ข่าว

ข่าวจริง! เกษตรกร มีที่นาเกิน 10 ไร่ อดรับสิทธิ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569

ข่าวจริง! เกษตรกร มีที่นาเกิน 10 ไร่ อดรับสิทธิ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569

07 มิ.ย. 2569

ดีอี แจงข่าวจริง! เกษตรกร มีที่นาเกิน 10 ไร่ อดรับสิทธิ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 เช็กคุณสมบัติ และไม่เข้าข่ายลักษณะต้องห้าม

นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน
 

ทั้งนี้ ในวันที่ 5 มิถุนายน 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 160,634 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 13,494 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 6,866 ข้อความ ตามมาด้วยช่องทาง Line Official 6,627 และข้อความจาก Website 1 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 39 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 10 เรื่องในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 8 เรื่อง ซึ่งเป็น ข่าวจริง 1 เรื่อง และข่าวปลอม 5 เรื่อง ได้แก่ 

 

  • อันดับที่ 1 ข่าวจริง เรื่อง เกษตรกร มีที่นาเกิน 10 ไร่ จะไม่ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการฯ 
  • อันดับที่ 2 ข่าวปลอม เรื่อง ในอดีต ภาคอีสาน เป็นส่วนหนึ่งของกัมพูชา 
  • อันดับที่ 3 ข่าวปลอม เรื่อง เมื่อ 3,000 ปีก่อน ประเทศไทยเป็นของประเทศอิสราเอล 
  • อันดับที่ 4 ข่าวปลอม เรื่อง เอาหูแนบหมอน แล้วได้ยินเสียงหัวใจเต้น เป็นสัญญาณเตือนโรคความดันโลหิตสูง 
  • อันดับที่ 5 ข่าวปลอม เรื่อง รถขนส่งน้ำแข็ง ลอบขนยาไอซ์ซุกถังน้ำแข็งตบตาเจ้าหน้าที่ บริเวณใกล้โรงพักช้างเผือก 
  • อันดับที่ 6 ข่าวปลอม เรื่อง TikTok user4146696014093 รับทำใบขับขี่เร่งด่วน ภายใต้การควบคุมของขนส่งฯ 
     

สำหรับอันดับ 1 เป็นข่าวจริง เรื่อง “เกษตรกร มีที่นาเกิน 10 ไร่ จะไม่ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการฯ” กระทรวงดีอี ได้ตรวจสอบร่วมกับ กลุ่มสารนิเทศการคลัง กระทรวงการคลัง ยืนยันเป็น “ข่าวจริง” โดยผู้มีสิทธิได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐต้องมีคุณสมบัติและไม่เข้าข่ายลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้ 

 

1. มีสัญชาติไทย และมีอายุตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป
2. ต้องไม่เป็นบุคคลในกลุ่มต่อไปนี้

  • ภิกษุ สามเณร นักพรต หรือผู้บวชในศาสนา
  • ผู้ต้องขัง ผู้ถูกกักกัน ผู้ต้องกักขัง หรือบุคคลที่อยู่ในสถานสงเคราะห์ของรัฐ
  • นักเรียนหรือนักศึกษา
  • ข้าราชการ พนักงานราชการ หรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
  • พนักงาน ลูกจ้าง หรือเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานของรัฐที่มีรายได้เกิน 100,000 บาทต่อปี
  • ผู้รับบำนาญ เบี้ยหวัด หรือบำเหน็จรายเดือนจากภาครัฐ
  • ผู้ถือหุ้น กรรมการบริษัท หรือหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วน
  • ผู้มีบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์หรือถือครองตราสารหนี้
  • ผู้มีกรมธรรม์ประกันชีวิตประเภทสามัญ และชำระเบี้ยประกันตั้งแต่ 12,000 บาทต่อปีขึ้นไป
  • ผู้ที่ถูกนำชื่อไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ในฐานะบิดา มารดา คู่สมรส หรือบุตร 

 

1. มีรายได้ หรือมีการจ่ายเงินให้แก่บุคคลใด รวมกันไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี
2. ไม่มีบัตรเครดิต
3. มีวงเงินสินเชื่อรวมทุกประเภทไม่เกิน 100,000 บาท
4. มีเงินฝากและสลากออมทรัพย์รวมกันไม่เกิน 100,000 บาท
5. ต้องไม่มีกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์เกินกว่าหลักเกณฑ์ที่กำหนด ดังนี้

  • ห้องชุด (คอนโดมิเนียม) ทุกแห่งรวมกัน มีพื้นที่ไม่เกิน 35 ตารางเมตร
  • บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ ห้องแถว และตึกแถว ทุกแห่งรวมกัน มีพื้นที่ไม่เกิน 25 ตารางวา
  • กรณีเป็นเกษตรกร มีที่ดินและที่อยู่อาศัยรวมกันไม่เกิน 10 ไร่
  • กรณีไม่ได้เป็นเกษตรกร มีที่ดินและที่อยู่อาศัยรวมกันไม่เกิน 1 ไร่ 

 

 

ข่าวจริง! เกษตรกร มีที่นาเกิน 10 ไร่ อดรับสิทธิ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569  

1. ไม่มีกรรมสิทธิ์ในรถยนต์หรือยานพาหนะอื่น ยกเว้น

  • รถจักรยานยนต์ที่มีความจุกระบอกสูบไม่เกิน 300 ซีซี
  • รถยนต์สามล้อ
  • รถยนต์สี่ล้อเล็กรับจ้าง
  • รถเพื่อการเกษตร

 

ทั้งนี้ สามารถถือครองยานพาหนะในกลุ่มที่ได้รับการยกเว้นได้ประเภทละไม่เกิน 1 คัน
 

อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด