ข่าว

ผู้ประกันตนเฮลั่น! ครม.เคาะ “สูตร CARE” ปรับบำนาญชราภาพมิติใหม่

ผู้ประกันตนเฮลั่น! ครม.เคาะ “สูตร CARE” ปรับบำนาญชราภาพมิติใหม่

15 ก.ค. 2569

ผู้ประกันตนเฮลั่น! ครม.เคาะ “สูตร CARE” ปรับบำนาญชราภาพมิติใหม่ คิดฐานเงินเดือนทั้งชีวิต สร้างความเป็นธรรม สอดคล้องมาตรฐานสากล

วันที่ 14 กรกฎาคม 2569 เว็บไซต์ กระทรวงแรงงาน นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในวันนี้ มีมติเห็นชอบร่างกฎกระทรวงการจ่ายประโยชน์ทดแทนในกรณีชราภาพ พ.ศ. …. ตามที่กระทรวงแรงงานเสนอ ซึ่งเป็นการปรับปรุงหลักเกณฑ์การคำนวณเงินบำนาญและเงินบำเหน็จชราภาพของผู้ประกันตน เพื่อให้การได้รับสิทธิประโยชน์ที่มีความเป็นธรรม สอดคล้องกับการนำส่งเงินสมทบตลอดช่วงชีวิตการทำงาน และเสริมสร้างความมั่นคงอย่างยั่งยืนให้แก่กองทุนประกันสังคม

ผู้ประกันตนเฮลั่น! ครม.เคาะ “สูตร CARE” ปรับบำนาญชราภาพมิติใหม่

นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ร่างกฎกระทรวงดังกล่าวกำหนดให้มีผลใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนด 180 วัน นับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา โดยมีสาระสำคัญ คือ การปรับเปลี่ยนวิธีการคำนวณเงินบำนาญชราภาพจากเดิมที่ใช้สูตร Final Average Earnings (FAE) ซึ่งคำนวณจากค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย มาเป็นสูตร Career Average Revalued Earnings (CARE) ที่คำนวณจากค่าจ้างเฉลี่ยตลอดระยะเวลาการทำงาน พร้อมปรับมูลค่าค่าจ้างในอดีตให้เป็นมูลค่าปัจจุบันผ่านระบบคะแนนบำนาญ (Pension Points) เพื่อให้การคำนวณสะท้อนการส่งเงินสมทบของผู้ประกันตนได้อย่างเหมาะสมและเป็นธรรมยิ่งขึ้น

ผู้ประกันตนเฮลั่น! ครม.เคาะ “สูตร CARE” ปรับบำนาญชราภาพมิติใหม่

นอกจากนี้ ยังปรับหลักเกณฑ์การคำนวณเงินบำเหน็จชราภาพสำหรับผู้ประกันตนที่ส่งเงินสมทบไม่ครบ 180 เดือน ให้ได้รับเงินบำเหน็จเท่ากับจำนวนเงินสมทบของผู้ประกันตนและนายจ้าง พร้อมผลประโยชน์ตอบแทน แม้จะส่งเงินสมทบไม่ถึง 12 เดือนก็ตาม เพื่อให้ผู้ประกันตนได้รับสิทธิประโยชน์อย่างเหมาะสม

 

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวเพิ่มเติมว่า ร่างกฎกระทรวงดังกล่าว ได้กำหนดมาตรการรองรับในช่วงเปลี่ยนผ่าน เพื่อคุ้มครองสิทธิของผู้ประกันตน โดยผู้ที่ได้รับเงินบำนาญชราภาพอยู่ก่อนวันที่กฎหมายมีผลใช้บังคับ หากคำนวณตามสูตรใหม่แล้วได้รับเงินบำนาญเพิ่มขึ้น โดยจะได้รับเงินเพิ่มตั้งแต่เดือนถัดจากวันที่กฎหมายมีผลใช้บังคับ แต่หากคำนวณแล้วได้รับเงินลดลง จะยังคงได้รับเงินบำนาญในอัตราเดิม ขณะที่ผู้ประกันตนที่จะมีสิทธิรับบำนาญภายในระยะเวลา 5 ปี นับจากวันที่กฎหมายมีผลใช้บังคับ หากคำนวณตามสูตรใหม่แล้วได้รับเงินบำนาญลดลง จะได้รับเงินชดเชยส่วนต่างตามสัดส่วนที่กำหนด ตั้งแต่ร้อยละ 100 ในปีแรก และทยอยลดลงจนถึงร้อยละ 20 ในปีที่ห้า

 

“การปรับปรุงหลักเกณฑ์ครั้งนี้ จะทำให้ผู้ประกันตนทั้งมาตรา 33 และมาตรา 39 ได้รับการคำนวณเงินบำนาญที่สะท้อนการนำส่งเงินสมทบตลอดช่วงชีวิตการทำงานมากยิ่งขึ้น มีความเป็นธรรม สมดุล และสอดคล้องกับมาตรฐานสากลของหลายประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มประเทศ OECD ควบคู่กับการสร้างความยั่งยืนให้แก่กองทุนประกันสังคมในระยะยาว” นายจุลพันธ์ กล่าว