
'ภาษีบาป' เหล้า-บุหรี่ เงินหมื่นล้านกระจายไปไหน? ลงชื่อแสดงจุดยืน (ปิดรับ 14 ต.ค. นี้)
คมจบให้ 'ภาษีบาป' เหล้า-บุหรี่ เงินหมื่นล้านกระจายไปไหน? ปมรื้อกฎหมายอุดหนุน 4 กองทุนรัฐ สังคมจับตาเอื้อนายทุน-สยบองค์กรอิสระ ลงชื่อแสดงจุดยืน (ปิดรับ 14 ต.ค. นี้)
กลายเป็นประเด็นร้อนฉ่า ถกเถียงกรณีการเสนอแก้ไขกฎหมาย 4 ฉบับ กรณีข้อเสนอแก้ไขกฎหมายเพื่อยกเลิกการจัดสรร "เงินบำรุง" จากภาษีสุราและยาสูบ หรือ "ภาษีบาป" เข้าสู่ 4 หน่วยงานและกองทุนรัฐ มีคนทั้งออกมาแสดงความเห็นทั้งสนับสนุนและคัดค้าน จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่าเป็นการเอื้อประโยชน์ให้บิ๊กทุนสุรา-ยาสูบ หรือแท้จริงแล้วคือการจัดระเบียบงบประมาณแผ่นดินให้โปร่งใส? จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่าเป็นการเอื้อประโยชน์ให้บิ๊กทุนสุรา-ยาสูบ หรือแท้จริงแล้วคือการจัดระเบียบงบประมาณแผ่นดินให้โปร่งใส?
คำว่า “ภาษีบาป” (Sin Tax) แม้ไม่ใช่ชื่อภาษีอย่างเป็นทางการตามกฎหมาย แต่เป็นคำติดปากที่ใช้เรียก “เงินบำรุง” (Earmarked Tax) ที่จัดเก็บเพิ่มจากผู้มีหน้าที่เสียภาษีสุราและยาสูบ เพื่อนำไปอุดหนุนภารกิจเฉพาะด้านโดยไม่ผ่านการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีของรัฐบาล
ควักกระเป๋าซื้อเหล้า-บุหรี่ 1 ครั้ง เงินกระจายไปไหนบ้าง?
ในปัจจุบัน ทุกๆ การจ่ายเงินซื้อสุราและยาสูบ นอกเหนือจากภาษีสรรพสามิตปกติที่นำส่งเข้าเป็นรายได้แผ่นดินแล้ว กฎหมายยังกำหนดให้มีการจัดเก็บเงินบำรุงสมทบเพิ่มอีก 4 ช่องทางหลัก รวมเป็นมูลค่ากว่า 12,000 - 14,000 ล้านบาทต่อปี ได้แก่:
- กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.): จัดเก็บเงินบำรุง 2% จากภาษีสุราและยาสูบ เพื่อใช้ขับเคลื่อนงานสร้างเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค NCDs และลดพฤติกรรมเสี่ยงของประชาชน ตาม พ.ร.บ.กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ พ.ศ. 2544
- องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (Thai PBS): จัดเก็บเงินบำรุง 1.5% จากภาษีสุราและยาสูบ เพื่อเป็นรายได้บำรุงสื่อสาธารณะที่ไม่แสวงหากำไร โดยล็อกเพดานสูงสุดไม่เกิน 2,000 ล้านบาทต่อปี (ส่วนเกินส่งคืนคลัง) ตาม พ.ร.บ.องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2551
- กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ (กองทุนกีฬา): จัดเก็บเงินบำรุง 2% จากภาษีสุราและยาสูบ นำไปใช้อุดหนุนและพัฒนาวงการกีฬาไทยทั้งระดับอาชีพและเยาวชน ตาม พ.ร.บ.การกีฬาแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2558
