คมชัดลึกออนไลน์ 23 กุมภาพันธ์ 2563
คมชัดลึกออนไลน์
คิดโซน (ของ) วัยทีน

ห้องสมุดคู่กันร้านกาแฟ 'รศ.ดร.ศิโรจน์ ผลพันธิน '

5 มีนาคม 2562 - 15:25 น.
กาแฟ,ห้องสมุด
คิดโซน (ของ) วัยทีน

Shares :
เปิดอ่าน 909 ครั้ง

โดย... หทัยรัตน์  ดีประเสริฐ [email protected] -





          ปัจจุบัน โลกเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมากมาย โดยเฉพาะเรื่องเทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้การดำเนินชีวิตของเราเปลี่ยนไป จากห้องสมุดที่เคยมีไว้อ่านหนังสือ คณาจารย์ และนักศึกษา เข้ามาค้นคว้าหาความรู้ แต่ปัจจุบัน “เด็กยุคใหม่ ที่เราเรียกว่า GEN Y กลับสืบค้นข้อมูลผ่านโทรศัพท์มือถือ หรือ ไอแพด” สามารถเข้าถึงข่าวสารได้อย่างง่ายจากทุกมุมโลก ทำให้ผู้บริหารสถาบันการศึกษาอย่าง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เกิดแนวคิดการสร้างพื้นที่ให้การสื่อสาร การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และเป็นสถานที่ค้นคว้าหาข้อมูล นั่นก็คือ  Café Library ให้บริการอาจารย์และบุคลากร ที่มีอยู่ 2,376 คน และนักศึกษา 12,000 คน ถึง 13 ร้าน ถือเป็นการปรับเปลี่ยนแนวคิดในการบริหารจัดการมหาวิทยาลัย

 

 

 

          รศ.ดร.ศิโรจน์ ผลพันธิน อธิการบดีมหาวิทยาลัยสวนดุสิต (มสด.) อธิบายว่า เดิม 10 ปีก่อน คาเฟ่ไลบรารี่ ของมหาวิทยาลัยสวนดุสิต ตั้งขึ้นเป็นที่แรกในสำนักวิทยบริการ ที่ห้องสมุดบริเวณชั้น 2 ชื่อ cafeteria แต่ไม่ค่อยเป็นที่นิยมหรือยอมรับ เพราะคนส่วนใหญ่ยังยึดติดกับภาพห้องสมุดที่ต้องเงียบไว้อ่านหนังสือเท่านั้น จึงได้ให้นโยบายว่าควรจะเป็นสถานที่เรียนรู้ พูดคุย นัดพบเจอ เพื่อให้เกิดการสื่อสารกัน โดยสร้างบรรยากาศให้เป็นรูปแบบการจิบกาแฟ นั่งคุยกันไปจิบกาแฟและกินขนมอร่อยๆ กันไปแบบผ่อนคลายไม่เครียด


          "การสื่อสารเป็นเรื่องสำคัญในชีวิตมนุษย์ หากเราได้รู้จักพูดคุยกัน จะเกิดองค์ความรู้ใหม่ จึงตั้งใจสร้างคาเฟ่ไลบรารี่ ไว้เป็นพื้นที่ในการช่วยกันคิด ช่วยกันทำ และเมื่อแนวคิดถูกแลกเปลี่ยนซึ่งกันและกัน ก็จะได้รับมุมมองในอีกมิติหนึ่ง จะทำให้งานมีประสิทธิภาพมากขึ้น” อธิการบดี มสด.อธิบาย 

 

 

 


          ดังนั้นจึงมอบนโยบายให้ทุกศูนย์การศึกษานอกที่ตั้ง ลำปาง ตรัง สุพรรณบุรี นครนายก หัวหิน ให้สร้างคาเฟ่ไลบรารี่ เพื่อรองรับในอนาคตด้วย โดยศูนย์การศึกษานอกที่ตั้ง ลำปาง ได้สร้างเสร็จสมบูรณ์ ออกแบบสวยงาม จะเห็นได้ว่า ถึงแม้จะมีคาเฟ่มากมายในมหาวิทยาลัย แต่ละคาเฟ่ก็มีจุดขายและจุดแข็งในแบบของตัวเอง เพราะผู้รับผิดชอบในการดูแลคนละหน่วยงาน ก่อให้เกิดความแตกต่างและมีรูปแบบไม่เหมือนกัน ผู้บริโภคสามารถเลือกได้ตามรสนิยมและความพึงพอใจ

 

 

 

 


