
ลงพื้นที่รีเช็ก กลุ่มตกหล่นบัตรสวัสดิการฯ ถึงบ้าน เล็งขยายเวลายื่นทบทวนสิทธิ
“พลพีร์” สั่งกรมการปกครอง ลงพื้นที่รีเช็กข้อเท็จจริง กลุ่มตกหล่นบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ถึงบ้าน กำชับถ่ายภาพเก็บหลักฐาน ปิดช่องให้สิทธิ์ญาติเจ้าหน้าที่รัฐก่อน เตรียมขยายเวลายื่นหลักฐานทบทวนสิทธิ ถึง 20 ก.ย. ย้ำ อยู่ที่ไหนก็ยื่นได้
วันท่ 23 ก.ค.2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยลงพื้นที่อำนวยความสะดวกประชาชนในเรื่องบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หลังประชาชนหลายคนสะท้อนความไม่สบายใจ ว่า
กระทรวงมหาดไทยภายใต้การกำกับของนายกรัฐมนตรี ได้กำชับให้กรมการปกครองอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนให้ได้มากที่สุด เป็นที่มาที่กรมการปกครองตั้งศูนย์ one stop service เพื่อที่ประชาชนจะได้ไม่ต้องเดินทาง ไปไกลถึงตัวอำเภอหรือจังหวัด ซึ่งกรมการปกครองจะทำมากกว่านั้น บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการตรวจหลักเกณฑ์ต่างๆ เช่น รถยนต์ของกระทรวงพาณิชย์ หรือ หลักเกณฑ์ของกระทรวงการคลัง โดยจะมีเช็กลิสต์ ซึ่งแต่ละกระทรวงที่เกี่ยวข้อง จะมอบมาที่กรมการปกครอง และกรมฯ จะอำนวยความสะดวก โดยใช้เช็กลิสต์นี้ตรวจสอบ
นอกจากนี้ จะมีกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน นายอำเภอ ลงไปถึงบ้านแต่ละคน ไปดูสภาพจริงว่าเป็นอย่างไร เพื่อช่วยยืนยันให้กระทรวงคมนาคมได้เห็นว่าเป็นซากรถ เป็นรถที่ไม่สามารถใช้ได้ อาจเกี่ยวเนื่องกับการที่ไม่ได้ขอทะเบียน หรือแจ้งกรมกรมการขนส่งทางบก ว่ารถไม่ได้อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้แล้ว
อีกประเด็นที่ตนให้ความสำคัญคือ การที่ประชาชนถูกแอบอ้างชื่อ มีบัญชีถือหุ้นมีการรับโอนเงิน หรือเป็นกรรมการบริหารบริษัท ซึ่งบางทีเจ้าตัวไม่ทราบข้อมูลเหล่านี้ ก็จะไปดับเบิ้ลเช็กว่าบริษัทไหนเอาชื่อประชาชนไปใช้ และใช้โดยที่ประชาชนเซ็นยินยอมหรือไม่ ไม่ว่าจะเป็นการฟอกเงิน เป็นบัญชีม้า หรือเพื่อเป็นนอร์มินีให้ต่างชาติ กระทรวงมหาดไทยให้ความจริงจังในการตรวจสอบ
มื่อถามว่า ในการตรวจใหม่ ไม่น่าจะมีปัญหา สามารถเก็บตกได้หมดใช่หรือไม่ นายพลพีร์ กล่าวว่า เราไม่ได้มีกรอบว่าโครงการนี้มีประชาชนเข้าร่วมเท่าไหร่ เรามีความตั้งใจจริงว่าอยากจะสกรีนให้กับคนที่มีรายได้น้อย และต้องการให้รัฐบาลเข้าไปช่วยผ่านโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งคิดว่าหลังจากได้ข้อมูลทั่วประเทศ ก็จะส่งไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อคัดกรองอีกครั้ง คาดว่าวันนี้กระทรวงการคลัง คงแถลงความชัดเจน
เรื่องไทม์ไลน์ต่างๆ ว่า จะขอขยายเวลาไปจนถึงวันที่ 20 กันยายน เพื่อให้ประชาชนมีเวลาในการเตรียมหลักฐานต่างๆ ทั้งชื่อบริษัท ทะเบียนรถยนต์ บัญชีทรัพย์สินต่างๆที่ถืออยู่ เพื่อจะมายืนยันกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หลังจากนั้นกรมการปกครองจะส่งไปที่หน่วยงานราชการต่างๆ ซึ่งต้องให้เวลาในการทำงาน จึงต้องมีการขยายเวลาอย่างแน่นอน
เมื่อถามว่า แสดงว่ากระทรวงมหาดไทยจะสกรีนเบื้องต้นก่อน ที่จะส่งรายชื่อผู้ที่มีสิทธิ์จริงๆ ไปให้กระทรวงการคลัง นายพลพีร์ กล่าวว่า ตอนนี้ได้มีการประสานกับกระทรวงการคลังว่าขอรายชื่อได้หรือไม่ ว่าประชาชนที่ตกหล่นเป็นใคร แต่อาจจะไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องของการใช้ข้อมูล แต่ก็จะให้ฝ่ายปกครองลงไปเช็คในพื้นที่ ว่าบุคคลนั้นอยู่หรือไม่ หากไม่อยู่ย้ายไปอยู่ที่ไหนจะมีการประสานกัน ซึ่งประชาชนที่อยู่นอกภูมิลำเนา สามารถไปที่อำเภอไหนก็ได้ทั่วประเทศ ไม่จำเป็นว่าทำงานอยู่ที่สมุย แล้วต้องมาแสดงตัวที่นครราชสีมา อยู่ที่ไหนก็สามารถทำที่อำเภอนั้นได้เลย ส่วนประชาชนที่กรุงเทพฯ สามารถไปที่สำนักงานเขตได้เลย
เมื่อถามว่า การให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ลงไปตรวจสอบในพื้นที่ จะมั่นใจได้อย่างไรว่าจะไม่ตกหล่น เพราะที่ผ่านมามักจะมีเรื่องญาติเข้ามาเกี่ยวข้อง นายพลพีร์ กล่าวว่า เราเข้าใจ เป็นเรื่องของสภาวะของสังคม โดยตนได้เน้นกับอธิบดีกรมการปกครองว่าในการลงพื้นที่รีเช็คครั้งนี้ ให้ถ่ายภาพด้วยว่ารถทะเบียนนี้สภาพเป็นอย่างไร บ้าน 25 ตารางวาสภาพเป็นอย่างไร เกินหรือไม่เกิน หากมีบัญชีธนาคาร ให้ขอใบสเตทเม้นท์ ให้เก็บเป็นพยานหลักฐานทั้งหมด เราพยายามอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนให้ได้มากที่สุด เพราะวันนี้ประชาชนรอความช่วยเหลือ



