มีสตรีจำนวนมากได้รับความเดือดร้อนจากการปัสสาวะเล็ดขณะไอจาม ถึงแม้จะไม่เป็นอันตรายร้ายแรงต่อชีวิต แต่ก็รบกวนการใช้ชีวิตประจำวันไม่น้อย เพราะสร้างความเครียด กังวลและทำให้รู้สึกรำคาญ ต้องปลีกตัวจากสังคมและบ่อยครั้งไม่กล้าทำกิจกรรมอย่างการเล่นกีฬา หลายคนอาจจะมองว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร ก็พอจะทนได้ แต่จริงๆ แล้วจากปัญหาเล็กๆ เหล่านี้อาจนำไปสู่ปัญหาใหญ่ที่จะตามมาก็ได้
               ปัสสาวะเล็ดขณะไอจามเป็นภาวะหนึ่งที่มีคุณผู้หญิงต้องประสบปัญหา สาเหตุที่ทำให้เกิดอาการเหล่านี้ขึ้นก็คือ กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานที่คอยพยุงท่อปัสสาวะและกระเพาะปัสสาวะหย่อนยาน หรือจะเรียกว่า มีอาการของหูรูดท่อปัสสาวะมีการเสื่อมสภาพก็ได้ ซึ่งปัจจัยที่ทำให้เกิดสภาวะนี้ขึ้นก็มีหลากหลาย ทั้งการคลอดบุตร อายุที่มากขึ้น อ้วน มีเนื้องอกในช่องท้อง ภาวะไอเรื้อรัง ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเป็นตัวกระตุ้นทำให้ท่อปัสสาวะเปิด เมื่อไอหรือจามจึงทำให้มีปัสสาวะเล็ดออกมาได้
เมื่อเรารู้สาเหตุแล้ว คำถามที่ตามมาก็คือ ปัสสาวะเล็ดขณะไอจามจะมีวิธีใดบ้างในการรักษาหรือแก้ไข สิ่งสำคัญประการแรกก็คือ เมื่อคุณเริ่มมีอาการปัสสาวะเล็ดขณะไอจามบ่อยมากขึ้น ให้คุณรีบมาปรึกษาแพทย์ ในเบื้องต้นแพทย์จะวินิจฉัยโดยการซักประวัติและตรวจร่างกายหรือตรวจภายในหรือส่งตรวจพิเศษ เพื่อยืนยันว่ามีภาวะนี้จริง แล้วจึงทำการรักษา ซึ่งการรักษาก็มีหลากหลายวิธี ตั้งแต่การแนะนำให้คนไข้ฝึกปฏิบัติด้วยตนเองด้วยการฝึกขมิบช่องคลอด ซึ่งเป็นวิธีที่ง่ายและได้ผลดี แต่ถ้าคนไข้หยุดปฏิบัติ โอกาสที่จะกลับมาเป็นอีกก็มีสูง
               การปรับพฤติกรรมของคนไข้เอง ด้วยการลดน้ำหนัก รักษาอาการไอจามเรื้อรัง รักษาอาการท้องผูก ซึ่งวิธีการเหล่านี้เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่มีอาการเล็กน้อยถึงปานกลาง ถ้าคนไข้หมั่นปฏิบัติอาการจะดีขึ้นภายใน 3-6 เดือน ส่วนวิธีการที่คนไข้ไม่ต้องฝึกปฏิบัติเองก็จะมีวิธีการฉีดสารช่วยลดขนาดท่อปัสสาวะ โดยการฉีดสารบางชนิดบริเวณด้านนอกของท่อปัสสาวะจะช่วยให้ปัสสาวะเล็ดน้อยลงหรือไม่เล็ดเลย และหนึ่งวิธีเป็นวิธีสุดท้ายก็คือ การผ่าตัด ซึ่งสามารถทำได้หลายวิธี แต่เทคนิคใหม่ที่กำลังได้รับความนิยมในการนำมาใช้แก้ปัญหากระเพาะปัสสาวะหย่อนยานก็คือ เทคนิค Tension free Vaginal Tape (TVT ) ซึ่งเป็นการผ่าตัดเพื่อใส่แผ่นตาข่ายพิเศษพยุงท่อปัสสาวะเพื่อหยุดการรั่วซึมของน้ำปัสสาวะ เป็นวิธีที่ทันสมัยและปลอดภัยในการแก้ไขอาการปัสสาวะเล็ดขณะไอจาม เนื่องจากทำได้สะดวกรวดเร็ว ใช้เวลาผ่าตัดไม่นาน ประมาณ 30-40 นาที อีกทั้งแผลก็มีขนาดเล็กจึงฟื้นตัวเร็ว มีภาวะแทรกซ้อนน้อย
