
สอบเข้ม! "ทุเรียนลม" หลุดไปตลาดจีน สั่งฟันเด็ดขาด หากพบล้งสวมสิทธิ์
กรมวิชาการเกษตร สั่งเจ้าหน้าที่ ลงพื้นที่ตรวจสอบด่วน หลังมีกระแสข่าว "ทุเรียนลม" หลุดไปถึงตลาดกว่างโจว อธิบดีฯ ลั่นเตรียมดำเนินคดีเด็ดขาดหากพบล้งสวมสิทธิ์ GAP
วันที่ 16 พ.ค.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่มีผู้ใช้เฟซบุ๊กโพสต์ข้อความและภาพร้องเรียนว่า ผู้ค้าทุเรียนปลายทางที่เมืองกว่างโจว ประเทศจีน ซื้อทุเรียนยี่ห้อหนึ่งจำนวน 60 ลัง (ลังละ 6 ลูก) ในราคา 790 หยวน (ประมาณ 237,000 บาท) แต่กลับพบว่าทุเรียนไม่ได้คุณภาพ หนามช้ำและเนื้อมีรอยกระแทกสีน้ำตาล ซึ่งมีลักษณะคล้าย "ทุเรียนลม" (ทุเรียนร่วงหล่นจากต้น) โดยระบุที่มาการส่งออกว่าเป็นวันที่ 26 เมษายน 2569 จากล้งแห่งหนึ่งใน อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี นั้น
ล่าสุด กรมวิชาการเกษตร กางปีกป้องมาตรฐานทุเรียนไทย
โดยทันทีที่ทราบเรื่อง นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร ได้สั่งการด่วนให้เจ้าหน้าที่กรมวิชาการเกษตรในพื้นที่ ลงไปตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียดที่โรงคัดบรรจุ (ล้ง) ดังกล่าว เพื่อหาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษและดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด พร้อมทั้งสั่งให้บริษัทชิปปิ้งและผู้ส่งออกที่เกี่ยวข้องเข้ามาชี้แจงข้อเท็จจริงทันที
ท่านอธิบดีฯ ยังได้เน้นย้ำถึงภาพรวมมาตรฐานทุเรียนไทยในฤดูกาลนี้ว่า ขอให้พี่น้องเกษตรกรและผู้บริโภคมั่นใจ เพราะจากสถิติ เราส่งออกไปแล้วกว่า 4.5 แสนตัน (หรือประมาณ 168 ล้านลูก) พบปัญหาที่ถูกอ้างถึงเพียง 30 ลูกเท่านั้น ที่สำคัญคือตลอดฤดูกาลนี้ ทางสำนักงานศุลกากรแห่งชาติจีน (GACC) ยังไม่เคยมีหนังสือแจ้งเตือนการตรวจพบปัญหาทุเรียนอ่อน, สาร BY2 หรือพบหนอนเจาะผลทุเรียนเลยแม้แต่ลูกเดียว ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่ามาตรการคุมเข้มของกรมวิชาการเกษตรยังคงมีประสิทธิภาพสูง
จากการตรวจสอบข้อมูลไปยังต้นทางแปลงปลูกที่ถูกระบุไว้บนกล่อง พบว่าเป็นสวนของ "นายคนัง" เกษตรกรในพื้นที่ ต.เขาแก้ว อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี ซึ่งทางเจ้าของสวนออกมายืนยันหนักแน่นว่า "ไม่เคยมีพายุเข้าสวน และไม่มีทุเรียนลมไปขายแน่นอน" นายคนัง ระบุว่า ได้ตัดทุเรียนขายไปเมื่อวันที่ 18 เมษายน 2569 จำนวน 1.5 ตัน โดยผ่านการตรวจเปอร์เซ็นต์น้ำหนักเนื้อแห้งจาก สนง.เกษตรอำเภอแก่งหางแมว ได้สูงถึง 34% และ 36% (ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน) แต่ในวันที่มีคนมารับซื้อถึงสวน ได้มีการขอสำเนาใบ GAP ของสวนไปโดยอ้างว่าไม่ต้องลงรายละเอียดการซื้อขาย ซึ่งขณะนี้ นายคนัง ได้เดินทางไปลงบันทึกประจำวันกับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว เพื่อเป็นหลักฐานว่าสวนของตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับทุเรียนลมล็อตดังกล่าว
การทำงานเชิงรุกของ กรมวิชาการเกษตร ในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความเอาจริงเอาจังในการปกป้องชื่อเสียงของ "ทุเรียนไทย" หากตรวจสอบพบว่าล้งมีการสวมสิทธิ์ใบ GAP หรือเจตนาส่งออกทุเรียนด้อยคุณภาพจริง กรมฯ จะบังคับใช้กฎหมายขั้นเด็ดขาด เพื่อไม่ให้ปลาเน่าตัวเดียวเหม็นไปทั้งเข่ง และรักษาความเชื่อมั่นของตลาดต่างประเทศต่อไป!
ด้านสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) ได้ประกาศใช้ "มาตรฐานบังคับ" เรื่อง หลักปฏิบัติในการตรวจและรับผลทุเรียนสำหรับโรงรวบรวมและโรงคัดบรรจุ (มกษ. 9070-2566) เพื่อควบคุมคุณภาพและสกัดกั้นทุเรียนอ่อนหรือทุเรียนด้อยคุณภาพอย่างเด็ดขาด
จากกรณีทุเรียนลมดังกล่าว อธิบดีกรมวิชาการเกษตร ได้ประสานงานด่วนไปยัง มกอช. ให้เร่งดำเนินการตรวจสอบล้งที่ขึ้นทะเบียนตามมาตรฐานบังคับนี้แล้ว โดยต่อไปนี้ มกอช. จะใช้อำนาจทางกฎหมายภายใต้ พระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าเกษตร พ.ศ. 2551 เข้าตรวจสอบและสั่งการล้งอย่างเข้มงวด หากพบว่าล้งใดฝ่าฝืน ไม่ปฏิบัติตามเกณฑ์มาตรฐานบังคับ จะมีโทษตามกฎหมายขั้นเด็ดขาด ทั้งโทษจำคุกและโทษปรับ รวมถึงการพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตทันที
การบูรณาการความร่วมมือแบบไร้รอยต่อระหว่าง กรมวิชาการเกษตร และ มกอช. ในครั้งนี้ ถือเป็นการส่งสัญญาณเตือนภัยขั้นสูงสุดไปยังผู้ประกอบการที่คิดจะเอาเปรียบผู้บริโภค ว่าภาครัฐพร้อมดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด เพื่อปกป้องเศรษฐกิจของชาติและรักษาผลประโยชน์ของชาวสวนทุเรียนไทยให้ก้าวต่อไปได้อย่างยั่งยืน



