ดร.ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.)เปิดเผยว่า ตามที่มีการประกาศใช้ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 แล้วนั้น.ที่ประชุมผู้บริหารองค์กรหลักของ ศธ.ที่มี นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ เป็นประธาน เมื่อเร็วๆ นี้ ได้หารือและเร่งรัดการดำเนินงานด้านการศึกษา ให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญฯ ซึ่งในหมวดที่ 16 การปฏิรูปประเทศ มาตรา261การปฏิรูปด้านการศึกษา ระบุว่า ให้มีคณะกรรมการที่มีความเป็นอิสระ มาดำเนินการศึกษา จัดทำข้อเสนอแนะ และร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องในการดำเนินการให้บรรลุเป้าหมาย เพื่อเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ดำเนินการต่อ

       ที่ประชุมเห็นว่า กรรมการอิสระ ต้องประกอบไปด้วยผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา เช่น ด้านการบริหารการศึกษา ครูผู้สอน เศรษฐศาสตร์ องค์กรเอกชน ผู้ผลิตและพัฒนาครู เป็นต้น โดยมีจำนวนกรรมการประมาณ 20 คน ซึ่ง รมว.ศึกษาธิการ ให้ทาบทามบุคคลต่างๆ และจะนำรายชื่อเสนอ ครม.พิจารณาแต่งตั้งในเดือนเมษายนนี้

       ดร.ชัยพฤกษ์ กล่าวต่อไปว่า ที่ประชุมยังได้หารือถึงการจัดทำกฎหมายกองทุน เพื่อใช้ในการช่วยเหลือผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา และ กองทุนเพื่อเสริมสร้างและพัฒนาคุณภาพและประสิทธิภาพครู โดยทั้ง 2 ฉบับจะต้องประกาศใช้เป็นกฎหมายภายใน 1 ปี หลังรัฐธรรมนูญประกาศใช้ ทั้งนี้ ที่ผ่านมา สำนักงานปลัด ศธ.ได้ร่างกฎหมายกองทุนทั้ง 2 ฉบับแล้ว อยู่ระหว่างประชาพิจารณ์รับฟังความคิดเห็น ส่วนการจัดการศึกษาปฐมวัย โดยเฉพาะอนุบาล 3 ขวบ ที่จัดกันอยู่ว่ารัฐจะดูแลและสนับสนุนอย่างไร โดยมอบให้สป.ศธ.มาดูเรื่องงบประมาณ มอบสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา(สกศ.) ดูแผนและมาตรฐานการจัดการเรียนการสอน รวมถึงครูผู้สอน เช่น ครูปฐมวัย ต้องมีคุณสมบัติอย่างไร ขณะเดียวกันคุรุสภา ก็ต้องดูเรื่องใบอนูญาตประกอบวิชาชีพครู และจะทำอย่างไรกับครูปฐมวัยที่ไม่มีวุฒิครู ไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) จ้างสอนอยู่ เป็นต้น .

       อนึ่ง มาตรา 261 ให้มีคณะกรรมการที่มีความเป็นอิสระคณะหนึ่ง ที่คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งดำเนินการศึกษาและจัดทำข้อเสนอแนะและร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องในการดำเนินการให้บรรลุเป้าหมายเพื่อเสนอคณะรัฐมนตรีดำเนินการต่อไป โดยให้ ครม.แต่งตั้งคณะกรรมการ ให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน นับแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ และให้คณะกรรมการดำเนินการศึกษาและจัดทำข้อเสนอแนะ และร่างกฎหมายให้แล้วเสร็จและเสนอต่อคณะรัฐมนตรีภายใน 2 ปีนับแต่วันที่ได้รับการแต่งตั้ง