               ดังนั้นจะเห็นได้ว่า อาการปัสสาวะเล็ดขณะไอจามอาจจะเป็นเรื่องเล็กที่คุณไม่ควรมองข้ามไปซะทีเดียว เพราะปล่อยไว้จนมีอาการรุนแรง แน่นอน ต้องทำให้การใช้ชีวิตประจำวันได้รับผลกระทบมากมาย แต่ปัญหานี้ก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ที่จะต้องกังวล ถ้าหากคุณตัดสินใจที่จะเข้ามารับการรักษาตั้งแต่เริ่มมีอาการ แต่ถ้าปล่อยไว้นานอาจจะต้องถึงขั้นผ่าตัด ถึงแม้จะถึงขั้นนั้นจริงก็ไม่ต้องกังวล เพราะวิทยาการทางการแพทย์สมัยใหม่สามารถที่จะตอบโจทย์การรักษาได้ครอบคลุมวิถีชีวิตของคนยุคใหม่นี้ได้มากขึ้น และการผ่าตัดก็ไม่ใช่เรื่องยุ่งยากซับซ้อนและน่ากลัวอย่างที่คุณคิดอีกแล้ว
               และไม่จำเป็นที่จะต้องลางานนานๆ เพื่อพักรักษาตัว หลังการผ่าตัดพักเพียง 1 วัน ก็สามารถกลับไปทำงานหรือใช้ชีวิตประจำวันตามปกติได้แล้ว คุณผู้หญิงที่รู้สึกรำคาญไม่ชอบความเหนอะหนะของจุดซ่อนเร้นก็ไม่ต้องกังวล คุณสามารถทำความสะอาดช่องคลอด และอาบน้ำได้ตามปกติ หลังผ่าตัด แต่ทางที่ดีที่สุดก็คือ การป้องกันไม่ให้เกิดโรคหรือมีอาการเหล่านี้ การควบคุมอาหาร วางแผนการมีบุตรอย่างเหมาะสม ฝึกขมิบช่องคลอดภายหลังคลอด สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่ช่วยป้องกันการเกิดปัสสาวะเล็ดขณะไอจามได้เป็นอย่างดี หากคุณทำได้เราก็แนะนำให้คุณปฏิบัติตามนี้ เพราะจะส่งผลดีในระยะยาวต่อตัวคุณเองแน่นอน

นพ.มฆวัน ธนะนันท์กูล
สูติ-นรีแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการผ่าตัด
ด้วยกล้องลาปาโรสโคปทางนรีเวช
และรักษาผู้ป่วยมีบุตรยาก
โรงพยาบาลสมิติเวช

------------------

               ให้ข้อมูล - รศ.(พิเศษ) นพ.ทวี โชติพิทยสุนนท์ นายกสมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย ศ.(เกียรติคุณ) นพ.สมศักดิ์ โล่ห์เลขา นายกสมาคมกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย และประธานราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย และศ.พญ.กุลกัญญา โชคไพบูลย์กิจ หัวหน้าหน่วยโรคติดเชื้อ ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวให้ข้อมูลถึงโรคติดเชื้ออุบัติใหม่รวมถึงองค์ความรู้ต่างๆ และประกาศเริ่มบริจาควัคซีนป้องกันโรคไอพีดีจำนวน 5,000 โดส ไปยังโรงพยาบาลที่มีแพทย์เฉพาะทางทั่วประเทศ ที่โรงแรมเดอะซายน์ พัทยา จ.ชลบุรี เมื่อเร็วๆ นี้