ข่าว

อว. ผนึก ส.อ.ท. เจาะลึกวิสัยทัศน์ เร่งรื้อหลักสูตร - รับมือวิกฤตแรงงานโลก

อว. ผนึก ส.อ.ท. เจาะลึกวิสัยทัศน์ เร่งรื้อหลักสูตร - รับมือวิกฤตแรงงานโลก

20 ต.ค. 2569

อว. ผนึก ส.อ.ท. เจาะลึกวิสัยทัศน์ ปรับทัพเศรษฐกิจและกำลังคนไทยรับ AI เร่งรื้อหลักสูตรเน้นปฏิบัติ รับมือวิกฤตแรงงานโลกไม่ตรงสาย 800 ล้านคน

20 ตุลาคม 2569 ในงาน Nation Forum 2027 Thailand’s Agenda บนเวที Talent Evolution Bridge the Gap ในหัวข้อ The Frontier Transition Cross-Sector Oxford Debate ได้มีการระดมความคิดเห็นจาก 2 บุคลากรสำคัญของประเทศ ได้แก่ ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และ เกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานกิตติมศักดิ์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ซึ่งได้ร่วมกันสะท้อนมุมมองและทิศทางในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการผลิตกำลังคนของไทยท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและ AI อย่างรวดเร็ว 

ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง อว. ได้กล่าวถึงบทบาทของการศึกษาที่ต้องปรับตัวรับมือกับความท้าทายในยุคเทคโนโลยีดิสรัปชัน (Technology Disruption) โดยระบุว่า ระบบการผลิตคนแบบเดิมที่ใช้เวลาเรียนในห้องเรียน 4 ปีไม่สามารถตอบโจทย์อุตสาหกรรมยุคใหม่ได้ทันท่วงที อว. จึงมุ่งปรับเปลี่ยนรูปแบบหลักสูตรให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น โดยเน้นการเรียนรู้แบบ Experiential Learning หรือการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริง เช่น การฝึกงาน การทำโปรเจกต์ และการแก้โจทย์ปัญหาจริงร่วมกับภาคเอกชน เพื่อสร้างทักษะที่จำเป็น เช่น Adaptability to Change และ Growth Mindset ให้กับนักศึกษา

 

อว. ผนึก ส.อ.ท. เจาะลึกวิสัยทัศน์ เร่งรื้อหลักสูตร - รับมือวิกฤตแรงงานโลก

ด้าน เกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานกิตติมศักดิ์ ส.อ.ท. ได้เสริมมุมมองในภาคอุตสาหกรรมว่า ภาคการผลิตดั้งเดิมกำลังเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่จากการถูกดิสรัปด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงและ AI ซึ่งทำให้ความต้องการแรงงานเปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญภาคอุตสาหกรรมจำเป็นต้องเร่งปรับเปลี่ยนไปสู่ระบบอัจฉริยะ (Automation) และเทคโนโลยีขั้นสูง (High Technology) เพื่อรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันในระดับสากล ท่ามกลางกระแสกดดันจากประเทศผู้ผลิตรายใหญ่ของโลก 

 

ความท้าทายของระบบการศึกษาและการผลิตกำลังคน

การเสวนาในครั้งนี้ได้ชี้ให้เห็นถึงช่องว่างระหว่างทักษะของแรงงานที่จบใหม่กับความต้องการที่แท้จริงของตลาดแรงงานทั่วโลก ซึ่งปัจจุบันมีตัวเลขที่น่าตกใจว่า อาจมีคนจบการศึกษาออกมาแล้วตลาดแรงงานไม่รองรับมากถึง 800 ล้านคนทั่วโลก 

  • การปรับหลักสูตรของ อว.: ปัจจุบัน อว. ดูแลหลักสูตรในระดับอุดมศึกษารวมกว่า 9,500 ถึง 10,000 หลักสูตรทั่วประเทศ โดยมีความพยายามปรับเปลี่ยนหลักสูตรให้เข้าสู่รูปแบบ Experiential Learning มากขึ้น จากเดิมที่มีสัดส่วนเพียง 30-40 หลักสูตร ให้ขยับเข้าใกล้เป้าหมายหลักสูตรเชิงปฏิบัติการที่ตอบโจทย์ภาคอุตสาหกรรมอย่างแท้จริง   
  • การบูรณาการร่วมกับภาคเอกชน: เน้นการสร้างหลักสูตรร่วมกัน (Co-Creation) ระหว่างสถาบันการศึกษาและภาคอุตสาหกรรม รวมถึงการนำหลักสูตรออนไลน์จากภาคเอกชนชั้นนำมานับหน่วยกิต (Credit Bank) เพื่อให้ผู้เรียนสามารถอัปสกิล (Up-skill) และรีสกิล (Re-skill) ได้อย่างรวดเร็ว   

 

ทางออกและทิศทางอนาคตเศรษฐกิจไทย

ทั้งสองท่านเห็นตรงกันว่า การขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวข้ามผ่านความท้าทายนี้ได้ จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่าง ภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และชุมชน (Quadruple Helix) เพื่อสร้างระบบนิเวศ (Ecosystem) ที่เอื้อต่อการดึงดูดคนเก่งและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์อย่างยั่งยืน   

  • การสร้างจุดแข็งให้ SMEs: เนื่องจากผู้ประกอบการ SMEs มีสัดส่วนสูงถึง 99.5% ของผู้ประกอบการทั้งหมดในประเทศไทยและมีการจ้างงานกว่า 70% แต่กลับสร้าง GDP ได้เพียง 35.5% การยกระดับทักษะและการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพจึงเป็นหัวใจสำคัญในการพยุงเศรษฐกิจฐานรากให้รอดพ้นจากการแข่งขันที่รุนแรง   
  • การสร้างทักษะแห่งอนาคต: แรงงานไทยในอนาคตไม่เพียงแต่ต้องมีความรู้ความสามารถเฉพาะทาง แต่ต้องมีทักษะด้านการคิดวิเคราะห์ การเรียนรู้ที่รวดเร็ว และความสามารถในการปรับตัว เพื่อให้สามารถทำงานร่วมกับเทคโนโลยีและ AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

 

อว. ผนึก ส.อ.ท. เจาะลึกวิสัยทัศน์ เร่งรื้อหลักสูตร - รับมือวิกฤตแรงงานโลก