
ปลัดคลัง ปลื้ม ยอดลงทะเบียน "ไทยช่วยไทยพลัส" วันแรกพุ่ง 23 ล้านคน
ปลัดคลัง ปลื้ม ยอดลงทะเบียน "ไทยช่วยไทยพลัส" วันแรกพุ่ง 23 ล้านคน เผย เตรียมระบบให้รองรับได้ถึง 300,000 รายการต่อวินาที เพิ่มจากครั้งก่อน ที่รองรับได้ 100,000 รายการ
วันที่ 25 พ.ค.2569 นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยภาพรวมการลงทะเบียนโครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส" ซึ่งเริ่มเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 25 พ.ค.2569 เวลา 06.00 น. โดยพบว่า ในช่วง 2 ชั่วโมงแรก มีผู้ให้ความสนใจลงทะเบียนเป็นจำนวนมาก โดย 30 นาทีแรกมียอดลงทะเบียนสูงถึง 10 ล้านคน และเมื่อเวลา 14.00 น. ที่ผ่านมา ยอดรวมอยู่ที่ 23,200,000 คน
โครงการครั้งนี้ ได้เตรียมระบบให้รองรับได้ถึง 300,000 รายการต่อวินาที ซึ่งเพิ่มขึ้นจากครั้งก่อนที่รองรับได้ 100,000 รายการ และยังมีแผนสำรองในการขยายระบบให้รองรับได้สูงสุดถึง 700,000 รายการต่อวินาที ซึ่งในช่วงเช้าได้มีการขยายขีดความสามารถไปถึงระดับสูงสุดดังกล่าวแล้ว ทำให้ระบบที่อาจมีอาการหน่วงในช่วงแรกกลับมาใช้งานได้ตามปกติและผ่านพ้นไปด้วยดี
โดยนายลวรณ เชื่อมั่นว่า เป้าหมาย 30 ล้านสิทธิ์ นั้นเพียงพอ เนื่องจากประชากรไทยที่มีอายุเกิน 18 ปีมีประมาณ 53 ล้านคน เมื่อรวมโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและโครงการนี้เข้าด้วยกันจะครอบคลุมคนถึง 43 ล้านคน ส่วนอีก 10 ล้านคนที่เหลือมักเป็นกลุ่มที่ไม่เข้าร่วมโครงการรัฐอยู่แล้ว ประกอบกับสถิติโครงการลักษณะนี้ในอดีตมียอดสูงสุดที่ 28 ล้านคน
ส่วนประเด็นข้อสงสัยเรื่องความล่าช้าในการตรวจสอบคุณสมบัติ ยืนยันว่า ผู้ที่ไม่เคยเข้าร่วมโครงการและต้องรอผลตรวจสอบ 3 วัน สิทธิ์จะถูกนับรวมไปในยอดลงทะเบียนตั้งแต่วันแรกแล้ว หากตรวจสอบผ่านก็จะได้รับสิทธิ์ทันที ไม่มีการถูกตัดสิทธิ์เพราะเต็มก่อนอย่างแน่นอน โดยโครงการจะเปิดรับลงทะเบียนไปจนถึงวันที่ 30 กันยายนนี้ แต่คาดว่ายอดจะเริ่มนิ่งหลังจากผ่านช่วงวันแรกไป
นอกจากนี้ ยังได้ฝากประชาสัมพันธ์ถึงกลุ่มร้านค้าเดิม ประมาณ 1 ล้านราย ว่าจะต้องเข้ามายืนยันตัวตนในระบบอีกครั้ง ซึ่งขณะนี้มียืนยันแล้วประมาณ 400,000 ร้านค้า ยังเหลืออีกกว่า 500,000 ร้านค้า ที่ต้องดำเนินการ / ส่วนร้านค้าใหม่สามารถติดต่อสมัครได้ที่สาขาธนาคารกรุงไทยเพื่อเตรียมความพร้อมเริ่มโครงการในวันที่ 1 มิ.ย.2569 นี้
อย่างไรก็ดี ในแอปพลิเคชัน "ถุงเงิน" รอบนี้จะมีการนำระบบ AI มาช่วยในการบริหารจัดการข้อมูล ปรับปรุงต้นทุน และทำบัญชีอย่างง่าย เพื่อช่วยให้ร้านค้าเข้าถึงสินเชื่อในระบบได้ง่ายขึ้นในอนาคต
ส่วนการจ่ายเงินให้แก่ร้านค้าว่าระบบการจ่ายเงินจะยังคงเป็นไปตามเดิมเหมือนโครงการที่ผ่านมา โดยร้านค้าในโครงการสามารถรับเงินผ่านแอปพลิเคชัน "ถุงเงิน" โดยยอดขายจะถูกแบ่งโอนเข้าบัญชีธนาคารกรุงไทยที่ผูกไว้ในวันถัดไป โดยแยกเป็น 2 ส่วน ดังนี้ เงินส่วนของประชาชน ยอดเงินที่ลูกค้าสแกนจ่ายผ่าน G-Wallet จะโอนเข้าบัญชีร้านค้าในช่วงเช้ามืด (ตั้งแต่ 02.00 น. เป็นต้นไป) ของวันถัดไป / และเงินสมทบจากภาครัฐ ยอดเงินส่วนรัฐช่วยจ่ายจะโอนเข้าบัญชีร้านค้าในช่วงเย็น (ตั้งแต่ 17.30 น. เป็นต้นไป) ของวันถัดไป
ดังนั้น จึงขอให้ร้านค้ามั่นใจและไม่ต้องกังวลในส่วนนี้ ซึ่งเชื่อว่าโครงการนี้จะช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพและช่วยให้ประชาชนก้าวข้ามวิกฤตพลังงานไปได้