- กองทุนผู้สูงอายุ: จัดเก็บเงินบำรุง 2% จากภาษีสุราและยาสูบ นำไปเป็นเงินสงเคราะห์ยกระดับคุณภาพชีวิตและการยังชีพของผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อย โดยกำหนดเพดานไว้ไม่เกิน 4,000 ล้านบาทต่อปี ตาม พ.ร.บ.ผู้สูงอายุ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2560
รื้อกฎหมาย 'ภาษีบาป' ปมขัดแย้ง 2 ฟากฝั่ง
จุดเริ่มต้นของข้อถกเถียงเกิดขึ้นเมื่อมีการเสนอร่างแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อ ยกเลิกการส่งเงินบำรุงโดยตรงจากภาษีสุราและยาสูบ แล้วเปลี่ยนให้ทั้ง 4 หน่วยงาน/กองทุน กลับไปขอรับการจัดสรรเงินผ่าน งบประมาณรายจ่ายประจำปี จากรัฐบาลแทน
ฝั่งคัดค้าน (บุคลากรทางการแพทย์ - ภาคประชาสังคม - สื่อสาธารณะ): นำโดย ผศ.นพ.สมิทธิ์ ศรีสนธิ์ กรรมการแพทยสภา และนักวิชาการ มองว่าการตัดเงินสมทบตรงนี้จะทำให้ภาคเอกชนยาสูบและสุราไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่มเข้ากองทุนสังคม ขณะที่รัฐต้องแบกรับภาระโยกงบแผ่นดินมาจ่ายแทน นอกจากนี้ ยังกังวลว่าจะกระทบต่อ ความเป็นอิสระ ในการเสนอข่าวของสื่อสาธารณะอย่าง Thai PBS หรือการทำงานเชิงรุกของ สสส. หากต้องคอยพึ่งพิงการอนุมัติงบจากฝ่ายการเมืองทุกปี
ฝั่งเสนอแก้ (รัฐบาล - สส. ผู้เสนอร่าง): ชี้แจงว่าการยกเลิกเงินบำรุงผูกขาด (Earmarked Tax) เป็นไปตามหลักวินัยการเงินการคลัง เพื่อให้เงินภาษีทั้งหมดเข้าสู่ระบบคลังแผ่นดินอย่างโปร่งใสและตรวจสอบได้ พร้อมยืนยันว่ากรมสรรพสามิตสามารถปรับอัตราภาษีปกติทดแทนเพื่อไม่ให้ผู้ประกอบการได้ประโยชน์ และรัฐบาลยังคงสนับสนุนงบประมาณแก่ทั้ง 4 หน่วยงานตามภารกิจอย่างสมเหตุสมผล
โค้งสุดท้าย! ช่องทางร่วมลงชื่อแสดงจุดยืน (ปิดรับ 14 ต.ค. นี้)
ขณะนี้ ร่างกฎหมายดังกล่าวอยู่ระหว่างกระบวนการเปิดรับฟังความคิดเห็นของประชาชนตามมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญ บนเว็บไซต์ของรัฐสภา โดยเปิดรับฟังความคิดเห็น ถึงวันที่ 14 ตุลาคม 2569 นี้เท่านั้น
สำหรับประชาชนที่ต้องการร่วมแสดงความคิดเห็นหรือลงชื่อคัดค้าน สามารถดำเนินการได้ ดังนี้
- เข้าไปยังเว็บไซต์ ระบบรับฟังความคิดเห็นร่างกฎหมาย รัฐสภา (คลิกลงชื่อที่นี่)
- เลือกร่าง พ.ร.บ. ที่เกี่ยวข้องกับ 4 หน่วยงาน/กองทุน (สสส., Thai PBS, กองทุนผู้สูงอายุ, กองทุนกีฬา)
- กรอกหมายเลขบัตรประชาชนเพื่อระบุตัวตน และเลือกช่อง "ไม่เห็นด้วย" พร้อมระบุข้อกังวลเพิ่มเติมเกี่ยวกับความมั่นคงทางสังคมและสุขภาพ
เสียงสะท้อนจากประชาชนในครั้งนี้จะเป็นหมุดหมายสำคัญในการกำหนดทิศทางนโยบายคลัง สุขภาพ และสื่อสาธารณะของประเทศไทยต่อไป



