ข่าว

“แม้จะเป็นเงินน้อย ก็มีความหมาย!” ชาวบ้านหลั่งน้ำตา ยืมเงินมาอุทธรณ์ ‘บัตรคนจน’

“แม้จะเป็นเงินน้อย ก็มีความหมาย!” ชาวบ้านหลั่งน้ำตา ยืมเงินมาอุทธรณ์ ‘บัตรคนจน’

24 ก.ค. 2569

“แม้จะเป็นเงินน้อย ก็มีความหมาย!” ชาวบ้านเจ้าของรถสุดอัดอั้น หลั่งน้ำตาเล่า ยืมเงินมาอุทธรณ์ ‘บัตรคนจน’ แซะเกณฑ์รัฐย้อนแย้ง-ตัดสิทธิ์คนขยัน

เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2569 ที่ สำนักงานขนส่งจังหวัดหนองบัวลำภู มีชาวบ้านจากหมู่บ้านต่างทั้ง 6 อำเภอของจังหวัดหนองบัวลำภู ได้ทยอยเดินทางมากันตั้งแต่เช้า เพื่อมายื่นคำขอตรวจสอบสิทธิ์และยื่นคำร้องอุทธรณ์สิทธิ์ โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569  ซึ่งมีชาวบ้านได้ทยอยมา ตั้งแต่วันที่ 17 กรกฎาคม 2569  ที่ผ่านมา โดยมาขออุทธรณ์ในเรื่องของการครอบครองรถยนต์ เกินกว่า 20 ปีและรถจักรยานยนต์ ที่เก่าเกิน 15 ปี

 

ทางเจ้าหน้าที่ของสำนักงานขนส่งจังหวัดหนองบัวลำภู ได้มีการจัดเจ้าหน้าที่ตั้งโต๊ะไว้คอยบริการ ให้กับชาวบ้าน กว่า 10 คน เพื่ออำนวยความสะดวกต่อการมาขอรับบริการของประชาชน ซึ่งชาวบ้านที่มา ส่วนมากจะมีทั้งการครอบครองรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ที่ไม่สามารถใช้การได้แล้ว ทั้งรถที่เกิดอุบัติเหตุแล้วแต่ยังไม่มีเงินซ่อม

“แม้จะเป็นเงินน้อย ก็มีความหมาย!” ชาวบ้านหลั่งน้ำตา ยืมเงินมาอุทธรณ์ ‘บัตรคนจน’ โดยเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2569 มีผู้ยื่นตรวจสอบสิทธิ์- ยื่นตรวจสอบสิทธิ จำนวน  571 ราย ยื่นอุทธรณ์ ทั้งสิ้น 361 ราย และในวันนี้ยังมีประชาชนได้ทยอยเดินทางมาอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวัน ซึ่งชาวบ้านบางคนบอกว่า ไม่มีเงินค่ารถต้องไปขอยืมเพื่อนบ้านมาตรวจสอบสิทธิ์ และอุทธรณ์สิทธิ์ เพราะกลัวว่าจะเสียสิทธิ์ บางคนต้องเสียเงินเหมารถสามล้อ-จ้างรถชาวบ้านมา เพื่อให้ได้สิทธิ์ดังกล่าว ที่จะได้รับเงินจากบัตรประชารัฐของรัฐบาล 

นางสาวฐิตาภา เนียมหอม อายุ 53 ปี ชาวบ้านข้องโป้ ต.บ้านขาม อ.เมืองหนองบัวลำภู จ.หนองบัวลำภู สุดอัดอั้นตันใจที่ต้องเดินทางมาเพื่อตรวจสอบสิทธิ์และยื่นอุทธรณ์ เนื่องจากตนเองเคยมีรถยนต์กว่า 30 ปี และมอเตอร์ไซค์ 16 ปีแล้ว ซึ่งเป็นรถที่เกิดอุบัติเหตุไม่ได้ใช้มานานแล้ว ร้องไห้โฮกล่าวทั้งน้ำตาว่า

 

