royal coronation
วันที่ 13 พฤศจิกายน 2562
คิดโซน (ของ) วัยทีน

"ไร่นาป่าสวน"เกษียณแบบไหนหัวใจไม่โรยรา

วันที่ 25 มกราคม 2561 - 10:40 น.
ลุงเจ๋ง, คุณภาพชีวิต, เกษียณ, วัยเกษียณ, ความสุขวัยเกษียณ, ไร่นาป่าสวน
Shares :
เปิดอ่าน 3,403 ครั้ง

ชีวิตวัยเกษียณบางคนบอกว่าเหมือนคนที่มีชีวิตโรยรา เหมือนคนที่หมดไฟ แต่มันคงไม่เสมอไปกับผู้สูงวัยที่ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขบนงานที่ตัวเองรักในวันเกษียณอายุ

           ในบั้นปลายชีวิตของเราทุกคน ต้องการหาความสุขให้กับชีวิตเพราะว่าได้ผ่านเรื่องราวต่างๆ มากมาย ทั้งชีวิตวัยหนุ่มสาว ชีวิตวัยทำงาน และสุดท้ายชีวิตวัยเกษียณอายุ ซึ่งแต่ละคนก็มีแนวทางการใช้ชีวิตที่แตกต่างกันไป ติดตามรายละเอียดได้กับ "อนุสรา อารีการ"

          "ประเสริฐ ฤทธิ์สำเริง หรือ “ลุงเจ๋ง” อายุ 73 ปี เกษียณอายุราชการในตำแหน่งหัวหน้าแผนกสถานที่ สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ หลังจากเกษียณอายุลุงเจ๋ง ยังทำงานเพื่อสังคม ไม่ว่าจะเป็น นักพัฒนาสิ่งแวดล้อม นักอนุรักษ์เมืองเก่า ครูสอนศิลปะให้กับเยาวชน เป็นการหาความสุขในชีวิตบั้นปลาย

          "ลุงเจ๋ง" เกษียณอายุมา 13 ปี มีเวลาทำงานให้กับสังคมมากขึ้น เขาไม่เคยปฏิเสธทุกครั้งที่ได้รับการขอความช่วยเหลือ อย่างเช่นพวกเทศบาลที่ต้องการให้ลุงเจ๋งไปช่วย เป็นวิทยากรไปบรรยายเรื่องทำเมืองสีเขียว อนุรักษ์เมืองเก่า ชุมชน ตลาด สถาปัตยกรรมก็ยังเดินหน้าเหมือนตอนที่เราอยู่ในวัยทำงาน เพราะสิ่งเหล่านี้มันเป็นคุณค่าของแผ่นดิน

 

 

          "ในช่วงที่ทำมาหากินได้ เขา สะสมเงินไปเรื่อยๆ พอซื้อที่ดินไว้และก็ใช้ที่ดินให้เป็นประโยชน์ มีสวนเล็กๆ ทำพื้นที่สีเขียวกลางซอยเพื่อให้คนที่มีที่ดินเขาเห็นเป็นตัวอย่างว่าเราควรจะปลูกต้นไม้เพื่อเป็นปอดให้คนสูดอากาศดีๆ เป็นที่สำหรับคนมาพักผ่อนนั่งเล่นได้” ลุงเจ๋ง เล่า 

          นอกจากนี้ในเวลาว่าง ลุงเจ๋งยังสอนศิลปะให้กับเด็กๆ แต่ไม่ได้เปิดเป็นโรงเรียนศิลปะ ถ้าเด็กคนไหนสนใจลุงเจ๋งก็จะสอนให้ “ในการสอนศิลปะไม่ใช่สอนให้เด็กเขียนรูปแต่เราถือโอกาสอบรมเด็กไปด้วยในตัว เรื่องมารยาท ให้ความรู้เรื่องที่เรามีให้แก่เด็กๆ”

 

