
"ดีอี" ยัน! ไทยช่วยไทยพลัส ไม่ส่งข้อมูลแอปฯ ถุงเงินให้สรรพากรไล่บี้ภาษีย้อนหลัง
สยบข่าวลือพ่อค้าแม่ค้าโล่งใจได้ "ดีอี" ยัน! โครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ไม่ส่งข้อมูลแอปฯ ถุงเงินให้สรรพากรไล่บี้ภาษีย้อนหลัง
กลายเป็นประเด็นที่ทำเอาพ่อค้าแม่ค้ารายย่อยนั่งไม่ติดเก้าอี้ หลังมีกระแสข่าวลือสะพัดในโลกออนไลน์ว่า รัฐบาลเตรียมใช้ข้อมูลยอดขายจากแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” ในโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ส่งตรงให้กรมสรรพากรเพื่อใช้เป็นหลักฐานในการตามเช็กบิลเก็บภาษีย้อนหลังแบบเจาะจงรายร้าน จนทำให้ผู้ประกอบการหลายรายเกิดความกังวลใจและไม่กล้าเข้าร่วมโครงการ
ล่าสุด กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้ออกโรงชี้แจงถึงประเด็นดังกล่าว เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับพี่น้องประชาชน โดยทาง ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย ได้ทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงร่วมกับ สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี แล้ว ยืนยันว่ากระแสข่าวดังกล่าวเป็น “ข่าวจริง” รัฐบาลยืนยันชัดเจนว่าจะไม่มีการส่งข้อมูลรายได้หรือยอดขายจากแอปพลิเคชันถุงเงินในโครงการไทยช่วยไทยพลัส ไปให้กรมสรรพากรเพื่อนำไปใช้ไล่เบี้ยภาษีย้อนหลังแบบเจาะจงกลุ่มร้านค้าอย่างแน่นอน
ย้ำชัด! รายได้ถึงเกณฑ์ยังต้องยื่นภาษีตามกฎหมาย อย่างไรก็ตาม รัฐบาลได้ฝากเตือนและทำความเข้าใจเพิ่มเติมว่า การไม่ส่งข้อมูลแอปฯ ถุงเงินแบบเจาะจงนั้น ไม่ได้หมายความว่าร้านค้าจะหลุดพ้นจากภาระภาษีทั้งหมด โดยมีเงื่อนไขสำคัญที่ผู้ประกอบการต้องรับทราบ ดังนี้:
- ต้องยื่นภาษีตามปกติ: หากร้านค้ามีรายได้รวมจากทุกช่องทางตลอดทั้งปี (ไม่ใช่แค่ยอดจากโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40) ถึงเกณฑ์ขั้นต่ำที่กรมสรรพากรกำหนด ก็ยังคงมีหน้าที่ต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีตามกฎหมาย
- รายย่อยสบายใจได้: จากฐานข้อมูลพบว่า ร้านค้าส่วนใหญ่ที่เข้าร่วมโครงการเป็นกลุ่มผู้ประกอบการรายเล็กถึงรายย่อย ซึ่งหลายร้านมีรายได้รวมทั้งปีไม่ถึง 1.8 ล้านบาท จึงไม่ต้องกังวลในเรื่องของภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)
ขณะเดียวกัน กรมประชาสัมพันธ์ ได้เปิดเผยตัวเลขความคืบหน้าของโครงการไทยช่วยไทยพลัส พบว่ากระแสตอบรับยังคงคึกคัก โดยมีรายละเอียดตัวเลขร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการดังนี้
ประเภทกลุ่มร้านค้าจำนวนร้านค้า (ราย)
- ร้านค้าเดิมที่อยู่ในระบบ781,567
- ร้านค้าใหม่ที่เพิ่งลงทะเบียน71,437
- รวมร้านค้าที่ลงทะเบียนเสร็จสิ้น853,004
หมายเหตุ: ในจำนวนนี้มีร้านค้าที่เคลื่อนไหวและสร้างยอดขายในระบบแล้วสูงถึง 418,844 ร้าน
การออกมาการันตีจากหน่วยงานภาครัฐในครั้งนี้ น่าจะช่วยลดความหวาดระแวงและปลดล็อกความกังวลใจให้พ่อค้าแม่ค้าทั่วประเทศ สามารถค้าขายผ่านโครงการได้อย่างสบายใจไร้กังวลเรื่องภาษีย้อนหลัง



