสิทธิภาพและทันท่วงทีมากขึ้น กรมประชาสัมพันธ์ จึงจัดให้มีโครงการ “สร้างเครือข่ายเฝ้าระวังข่าวปลอมภาคประชาชน" โดยดึงอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน หรือ อสม. ที่มีอยู่ประมาณ 1,040,000 คน กระจายครอบคลุมทุกหมู่บ้านและชุมชนทั่วประเทศและเป็นบุคคลที่มีความใกล้ชิดชาวบ้านในชุมชนมาเป็นเครือข่ายเฝ้าระวังข่าวปลอม
  

 

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด

 

          พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ กล่าวว่า  สถานการณ์ข่าวปลอมที่แพร่ระบาดอย่างกว้างขวางในขณะนี้ส่งผลเสียหายในทุกระดับตั้งแต่วิถีชีวิตชาวบ้านทั่วไปจนถึงระบบเศรษฐกิจและการบริหารประเทศ ยกตัวอย่างข่าวรัฐบาลแจกเงิน 3,000 บาทเนื่องในวันเข้าพรรษาและมีคนหลงเชื่อพากันไปที่ธนาคารกรุงไทยเพื่อรอรับเงินเต็มไปหมดในพื้นที่นครศรีธรรมราชและอีกหลายจังหวัด  หรือข่าวเรื่องจะมีการเก็บภาษีรถยนต์เก่าที่มีอายุการใช้งานเกิน 7 ปี การเก็บภาษีสินสอด
   

          ที่ผ่านมารัฐบาลตระหนักถึงปัญหานี้พยายามทำทุกวิถีทางตั้งแต่ชี้แจงแก้ข่าวจนถึงใช้มาตรการทางกฎหมาย แต่ข่าวปลอมต่างๆ ก็มิได้ลดน้อยลง เนื่องจากการสร้างข่าวปลอมนั้นทำง่าย หลายกรณีผู้เผยแพร่อยู่ต่างประเทศหรืออยู่ในประเทศแต่ส่งข้อมูลไปโพสต์ที่ต่างประเทศทำให้ยากแก่การดำเนินคดี
    

    

 

 

 

 

 

          ล่าสุดรัฐบาลจัดตั้งศูนย์เฟคนิวส์เซ็นเตอร์ หรือศูนย์คัดกรองข่าวปลอมโดยกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือกระทรวงดีอี ร่วมกับหลายหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนรวมทั้งกรมประชาสัมพันธ์ด้วย แต่การแก้ปัญหาข่าวปลอมจะไม่มีทางประสบความสำเร็จหากไม่มีความร่วมมืออย่างเข้มแข็งจากภาคประชาชน เพราะประชาชนเป็นทั้งเป้าหมายและเครื่องมือของขบวนการเผยแพร่ข่าวปลอม


          โดยการอบรมอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านที่มีมากกว่า 1 ล้านคน ให้ “รู้ทันข่าวปลอมในมิติต่างๆ” วิธีสังเกต และตัวอย่าง


          รู้จักกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเผยแพร่ข่าวปลอม ลักษณะความผิด และบทลงโทษ ผลกระทบที่มีต่อบุคคล ชุมชน ประเทศชาติ เศรษฐกิจ การเมือง พร้อมกับสร้างและบริหารเครือข่ายข่าวสาร เฝ้าระวังข่าวปลอม จัดตั้งไลน์กรุ๊ปเพื่อแลกเปลี่ยนข่าวสาร จัดตั้งคณะทำงานบริหารข่าวสารมีหน้าที่ผลิตและกระจายข่าวสารไปยังเครือข่ายตามสถานการณ์และรับข่าวสารจากสมาชิกมาคัดกรอง ขยายผล เพื่อเป็นประโยชน์


          นอกจากนี้ยังมีการทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านข่าวสารระหว่าง ตัวแทนเครือข่าย อสม. คือชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ประเทศไทยกับกรมประชาสัมพันธ์ โดยมีนายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานสักขีพยาน ซึ่งต่อไปกรมประชาสัมพันธ์จะจัดส่งข่าวสารที่ผ่านการคัดกรองและเชื่อถือได้ให้แก่เครือข่ายอสม.ที่เข้าร่วมโครงการ ผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์ และช่วยตรวจสอบความถูกต้องของข่าวสารที่สมาชิกเครือข่าย อสม.ได้รับ และส่งมาให้ตรวจสอบเพื่อป้องกันข่าวปลอม ซึ่งได้อบรมผู้นำ อสม.กว่า 600 คนจาก 32 จังหวัดระหว่างเดือนกันยายนถึงตุลาคม 
  

 

 

“อุดร พรมลี”

 

          “อุดร พรมลี”  ประธานอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) จ.มหาสารคาม กล่าวว่า ทุกวันนี้ข่าวสารต่างๆ ส่งต่อกันมามากมายบางทีเราก็ไม่รู้ว่าอันไหนเป็นข่าวจริงข่าวไหนเป็นข่าวปลอม ซึ่งถ้าหากเผลอไปแชร์ด้วยความหวังดีแต่เป็นข่าวปลอมก็อาจจะสร้างความเสียหายและมีความผิดทางกฎหมายได้ การเข้าร่วมอบรมครั้งนี้ทำให้ได้ความรู้และหลักการในการแยกแยะและคัดกรองข่าวสารต่างๆ ได้เป็นอย่างดีซึ่ง จะทำให้พวกเราอสม. สามารถที่จะป้องกันตัวเองไม่ให้ตกเป็นเครื่องมือของ ผู้ไม่หวังดีที่สร้างข่าวปลอมขึ้นมาและยังได้ช่วยบอกพี่น้องในชุมชนหมู่บ้านของเราเกี่ยวกับข่าวสารที่เป็นประโยชน์ที่คัดกรองแล้วและช่วยมีส่วนในการ ยับยั้งการแพร่ระบาดของข่าวปลอมด้วย อยากจะให้ขยายโครงการนี้ไปยังจังหวัดอื่นๆ ทั่วประเทศด้วย

 

 

 

 

Shares :

ข่าวเกี่ยวข้อง
5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