การมีรถที่ต้องใช้ทำมาหากินมันเป็นความจำเป็น ถึงแม้ว่าบัตรประชารัฐมันจะเป็นเงินน้อยแต่มันมีความหมายสำหรับเรา ที่จะไปซื้อน้ำปลา-ผงชูรส-ของใช้ในครัวเรือน พอได้ช่วยลดรายจ่าย ซึ่งตนเองต้องเสียเวลาเดินทางมาเป็นเวลา 2 วันแล้ว เมื่อวานมาประมาณ 09.00 น. ติดต่อหลายเรื่องทั้งเรื่องโอนลอย กว่าจะกลับถึงบ้านเกือบ 6 โมงเย็น แต่ยังดีที่เจ้าหน้าที่ที่นี่ รวมทั้งหัวหน้า บริการดีมาก อยากให้ประชาชนชาวหนองบัวลำภู ได้สิทธิ์ที่จะได้ พูดจากับประชาชนดีมาก อยากให้คนที่มาอุทธรณ์ มากันเยอะ ๆ อยากให้ได้ เพราะว่าจังหวัดเรามีคนจนเยอะมาก 

“แม้จะเป็นเงินน้อย ก็มีความหมาย!” ชาวบ้านหลั่งน้ำตา ยืมเงินมาอุทธรณ์ ‘บัตรคนจน’

นอกจากนั้น นางสาวฐิตาภา ยังกล่าวอีกว่า เราเป็นคนหาเงินเลี้ยงครอบครัว แล้วมาตัดสินที่เรามีรถ เพราะถือว่าเป็นเครื่องมือทำมาหากิน ตนเองมา 2 วัน ไปรับจ้างวันละ 300 บาท ขาดรายได้ไป 600 บาท ที่มานี่ก็ต้องยืมเงินเพื่อนบ้านมา 1,000 บาท ต้องเสียเวลามาดำเนินการแจ้งแก้ไขจากการที่ได้ โอนลอยรถไว้

 

แล้วรัฐเห็นไหมว่า การจะทำให้ประชาชนมีอยู่มีกินนะมันลำบากกว่าเดิม คนเฒ่าคนแก่ที่ดำเนินการเรื่องนี้นั้นไม่ได้มีเงิน อย่างตนเองต้องจ้างรถมอเตอรไซค์สามล้อจากบ้านข้องโป้มาถึงตลาด ก็คนละ 200 บาท และต่อมาที่สำนักงานขนส่งจังหวัดอีก 100 บาท เพราะไกลตัวเมือง เพื่อมาให้ได้สิทธิ์บัตรคนจน 300 บาท

 

ต้องเดือดร้อนขนาดไหน เราเป็นคนหาเงินเลี้ยงทุกคนแล้วมาตัดสินรถที่มี มันไม่ถูกต้อง ทุกคนต้องมีรถทำมาหากิน แต่ในหมู่บ้านพวกที่ไม่ทำงาน กินเหล้า เสพยา ไม่มีการทำงานในหมู่บ้านกลับได้สิทธิ์ มันเป็นอะไรที่ย้อนแย้งกับประชาชน คือคนทำมาหากินครอบครัวหนึ่งเข้าจะต้องมีรถไว้สำหรับทำมาหากิน ครอบครัวหนึ่งจะมีรถคันเดียวได้อย่างไร บางทีลูกจะไปโรงเรียน พ่อแม่จะไปทำงาน ที่ไร่นา จะไปได้อย่างไร เอาอะไรมาวัด

 

หนึ่งครอบครัวมี 6 คน คุณจะให้ประชาชนมีรถคันเดียว จะเอาอันไหนไปทำมาหากิน คนที่มีรถ ก็ไม่ใช่คนมีเงินยังต้องผ่อนรถ เพื่อครอบครัว ลูก เขา สามีเขา ปู่ย่าตายายเขาต้องใช้ไร่นา ลูกต้องไปโรงเรียน คิดได้อย่างไรเกณฑ์การตัดสิน ไม่ประชาพิจารณ์ ไม่เคยถามประชาชน ว่ารถคันหนึ่งต่อครอบครัวมันถูกต้องแล้วหรือ การมีรถยนต์ก็ไม่ใช่ว่าเป็นคนรวย ยังต้องหาเงิน ยังต้องผ่อนรถ เพื่อเอามาทำมาหากิน คุณวัดตรงไหนว่าเขามีเงิน

