
อัปเดต "รถไฟไฮสปีด 3 สนามบิน" ส่อล่ม! "ซีพี" ยื่นคำขาดไม่แก้สัญญาขอยุติ
จับตาโครงการไฮสปีด 3 สนามบิน ไปต่อหรือพอแค่นี้? หลั' "ซีพี" ยอมรับหาแหล่งเงินทุนไม่ได้ ยื่นคำขาดหากรัฐไม่แก้สัญญา จำเป็นต้องยุติโครงการ
โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน (ดอนเมือง สุวรรณภูมิ อู่ตะเภา) กำลังเผชิญจุดเปลี่ยนสำคัญในปี 2569 โดยเมื่อปี 2561 (รัฐบาลพลเอกประยุทธ์) มีการลงนามร่วมลงทุนระหว่างการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กับบริษัทเอเชีย เอราวัน จำกัด (กลุ่มซีพี) แต่เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ทำให้มีผลกับออกหนังสือเริ่มงาน (NTP) ทำให้คู่สัญญาขอให้รัฐมีมาตรการเยียวยา และคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบการเยียวยาที่รวมถึงการแก้ไขสัญญาร่วมลงทุนเมื่อวันที่ 19 ต.ค.2564
การเจรจาแก้ไขสัญญาร่วมลงทุนดำเนินการต่อเนื่องตั้งแต่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ 2 มาถึงรัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน ต่อเนื่องถึงรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ที่ ครม.เห็นชอบหลักการแก้ไขสัญญาเมื่อวันที่ 11 ต.ค.2567 เมื่อถึงรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีระกูล ชุดที่ 1 มีจุดยื่นการแก้ไขสัญญาขัดหลักการ PPP จนกระทั่งรัฐบาลนายอนุทิน 2 ยังไม่ยุติปัญหาดังกล่าว
ล่าสุด นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง ผู้ว่าการ รฟท.กล่าวว่า การหารือร่วม 3 ฝ่าย ประกอบด้วย รฟท. สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หรือ EECO และเอกชนคู่สัญญา คือ บริษัท เอเชีย เอราวัน จำกัด (กลุ่มซีพี)
ทั้งนี้ ได้สรุปข้อเสนอรวม 2 ทางเลือก เพื่อเสนอให้คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) ที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ดังนี้
1.) แนวทางแก้ไขสัญญาเป็นไปตามมติ กพอ.เดิม ซึ่งหาก กพอ.เห็นชอบตามแนวทางนี้จะเดินหน้าโครงการตามเงื่อนไขที่ได้หารือไว้ และเป็นไปตามร่างสัญญาที่ทางอัยการสูงสุดตรวจสอบแล้ว โดยกระบวนการต่อไปจะนำเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ขออนุมัติแก้ไขหลักการ และไปสู่กระบวนการลงนามแก้ไขสัญญาร่วมทุนฉบับใหม่
2.) แนวทางสิ้นสุดสัญญา โดยกรณีนี้จะเกิดขึ้น หาก กพอ.พิจารณาแล้วเห็นว่าไม่สามารถแก้ไขสัญญาตามมติ กพอ.เดิมได้จะนำไปสู่กระบวนการพิจารณาเหตุแห่งการสิ้นสุดสัญญา ซึ่ง รฟท.และเอกชนคู่สัญญาต้องกลับมาพิจารณาข้อกฎหมาย
ปมปัญหาหลัก: แหล่งเงินทุนสะดุด
รวมทั้งศึกษาเงื่อนไขของสัญญาร่วมทุนอย่างละเอียดว่าการสิ้นสุดสัญญาจะเกิดขึ้นด้วยเหตุใด และแต่ละฝ่ายต้องมีภาระหน้าที่อย่างไรตามกฎหมายร่วมทุน (PPP) ที่ผ่านมามีการลงทุนส่วนใดไปบ้าง และฝ่ายใดต้องรับผิดชอบสิ่งใดบ้าง
“ผลการเจรจากับเอกชนยอมรับเอกชนคู่สัญญาหาแหล่งเงินทุนไม่ได้ เนื่องจากสถาบันการเงินขาดความเชื่อมั่นและมองโครงการมีความเสี่ยงสูงเกินไป ปัจจุบันเอกชนจึงยื่นเงื่อนไขว่าหากไม่แก้ไขสัญญาเดิม โครงการอาจเดินต่อไม่ได้เป็นเหตุต้องสิ้นสุดสัญญาร่วมทุน”
นายอนันต์ กล่าวว่า ผลจากการหารือร่วม 3 ฝ่ายนั้น รฟท.จะเสนอคณะกรรมการ รฟท.รับทราบเดือน ก.ค.นี้ จากนั้นจะเป็นกระบวนการเพื่อเตรียมเรื่องเสนอ กพอ.พิจารณา ซึ่งขั้นตอนเหล่านี้จะใช้เวลา 2 เดือน จึงคาดว่าจะเสนอ กพอ.ภายในเดือน ส.ค.นี้
