ข่าว

เช็กเงื่อนไขล่าสุด "ไทยเที่ยวไทยพลัส" สนับสนุนค่าที่พัก เท่าไหร่?

เช็กเงื่อนไขล่าสุด "ไทยเที่ยวไทยพลัส" สนับสนุนค่าที่พัก เท่าไหร่?

09 ก.ย. 2569

เช็กเงื่อนไขล่าสุด "ไทยเที่ยวไทยพลัส" สนับสนุนคูปองท่องเที่ยว ค่าที่พักสูงสุดคนละไม่เกินกี่คืน? เตรียมชงเข้า ครม. เริ่มเปิดลงทะเบียน 1 ต.ค. นี้

นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยภายหลังการหารือร่วมกับนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวงการคลัง และผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เกี่ยวกับความคืบหน้าโครงการ "ไทยเที่ยวไทยพลัส" เตรียมเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ใน 1-2 สัปดาห์ข้างหน้า
 

ทั้งนี้ สำหรับรายละเอียดเกณฑ์อุดหนุน "ที่พัก-คูปองส่วนลด" โครงการ "ไทยเที่ยวไทยพลัส" ได้รับการจัดสรรกรอบวงเงินงบประมาณไม่เกิน 3,500 ล้านบาท โดยจะนำมาจาก พ.ร.ก. ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินฯ เพื่อสนับสนุนโควตาจำนวน 1 ล้านสิทธิ์ โดยมีมาตรการช่วยเหลือและกระตุ้นการใช้จ่ายหลัก ๆ 2 ส่วน ดังนี้
 

 

  • สนับสนุนค่าที่พักแบบอัตราคงที่ (Flat Rate) : รัฐบาลจะร่วมจ่ายค่าห้องพักตามจริงสูงสุดไม่เกิน 1,500 บาทต่อคืนต่อสิทธิ์ โดยผู้ได้รับสิทธิ์สามารถใช้สิทธิ์ห้องพักได้สูงสุดคนละไม่เกิน 5 คืน (5 สิทธิ์) ซึ่งคิดเป็นมูลค่าการสนับสนุนรวม 7,500 บาท
  • คูปองท่องเที่ยว (Voucher) ร่วมจ่ายแบบคนละครึ่ง (Co-payment) : รัฐบาลได้ปรับเพิ่มมูลค่าคูปองสนับสนุนเพิ่มขึ้นเป็น 1,500 บาทต่อสิทธิ์ และหากใช้สิทธิ์คูปองในพื้นที่เมืองรอง มูลค่าคูปองจะขยับเพิ่มขึ้นจาก 1,500 บาท เป็น 2,000 บาท ทบยอดสะสมได้ 

 

โดยประชาชนต้องร่วมจ่าย 50% เพื่อกระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการทั้งในภาคการท่องเที่ยว และภาคบริการ เช่น ธุรกิจสปา นวด ทำเล็บ รถรับจ้างในพื้นที่ ร้านอาหาร และกิจกรรมดำน้ำ
 

ในกรณีประชาชนใช้สิทธิ์สะสมครบถ้วนทั้งค่าที่พักและคูปองท่องเที่ยวในเมืองรอง จะได้รับเงินสนับสนุนรวมทั้งที่พักและคูปอง รวมแล้วกว่า 17,500 บาทต่อคน

สำหรับกำหนดการดำเนินงาน คาดว่าจะเปิดให้ผู้ประกอบการและประชาชน ลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน "เป๋าตัง" ได้ตั้งแต่ 1-25 ต.ค. 2569 นี้ และเริ่มเดินทางท่องเที่ยวใช้สิทธิ์จริงได้ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. 2569 เป็นต้นไป
 

อย่างไรก็ดี โครงการมีเงื่อนไขสำคัญคือการงดเว้นให้ใช้สิทธิ์ในช่วงเทศกาลปีใหม่ ระหว่างวันที่ 15 ธ.ค. 2569 ถึง 15 ม.ค. 2570 เนื่องจากผลการศึกษาทางสถิติพบว่า การใช้มาตรการอุดหนุนในช่วงปีใหม่ไม่มีผลต่อนัยสำคัญในการกระตุ้นยอดนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น เนื่องจากประชาชนมีแผนเดินทางท่องเที่ยวในช่วงนั้นอยู่แล้ว
 

ดังนั้น รัฐบาลจึงมุ่งเน้นกระตุ้นการเดินทางก่อนและหลังปีใหม่ โดยแบ่งระยะเวลาเดินทางเป็น 2 ช่วง ได้แก่ ช่วงแรกวันที่ 1 พ.ย. - 15 ธ.ค. และช่วงที่สองวันที่ 15 ม.ค. - 28 ก.พ. นอกจากนี้ สิทธิ์ใดที่ไม่มีการใช้งานภายในระยะเวลาที่กำหนดจะถูกริบและนำกลับมาเปิดให้ผู้อื่นลงทะเบียนใหม่ เพื่อไม่ให้เกิดการเสียสิทธิ์โดยเปล่าประโยชน์


ในด้านมาตรการควบคุมราคาและป้องกันการทุจริต รมว.ท่องเที่ยวฯ ยืนยันว่า โรงแรมที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายสามารถเข้าร่วมได้ทั้งหมด ส่วนกลุ่มที่ไม่มีใบอนุญาตแต่เสียภาษีถูกต้อง จะต้องร่วมมือกับกระทรวงมหาดไทยในการปรับปรุงมาตรฐานโรงแรมเพื่อเตรียมเข้าสู่การจดทะเบียนอย่างถูกต้องต่อไป

นอกจากนี้ ผู้ประกอบการจะต้องลงทะเบียนพร้อมยื่นราคาห้องพักล่วงหน้า โดยทางรัฐบาลจะมีการตรวจสอบราคาห้องพักย้อนหลังและควบคุมไม่ให้มีการขึ้นราคาเกิน 10% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า หากพบการขึ้นราคาเกินจริงหรือมีพฤติกรรมทุจริต เอื้อประโยชน์ร่วมกันระหว่างโรงแรมและผู้ใช้สิทธิ์ จะดำเนินการขั้นเด็ดขาดและขึ้นบัญชีดำ (Blacklist) ทันที
 

ซึ่งที่ผ่านมาเคยมีการดำเนินคดีและแบนโรงแรมทุจริตไปแล้วมากกว่า 1,400 แห่ง โดยโครงการนี้จะใช้ระบบตรวจสอบที่เข้มงวดของธนาคารกรุงไทยเพื่อป้องกันการสวมสิทธิ์หรือเดินทางแทนกัน
 

ในเชิงเศรษฐกิจมหภาค โครงการ "ไทยเที่ยวไทยพลัส" คาดว่าจะสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจได้ราว 58,000 ถึง 60,000 ล้านบาท โดยประเมินว่าเงินงบประมาณสนับสนุนทุก ๆ 1 บาทที่รัฐบาลจ่ายลงไป จะสามารถสร้างผลตอบแทนกลับคืนสู่เศรษฐกิจได้สูงถึง 2.5 เท่า และคาดว่าจะช่วยเพิ่มค่าใช้จ่ายการท่องเที่ยวต่อทริป (Spending per trip) ของคนไทยเพิ่มขึ้นประมาณ 20% ซึ่งหากโครงการเฟสแรกประสบความสำเร็จด้วยดี รัฐบาลพร้อมพิจารณาขยายโครงการเพิ่มเติมในระยะถัดไป

 

 

ขอบคุณข้อมูล : กรุงเทพธุรกิจ