          "แต่ละแบรนด์พยายามทำของตัวเองออกมาให้ดีที่สุด ส่วนในอนาคตจะเกิดคาเฟ่อีกหรือไม่ ให้เป็นเรื่องของอนาคต แต่การพัฒนาต่อยอดจะได้เห็นอย่างแน่นอน ดังนั้น ทุกๆคาเฟ่ที่สร้างขึ้นจะมีแนวคิดพื้นฐานมาจาก Café By Home ที่ได้ปรับปรุงสำนักงานอธิการบดีเก่าให้เป็นคาเฟ่ไลบรารี่ในรูปใหม่ มีความทันสมัย ตกแต่งสไตส์โมเดิร์น มีโต๊ะเก้าอี้ ปลั๊กไฟ และอินเทอร์เน็ต Wi-Fi ไว้บริการ พร้อมจำหน่ายขนมเบเกอรี่ เครื่องดื่ม อาหาร ไอศกรีม ให้แก่บุคลากร นักศึกษา และบุคคลภายนอกที่ได้มีโอกาสมาเยือนมหาวิทยาลัยในราคามิตรภาพและย่อมเยา เพราะจุดประสงค์หลักไม่ได้แสวงหาผลกำไรในเชิงธุรกิจ เพียงแต่สร้างไว้เป็นสถานที่แลกเปลี่ยนความรู้ และสื่อสารกัน" อธิการบดี มสด.กล่าว

 

 

 

 


          Café By Home 
          กาแฟพรีเมียม จ.น่าน

          ดร.จันทร์จนา ศิริพันธ์วัฒนา ผู้อำนวยการ Café By Home กล่าวว่า เป็นคาเฟ่ที่โชว์อัตลักษณ์ด้านอาหารของมหาวิทยาลัย จัดจำหน่ายขนมเบเกอรี่ อาหาร และเครื่องดื่ม โดยเฉพาะกาแฟได้คัดสรรเมล็ดกาแฟระดับพรีเมียมจาก จ.น่าน มีความเข้มข้น และหอมกลมกล่อม


          อีกทั้ง เครื่องปั่นน้ำผลไม้ (แยกน้ำ แยกกาก) ก็สั่งตรงมาจากประเทศญี่ปุ่น เพื่อใช้ผลิตน้ำผักผลไม้แบบสดๆ ไว้คอยบริการสำหรับท่านที่ไม่ดื่มกาแฟ และบริการอาหารแนวสุขภาพ อาทิ สลัดอกไก่ ซีซ่าสลัด แฮมเบอร์เกอร์หมู-ไก่ ข้าวต้มกุ้ง-ปลา ชุดอาหารเช้า เป็นต้น ส่วนน้องๆ เด็กๆ ก็บริการไอศกรีม เรียกได้ว่านั่งทั้งวันก็ไม่เบื่อ

 

 

 

 


          Poll Café คาเฟ่ดอยผาฮี้
          ​“นลินรัตน์ ชูธรรม”  ผู้จัดการร้าน Poll Café คาเฟ่น้องใหม่ 1 ใน 13 ความรับผิดชอบและบริหารงานโดยสวนดุสิตโพล อยู่บริเวณชั้น 1 สำนักงานมหาวิทยาลัย ใช้เมล็ดกาแฟจากดอยผาฮี้ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ให้รู้สึกเข้ม หอมกลิ่นกาแฟ แต่ละมุนลิ้น


          ไฮไลท์คือ บาริสต้า ซึ่งได้ศิษย์เก่า “คอปเตอร์” อานุภาพ ยิ่งแสงชัย และ “บิ๊ก” เด่นศักดิ์ ภาคอารมณ์ บาริสต้าฝีมือดีมาช่วยคิดค้นสูตรกาแฟที่เป็นแบบเฉพาะ พร้อมสั่งเครื่องชงกาแฟที่ได้มาตรฐานระดับสากลจากอิตาลี เป็นเครื่องชงกาแฟแบบไฮบริดที่มีเทคโนโลยีสูง ซึ่งการลงทุนระดับพรีเมียมจะช่วยรักษาระดับอุณหภูมิของเครื่องดื่ม และ ยังมองถึงอนาคตสำหรับฝึกฝนสำหรับใครก็ตามที่ต้องการแข่งขันเป็นบาริสต้ามืออาชีพ สามารถมาใช้เป็นสถานที่ฝึกซ้อมได้อีกด้วย

 

 

 

 

          คอปเตอร์ เล่าว่า เมนูที่คิดค้นขึ้นมาเป็นเอกลักษณ์ของร้านคือ Black Orange สำหรับคอกาแฟที่ดื่มแล้วรู้สึกสดชื่น ส่วน Passion tea ไว้รองรับคนที่ดื่มชา มีส่วนผสมของเสาวรสและน้ำผึ้ง หอมอร่อย สดชื่น ได้รับการตอบรับจากน้องๆ นักศึกษาเป็นอย่างดี


          “ที่นี่เป็นแหล่งเรียนรู้ที่ดี ได้คิดเมนูเอง คิดสูตร และทำทุกอย่างเองเหมือนเป็นเจ้าของ ถือเป็นการเรียนรู้ขั้นแอดวานซ์มากกว่าการเป็นบาริสต้าชงกาแฟอย่างเดียว ต้องบริหารต้นทุนกำไรให้ร้านอยู่ได้ ถือว่ามหาวิิทยาลัยให้โอกาสมากในการทำตามความฝันของการเป็นเจ้าของร้านกาแฟ ที่สำคัญยังมีโอกาสได้สอนน้องนักศึกษาที่สนใจในอาชีพนี้อีกด้วย ถือเป็นอีกสนามหนึ่งที่ได้ฝึกฝนฝีมือการเป็นผู้บริหารที่ดีที่สุดแห่งหนึ่ง” คอปเตอร์ กล่าว