 

เขาหาเงินเลือดตาแทบกระเด็นกว่าจะมีรถคันหนึ่ง แล้วรถเก่ากว่า 30 ปี มันน่าจะตัดออกจากระบบได้แล้ว เรื่องนี้มีย้อนแย้งมากกับประชาชน สองวันที่มานี่มันรู้สึกว่าอึดอัดมาก มันจุกอยู่ในใจ แต่กลุ่มที่ได้กลับเป็น กลุ่มกินเหล้า เสพยา ไม่ได้หาเลี้ยงครอบครัว พวกนี้ได้กันหมด แต่คนที่ทำมาหากินกลับโดนตัดสิทธิ์ ไม่ถูกต้อง มันย้อนแย้งประชาชน

 

หรือแม้แต่ผู้พิการที่เป็นช่างตัดผมในหมู่บ้าน ที่ถูกตัดขา ก็ไม่ได้เหมือนกัน เพราะในระบบขึ้นว่า ครอบครัวเขาครอบครองรถสองคัน ลูกเขาจะไปโรงเรียน เมียเขาจะไปทำงาน เขาเป็นคนพิการขาดขาดครึ่งหนึ่งตัดเขาได้อย่างไร นี่คือความรู้สึกของประชาชนคนหนึ่ง 

“แม้จะเป็นเงินน้อย ก็มีความหมาย!” ชาวบ้านหลั่งน้ำตา ยืมเงินมาอุทธรณ์ ‘บัตรคนจน’

นายศราวุธ เปาอินทร์ ขนส่งจังหวัดหนองบัวลำภู เปิดเผยว่า ทางสำนักงานขนส่งจังหวัดหนองบัวลำภู ได้เห็นความสำคัญของพี่น้องประชาชนเป็นอย่างมากกลัวจะโดดสิทธิ์ จึงได้มีการจัดเจ้าหน้าที่ไว้คอยบริการอย่างเต็มที่ เข้าใจในความรู้สึกของเงิน 300 บาท ที่ชาวบ้านได้รับมันเป็นประโยชน์ที่เขาจะสามารถนำไปใช้จ่ายเลี้ยงชีวิตได้เป็นอาทิตย์

 

ตนเองได้แจ้งกับเจ้าหน้าที่ให้การดูแลช่วยเหลือ อย่างในกรณีรถที่เกินกำหนด เจ้าหน้าที่ขอให้นำบัตรประชาชน เล่มทะเบียนรถมา หรือถ้าไม่มีเล่มทะเบียนก็ขอให้มีบัตรประชาชนมา ทางเจ้าหน้าที่จะทำการบันทึกปากคำพ่วงท้ายให้ แต่เจ้าตัวต้องให้การที่เป็นจริง และรับผิดชอบต่อคำให้การพ่วงท้าย

 

และในอาทิตย์นี้จะเป็นวันหยุดยาวหลายวันและใกล้จะถึงสิ้นเดือน ทาง สำนักงานขนส่งจังหวัดหนองบัวลำภู เห็นว่าประชาชนที่มาขอตรวจสอบสิทธิ์และอุทธรณ์สิทธิ์ไม่ทัน ในวันเสาร์ที่ 25 กรกฎาคม  2569 นี้ จึงได้เปิดให้บริการอีก 1 วัน เป็นการ บริการในการตรวจสอบกรรมสิทธิ์ในการครอบครองรถในกรณีพิเศษและอุทธรณ์สิทธิ์บัตรคนจนอย่างเดียว ประชาชนสามารถมาติดต่อได้ในเวลา 08.30-16.30 น.จึงขอเชิญชวนประชาชน มารับบริการได้ตามวันเวลาดังกล่าว