"ลุงเจ๋ง" ประเสริฐ ฤทธิ์สำเริง

          "ลุงเจ๋ง" เล่าต่อว่า นอกจากการทำสวนกลางซอย สอนศิลปะให้กับเด็กๆ แล้วยังมีอีกหนึ่งอย่างที่มันเป็นความฝันตั้งแต่เด็กๆ ของลุงเจ๋ง คือการซื้อที่ดินติดริมแม่น้ำเพื่อปลูกบ้านและปลูกต้นไม้

         

        “ลุงยังมีที่อยู่ที่ อ.กบินทร์บุรี ปราจีนบุรี เป็นที่ติดน้ำอยู่ 50 ไร่ ฝันแต่เด็กแล้วว่าอยากมีที่ติดน้ำ ตอนนี้ปลูกผลไม้เอาไว้กิน สร้างบ้านเอาไว้เป็นที่พักผ่อน กะว่าวันหนึ่งจะเปิดให้คนที่มีวัยเคียงกันไปอยู่ด้วยกันกับธรรมชาติ ที่นั่นมีบ้านอยู่หลายหลัง มีป่าธรรมชาติ มีที่นาปลูกข้าวกิน มีห้องสมุด สถานที่ทำกิจกรรม ไปอยู่ด้วยกัน ใครสนใจให้มาคุยกัน และไปช่วยกันทำโครงการไร่นาป่าสวน โดยจะเปิดโอกาสให้ผู้สูงอายุวัยเกษียณที่สนใจมาอยู่ร่วมกันและให้เด็กๆ ในพื้นที่นั้น หรือคนที่อยู่ในเมืองหลวงที่สนใจไปอยู่ร่วมกันได้ ถือเป็นการเรียนรู้ร่วมกัน" ลุงเจ๋ง เล่า

 

          "ลุงเจ๋ง" เล่าว่า สู้มากับป้าจงรักษ์ (ภรรยาลุงเจ๋ง) จนกระทั่งวันนี้เริ่มมองเห็นว่าเมื่อลุงกับป้าอายุมากๆ สิ่งที่สร้างไว้ตอนวัยหนุ่มลุงสามารถไปใช้พื้นที่เหล่านั้นพักผ่อนได้อย่างมีความสุข ไม่ต้องไปคิดว่าวันนี้จะทำอะไร แค่ลุงทำในสิ่งที่อยากทำ ทำแล้วมีความสุข นี่แหละคือมนุษย์ที่เกษียณอายุแล้ว เดินตามรอยในหลวง นำเศรษฐกิจพอเพียง เกษตรทฤษฎีใหม่มาปรับใช้ ดังนั้นชีวิตตอนเกษียณลุงจึงนำสิ่งเหล่านี้เข้ามาใช้ตลอดจนปัจจุบันนี้ ลุงเจ๋ง เล่า

 

 

           วัยเด็กลุงเจ๋งต้องดิ้นรนหารายได้ช่วยเหลือตัวเอง ทำงานทุกอย่างเพราะฐานะทางบ้านไม่ได้เกื้อหนุนให้มาอยู่เมืองหลวง แต่เพราะอยากเรียนหนังสือ ที่ช่างศิลป์ จนมาต่อที่ม.ศิลปากรได้ ต้องใช้ความมานะอุตส่าห์อย่างหนัก ไม่ว่าจะเป็น เด็กขายไอศกรีม ขายซาลาเปา รับจ้างหิ้วปูน รับจ้างถ่ายรูป จัดดอกไม้งานศพ รับจ้างเขียนแบบ เขียนฉากหนัง เขาทำมาแล้วทั้งสิ้น

 

          จนจบปริญญาตรีศิลปบัณฑิต คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ลุงเจ๋ง เคยทำงานเป็นเด็กเฝ้าร้านขายหนังสือ ศึกษิตสยาม ที่นี่ทำให้เขาได้อยู่กับนักปราชญ์ ผู้รู้ ได้เจอกับคนเก่งๆ เป็นจุดเปลี่ยนชีวิตเลยทีเดียว