 

 

 


          Café Library 13 แห่ง
          สำหรับคาเฟ่ไลบรารี่ 13 แห่ง ซึ่งผู้ที่เข้ามาในสถาบันการศึกษาแห่งนี้สามารถเลือกใช้บริการได้ตามความพอใจ 1) 189 café บริเวณตึกศูนย์พัฒนาทุนมนุษย์ 2) All Café ของเซเว่นอีเลฟเว่น บริเวณประตู 5 


          3) HOME Bakery ข้างสำนักงานอธิการบดีเก่า 4) Café By HOME สำนักงานอธิการบดีเก่า 5) B Connect ฝั่งตรงข้ามคาเฟ่อะเมซอน (ปัจจุบันกำลังปรับปรุงพื้นที่) 6) Café Amazon and Pearly Tea ข้างธนาคารกรุงเทพ

 

 

 

 

          7) Poll Café ชั้น 1 บริเวณสำนักงานมหาวิทยาลัย 8) Dusit Bistro อาคาร 2 ชั้น 3 9) ภายในโรงอาหาร (ครัว 12) อาคาร 12 10) 295 Meeting Point ลานสวนดุสิตโพล 11) ภายในโรงอาหาร (ครัว 11) อาคาร 11 12) ศาลาไทย บริเวณข้างอาคารเยาวภา และ 13.) La-or Snack บริเวณโรงเรียนสาธิตละอออุทิศ

 


          ผู้บริโภคกาแฟไทยเพิ่มขึ้น
          ข้อมูลจากสมาพันธ์กาแฟอาเซียน ระบุว่า การบริโภคกาแฟต่อคนต่อปีของคนไทย พบว่าอยู่ที่ 0.5-1 กก. การบริโภคยังเพิ่มขึ้นได้อีกมากจากมูลค่าตลาดร้านกาแฟ กว่า 1.7 หมื่นล้านบาทต่อปี บริโภคกาแฟ “มากกว่า” กำลังการผลิต จนทำให้ต้องนำเข้ากาแฟปีละไม่ต่ำกว่า 9 หมื่นตัน ขณะที่แนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยคาดการณ์ว่า 5 ปีจากนี้ คนไทยจะบริโภคกาแฟมากขึ้น 3 เท่าตัว หรือกว่า 3 แสนตันต่อปี
   

          ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่สามารถเพาะปลูกกาแฟได้ ซึ่งประเทศผู้ปลูกกาแฟส่วนใหญ่อยู่บริเวณแถบเส้นศูนย์สูตร หรือ Bean Belt ซึ่งปัจจุบันจำนวนผู้บริโภคกาแฟในไทยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ธุรกิจกาแฟจากปี 2559-2560 ที่ผ่านมาเติบโตขึ้น 5.4% และคาดการณ์ว่าในปี 2561 จะเติบโตขึ้นอีกประมาณ 15-20%

 

 


          ทั้งนี้จากการประมูลเมล็ดกาแฟพิเศษไทยในงาน Thailand Coffee Fest 2018 โดยสมาคมกาแฟพิเศษไทย (SCATH) พบว่าราคาประมูลสูงที่สุดอันดับ 1 ราคา 2,800 บาท/กก. มาจากแหล่งปลูกใน ต.แม่ตอนหลวง อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ โดยได้รับคะแนนสูงสุดถึง 90.31 คะแนน หรือเรียกว่าไนท์ตี้พลัส โดยที่ราคาประมูลสูงกว่าปี 2560 ซึ่งสูงสุดอยู่ที่ 630 บาท/กก. ซึ่งเมล็ดกาแฟจะประมูลในปริมาณ 100 กก. ต่อเมล็ดกาแฟ 1 ตัวอย่าง เท่ากับว่าเมล็ดกาแฟลอตที่ได้แชมป์ปีนี้มีราคารวม 280,000 บาท


          รองลงมาอันดับ 2 ราคา 1,666 บาท/กก. มาจาก ต.ทุ่งช้าง อ.ทุ่งช้าง จ.น่าน ได้ 89.31 คะแนน และอันดับ 3 ราคา 960 บาท/กก. มาจาก ต.แม่อุสุ อ.ท่าสองยาง จ.ตาก ได้ 89.31 คะแนน กาแฟที่ได้อันดับ 1 มีมูลค่าสูงกว่า 4 เท่า และสูงกว่าราคาเมล็ดกาแฟไทยเกรดทั่วไป ซึ่งราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 160-180 บาทต่อ กก.


ไม่อยากพลาดข่าวสารสำคัญ บทวิเคราะห์ เจาะลึกแบบ อินไซด์ ฟรี!! เพียงติดตามได้ที่ Line official คมชัดลึก เพียงกดติดตามผ่าน

เพิ่มเพื่อน
5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