ส่วนผลกระทบจากความล่าช้าของรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน หากต้องสิ้นสุดสัญญา รฟท.ประเมินแผนสำรองเพื่อไม่ให้กระทบบริการขนส่งทางรางเข้าพื้นที่ EEC โดยเตรียมหารือ สกพอ.ถึงแผนพัฒนาเมืองและความต้องการใช้ระบบขนส่งทางราง ซึ่ง รฟท.มีรถไฟทางคู่เข้า EEC และทำความเร็วสูงสุด 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ดังนั้นจะทำแผนเพิ่มความถี่และปรับขบวนรถไฟรองรับดีมานด์
“รถไฟความเร็วสูงจะเดินหน้าต่อหรือไม่ต้องรอผลพิจารณาจาก กพอ.โดยหากสิ้นสุดสัญญาร่วมทุนกับเอกชนรายเดิม การรถไฟฯ จะหารือ สกพอ.พิจารณาความจำเป็นของรถไฟความเร็วสูง เพราะสถานการณ์การลงทุนเปลี่ยนไปและ รฟท.มีรถไฟทางคู่พร้อมบริการ”
เล็งหาทางออก “แอร์พอร์ตเรลลิงค์”
นายอนันต์ กล่าวว่า หากข้อสรุปมีเหตุให้ต้องสิ้นสุดสัญญาร่วมทุนกับบริษัทเอเชีย เอราวัน จำกัด จะทำให้สัญญาบริหารรถไฟแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ที่จะสิ้นสุดเดือน ก.ย.2569 ต้องสิ้นสุดด้วยเพราะ รฟท.ต่อสัญญาไม่ได้กับบริษัท เอเชีย เอรา วัน ที่ไม่ได้เป็นคู่สัญญาร่วมลงทุน โดย รฟท.เร่งหาแนวทางบริหารงานเดินรถรถไฟแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ให้ต่อเนื่อง โดยยืนยันไม่ให้ส่งผลกระทบบริการประชาชน
ส่วนผลกระทบก่อสร้างโครงสร้างร่วมรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน สัญญา 4-1 ช่วงบางซื่อ-ดอนเมือง โดย รฟท.จะเสนอ ครม.แก้มติเดิม เพื่อแยกงานก่อสร้างมาดำเนินการเอง โดย รฟท.จะเปิดประกวดราคาและลงทุนก่อสร้างภายใต้สัญญาโครงการไฮสปีดไทยจีน ซึ่งได้ออกแบบโครงสร้างที่ไม่เกี่ยวเนื่องกับรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบินแล้ว
ดังนั้น จึงนำมาปรับปรุงและจะเปิดประมูลได้เร็วเพื่อไม่ให้กระทบภาพรวมรถไฟความเร็วสูงไทย-จีนที่กำลังก่อสร้างและจะเปิดปี 2574
5 เงื่อนไขยกเลิกสัญญา “ซีพี”
สำหรับเงื่อนไขของการบอกเลิกสัญญาที่ระบุไว้ในโครงการรถไฟเชื่อมสามสนามบิน ปัจจุบันยึดตามข้อกำหนดในสัญญาร่วมลงทุนที่ระบุไว้ 5 ส่วน คือ
1. เมื่อครบกำหนดอายุสัญญาสัมปทาน 50 ปี ก็จะสิ้นสุดสัญญา
2. ปัญหาการส่งมอบพื้นที่ไม่เรียบร้อย หรือการออกหนังสือแจ้งให้เริ่มงาน (NTP) ไม่ได้ ซึ่งตอนนี้ยังไม่เกิดขึ้น
3. เหตุสุดวิสัยที่ส่งผลต่อโครงการ
4. ความผิดที่เกิดขึ้นจากฝ่ายเอกชน หรือความผิดของฝ่ายภาครัฐ
5. การเปลี่ยนแปลงนโยบายของรัฐบาล
2 ทางออกสุดท้าย “แก้-ยกเลิกสัญญา”
นายจุฬา สุขมานพ เลขาธิการ สกพอ. เปิดเผยกับ “กรุงเทพธุรกิจ” โดยระบุว่า ก่อนหน้านี้คณะทำงาน 3 ฝ่ายร่วมหารือแก้ไขปัญหารถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน 4 แนวทาง ประกอบด้วย
1. เดินหน้าตามมติ กพอ.โดยแก้ไขสัญญาร่วมลงทุน
2. รัฐบาลให้ความช่วยเหลือจัดหาสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ
3. แยกงานก่อสร้างพื้นที่ทับซ้อนโครงการไฮสปีดไทยจีน สัญญา 4-1 บางซื่อ-ดอนเมือง ให้ รฟท.ดำเนินการ
4. สิ้นสุดสัญญาร่วมทุน
ทั้งนี้ ได้หารือร่วมกันต่อเนื่องและเอกชนคู่สัญญาหารือสถาบันการเงินหลายแห่งได้ข้อยุตินำกลับมาหารือร่วมกันวันที่ 24 มิ.ย.2569 มีเพียง 2 แนวทางที่เป็นไปได้เพื่อเสนอ กพอ.คือ แนวทางเดินหน้าตามมติ กพอ.แก้ไขสัญญาร่วมลงทุน และแนวทางสิ้นสุดสัญญา เนื่องจากเอกชนคู่สัญญาได้เจรจาสถาบันการเงินแล้วยืนยันว่าปล่อยกู้ไม่ได้
ส่วนกรณีหากสิ้นสุดสัญญาร่วมทุนและต้องมีฝ่ายใดเป็นผู้รับผิดชอบความเสียหาย หรือมูลค่าการเสียโอกาสจากโครงการนี้เบื้องต้น สกพอ.ต้องรอมติ กพอ.กำหนดแนวทางที่เหมาะสมของโครงการ หลังจากนั้นจะดูรายละเอียดสัญญาร่วมทุนที่กำหนดแต่ละฝ่ายรับผิดชอบส่วนใดบ้าง
ข้อมูล : กรุงเทพธุรกิจ



