
ศุกร์นี้ห้ามพลาด! สินค้า 15 รายการลดสูงสุด 58% ผ่านโครงการไทยช่วยไทย 946 จุดทั่วไทย
รัฐบาลส่งแคมเปญ "ไทยช่วยไทย" ลดราคาพิเศษเฉพาะวันศุกร์ เพิ่มความสะดวกผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ Shopee, Lazada และ TikTok ในราคาเดียวกับหน้าร้าน
8 พ.ค. 2569 นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายเดินหน้าบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชนอย่างต่อเนื่อง ผ่านโครงการ “ไทยช่วยไทย ลดภาระค่าครองชีพ” โดยบูรณาการความร่วมมือระหว่างกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงมหาดไทย บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ห้างค้าส่งค้าปลีก ผู้ประกอบการ และแพลตฟอร์มออนไลน์ เพื่อกระจายสินค้าจำเป็นราคาประหยัดให้เข้าถึงประชาชนทั่วประเทศอย่างครอบคลุม
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวลตั้งเป้าช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนไม่น้อยกว่า 280 ล้านบาทต่อเดือน ท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยใช้กลไกความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในการนำสินค้าอุปโภคบริโภคมาจำหน่ายในราคาต่ำกว่าท้องตลาด พร้อมเพิ่มช่องทางจำหน่ายให้ผู้ประกอบการรายย่อย SMEs สินค้าชุมชน และสินค้า OTOP โดยไม่กระทบต่อกลไกตลาดเดิม
ทั้งนี้ ประชาชนสามารถเลือกซื้อสินค้าราคาประหยัดได้ทุกวันศุกร์ ณ ที่ว่าการอำเภอทั่วประเทศ ภายใต้โครงการ “ไทยช่วยไทย ลดภาระค่าครองชีพ”
โดยในวันศุกร์ที่ 9 พ.ค. 2569 นี้ รัฐบาลได้ร่วมมือกับห้างค้าส่งค้าปลีกและผู้ผลิตสินค้า นำสินค้าเฮ้าส์แบรนด์ แบรนด์รอง และสินค้าจำเป็นในชีวิตประจำวันมาลดราคาสูงสุด 25–58% เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพให้ประชาชน
นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังร่วมกับไปรษณีย์ไทยขยายจุดจำหน่ายสินค้าราคาประหยัดทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น 946 จุด เพื่อให้ตั้งเป้าให้ประชาชนกว่า 4 ล้านคนได้รับประโยชน์จากโครงการดังกล่าว
ขณะเดียวกัน ที่ทำการไปรษณีย์ ยังทำหน้าที่เป็นศูนย์กระจายสินค้า (Distribution Center : DC) เชื่อมโยงการจำหน่ายทั้งค้าปลีก ค้าส่ง และกระจายผ่านรถเร่หรือรถพุ่มพวง ครอบคลุมกว่า 1,000 ตลาดท้องถิ่นทั่วประเทศ เพื่อให้สินค้าราคาประหยัดเข้าถึงประชาชนได้อย่างทั่วถึง
สำหรับสินค้าที่เข้าร่วมโครงการ มีจำนวน 15 รายการ จากผู้ประกอบการ 12 ราย ครอบคลุมสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน อาทิ น้ำมันปาล์มตราดอกไม้ ซอสหอยนางรมตราเด็กสมบูรณ์ ผงชูรสตราภูเขา หอยลายกระป๋องตราปุ้มปุ้ย ข้าวหอมปทุมบรรจุถุงขนาด 5 กิโลกรัม ผงซักฟอกตรา Dakko Plus น้ำปลาตราปลาหมึก ปลากระป๋องตรา Super C Chef บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปรสต้มยำกุ้งบิ๊กแพค น้ำยาทำความสะอาดพื้นตรามาจิคลีน น้ำยาล้างจานตราซันไลต์ รวมถึงแชมพูและครีมนวดผมตราซันซิล โดยจำหน่ายในราคาลดลงสูงสุด 25–58% เมื่อเทียบกับราคาท้องตลาด
นอกจากจุดจำหน่าย ณ ที่ว่าการอำเภอและไปรษณีย์ไทยแล้ว ประชาชนยังสามารถเลือกซื้อสินค้าไทยช่วยไทยผ่านห้างค้าส่งค้าปลีกชั้นนำ อาทิ แม็คโคร โลตัส บิ๊กซี ท็อปส์ โก โฮลเซลล์ ฟู้ดแลนด์ เดอะมอลล์ และเซเว่นอีเลฟเว่น รวมถึงห้างค้าปลีกท้องถิ่นกว่า 800 สาขาทั่วประเทศ และแพลตฟอร์มออนไลน์ เช่น Shopee, Lazada, TikTok, Grab และ Lineman ซึ่งจำหน่ายในราคาเดียวกับหน้าร้าน เพื่อเพิ่มความสะดวกให้ประชาชนมากยิ่งขึ้น
“สิ่งที่ประชาชนจะได้รับ คือ การเข้าถึงสินค้าจำเป็นในราคาประหยัด ลดภาระค่าครองชีพในชีวิตประจำวัน ขณะเดียวกันยังช่วยสร้างรายได้และเพิ่มโอกาสทางการตลาดให้ผู้ประกอบการรายย่อย สินค้าชุมชน และ SMEs ซึ่งรัฐบาลจะเดินหน้าดูแลเศรษฐกิจฐานรากและคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนอย่างต่อเนื่อง” นางสาวลลิดา กล่าว