          “การที่ได้ไปอยู่ร้านหนังสือศึกษิตสยามมันเป็นจุดเปลี่ยนของชีวิต ทำให้ลุงเจ๋งเป็นหนอนหนังสือเพราะอยู่กับหนังสือทุกวัน ทำให้มีสังคมเพราะว่าด้วยความที่เจ้าของร้านหนังสือเป็นนักปราชญ์ นักคิด นักเขียนอยู่แล้ว คือถ้าพูดแบบวิชาการก็คือ แหล่งพบปะนักวิชาการและอุดมการณ์” ลุงเจ๋ง เล่า

          หลังจากตัดสินใจออกจากงานที่ร้านหนังสือ ศึกษิตสยาม ลุงเจ๋งใช้ชีวิตนอนในห้องเรียน บนโต๊ะเขียนแบบ ไม่มีมุ้ง เสื้อผ้ามีอยู่สองชุด กางเกงขายาวหนึ่งตัว เสื้อขาวสองตัว ผ้าขาวม้าหนึ่งผืน วันไหนที่ซักกางเกงแล้วมันไม่แห้งก็ต้องนุ้งผ้าขาวม้าเรียนหนังสือ

 

 

          บางครั้งสีก็ไม่มีเขียน พู่กันอันเดียวใช้เรียนจนจบ 4 ปี กระดานสเก็ตหนึ่งอัน พ่อกับแม่อยู่ต่างจังหวัด ก็ไม่รู้ว่าลุงเจ๋งมีชีวิตอยู่อย่างไร ดิ้นรนอย่างไร ลุงเจ๋งไม่ได้บอกทางบ้านเลยว่ามาเรียนอะไร จนจบปริญญาตรีแล้วจึงจะไปบอกที่บ้านว่าเรียนจบแล้ว สิ่งเหล่านี้หล่อหลอมให้ลุงเจ๋งเป็นคนที่ได้ทั้งเรียนชีวิตจริงและในห้องเรียน นอกห้องเรียน ประสบการณ์ผู้คนมากมาย

          ลุงเจ๋งทำงานที่สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ อยู่ 32 ปี ซึ่งคนที่อยากให้ลุงเจ๋งมาทำงานที่สำนักงานทรัพย์สินก็คือ “หม่อมเจ้ายาใจ จิตรพงศ์”  เมื่อเข้ามาทำงานเริ่มมีใจรักในโบราณสถานโดยเฉพาะสถาปัตยกรรมเก่าๆ หรืออาคารเก่าๆ ที่เป็นสถาปัตยกรรมไม้ต่างๆ ที่มีรูปทรงสวยงามเลยศึกษาเรียนรู้เรื่องการอนุรักษ์อาคารเก่า จนกระทั่งได้บูรณะวัง สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ กระทั่งหลงรักในงานนี้จนเกษียณ

 

 

          “ลุงเจ๋งมีส่วนร่วมสร้างวัง 2 วังคือพระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ และพระตำหนักภูพานราชนิเวศน์อยู่ 10 ปี ตั้งแต่ปี 2514 - 2526 นอกจากงานวังแล้วก็มีงานปรับปรุงวังเก่า พระราชวังบางปะอิน ไปปรับปรุงภูมิทัศน์ การทำงานในสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ทำให้ลุงเจ๋งเห็นความสำคัญของเรื่องอนุรักษ์เมืองเก่า ตลาดเก่า ชุมชนเก่า ทำงานช่วยคนยากคนจนช่วยเขาไปออกแบบ ฟื้นฟูแม่น้ำลำคลอง สิ่งเหล่านี้ทำให้ลุงเจ๋งหลงรักมาจนถึงทุกวันนี้” ลุงเจ๋ง เล่า

          ปัจจุบันลุงเจ๋งมีทั้งสวนในเมือง มีห้องสมุดในเมือง และการอนุรักษ์ของเก่า ได้ทำงานศิลปะอย่างที่ใจรัก สิ่งเหล่านี้มันแสดงให้เห็นว่านี่แหละคือความสุขของวัยชราที่เขาได้สร้างมากับมือ

   

ข่าวเกี่ยวข้องในเครือ
Shares :

ข่าวเกี่ยวข้อง
5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