รศ.นพ.นริศ กิจณรงค์  อาจารย์ภาควิชาจักษุวิทยา คณะ แพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล กล่าวถึงกรณีที่มีการแชร์รูปและวิดีโอผ่านโซเซียลมีเดียถึงแฟชั่นใหม่ในการเอาหลอดไฟแอลอีดี (LED) มาติดบริเวณใต้ดวงตาและบนเปลือกตาว่า จากที่ดูในคลิปวิดีโอจะพบว่ามี 2 แบบ คือ แบบที่ติดใต้ตาและแบบที่ติดบนเปลือกตา ซึ่งตามปกติหลอดแอลอีดีจะไม่ทำให้เกิดความร้อนมาก แบบที่ติดใต้ตาล่าง อาจจะทำให้แสงเข้าตาได้ ส่วนแบบที่ติดเปลือกตาบนแสงจะไม่เข้าตา แต่ตามปกติแสงจากหลอดไฟหรือแสงจากสิ่งต่างๆจะมีรังสีอุลตร้าไวโอเลตซึ่งแม้ไม่เห็นแสง ก็จะมีรังสีอุลตร้าไวโอเลตเป็นคลื่นความยาวอยู่ ซึ่งเป็นอันตราย 

     จักษุแพทย์ กล่าวอีกว่า หากมีการโดนในระยะยาวจะทำให้เกิดต้อเนื้อ ต้อลม ต้อกระจก จอตาเสื่อมได้ หากติดเมื่อเป็นวัยรุ่นยังไม่เห็นผลเสียตอนนี้ แต่พออายุมากขึ้นก็จะเห็นผลเสียได้ชัดเจน และความร้อนที่เกิดขึ้นจากหลอดไฟจะทำให้น้ำตาระเหย ตาแห้ง แสบ เคืองตาได้ น้ำหนักจากหลอดไฟเองอาจจะทำให้เมื่อยล้าดวงตา นอกจากนี้ รอบดวงตาเป็นบริเวณที่ผิวบอบบางที่สุด แม้กระทั่งการทาครีมต่างๆก็ควรเว้นรอบดวงตาไว้ การโดนความร้อนมากๆจะทำให้ผิวเหี่ยวย่นได้

     “ตามปกติแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านจักษุจะแนะนำให้ปกป้องดวงตาโดยการป้องกันแสงต่างๆอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นแสงแดด แสงจากสิ่งต่างๆ จึงอยากแจ้งเตือนประชาชนว่าให้ระวังการใช้อุปกรณ์เช่นนี้ เพราะถือว่าเป็นเทคโนโลยีใหม่ เราไม่ทราบว่ามีอันตรายมากน้อยขนาดไหน จึงต้องระวังให้มากเพราะอาจจะเป็นโรคต่างๆที่กล่าวไปข้างต้นในภายหลังเมื่ออายุมากขึ้นได้” รศ.นพ.นริศกล่าว