
สีหศักดิ์ เยือน เมียนมา เล็ง เปิดด่าน "เมียวดี-แม่สอด" ฟื้นมูลค้าการค้าชายแดน
“สีหศักดิ์” สรุปผลเยือน "เมียนมา" เล็งเปิดด่านชายแดน "เมียวดี-แม่สอด" ฟื้นมูลค้าการค้าไทย-เมียนมา ย้ำ เป็นการพูดคุยเพื่อผลประโยชน์ของประเทศไทย
นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยภายหลังเสร็จสิ้นการเดินทางเยือนเมียนมาอย่างเป็นทางการ เพื่อเข้าแสดงความยินดี ที่เมียนมาจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ระหว่างวันที่ 21-22 เมษายนที่ผ่านมาว่า
ได้มีการพบกับผู้นำคนสำคัญของฝ่ายเมียนมา ตั้งแต่ พลเอกอาวุโส มิน ออง ไลง์ ประธานาธิบดีเมียนมา รองประธานาธิบดี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศคนใหม่ ซึ่งได้มีการพูดคุยกันหลายเรื่อง อาทิ ความสัมพันธ์ทวิภาคี ความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศ และเรื่องความมั่นคงชายแดน เนื่องจากไทยและเมียนมา มีชายแดนร่วมกัน 2,400 กิโลเมตร ซึ่งการค้าชายแดนที่ผ่านมาที่เมียวดี-แม่สอด ได้หยุดชะงักไปเนื่องจากมีการปิดด่าน แต่ได้ทราบในการระหว่างมาเยือนครั้งนี้ว่า จะมีการเปิดด่านหลักที่แม่สอดในเร็ว ๆ นี้ ซึ่งถ้าเปิดได้ ก็จะเป็นการส่งเสริมการค้าชายแดน ซึ่งคิดเป็น 80% ของมูลค่าการค้าทั้งหมดระหว่างไทย-เมียนมา
ส่วนเรื่องการค้า-การลงทุน นายสีหศักดิ์ เปิดเผยว่า การเยือนครั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศ ได้เชิญภาคเอกชนไทย ที่มีความเชี่ยวชาญ หลายสาขา ทั้งการเกษตร วัสดุก่อสร้าง ภาคบริการ ธนาคาร โรงพยาบาล มาร่วมหารือกับรองประธานาธิบดีเมียนมา โดยทางฝ่ายไทยเชื่อว่า เมื่อเมียนมามีรัฐบาลใหม่ ก็จะมีการเดินหน้าพัฒนาเศรษฐกิจ
โดยไทยย้ำว่า อยากจะเป็นหุ้นส่วน เพื่อการพัฒนาและพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือด้านต่าง ๆ ซึ่งภาคเอกชนไทย มีความสนใจลงทุนในเมียนมาแน่นอน และมีโอกาสในเมียนมาสูง พร้อมยืนยันว่า ฝ่ายไทยต้องการช่วยเหลือเมียนมาในการพัฒนาเศรษฐกิจ เพราะหากประชาชนมีความกินดีอยู่ดี จะทำให้เศรษฐกิจเข้มแข็งและเป็นผลประโยชน์ต่อประเทศไทยด้วย และเสนอให้ความช่วยเหลือผ่าน กรมพัฒนาความร่วมมือของกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งมีแผนการในการให้ความช่วยเหลือทั้งในเรื่องสาธารณสุข เรื่องการเกษตร การศึกษา สิ่งแวดล้อมการส่งเสริมผู้ประกอบการรายย่อย หรือ SMEs
นายสีหศักดิ์ ยังเปิดเผยว่า ได้หารือกับฝ่ายเมียนมาถึงความร่วมมือในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ เพราะการปราบปรามขบวนการสแกมเมอร์ทั้งหลายมีความจำเป็น เพราะมีคนถูกบังคับทำงานมากมาย และปีที่แล้วมีการส่งเหยื่อแรงงานกลับกว่า 13,000 คน ซึ่งขบวนการสแกมเมอร์อยู่ได้ เพราะประเทศไร้มนุษยธรรม พร้อมฝากถึงประเทศกัมพูชาขอให้ความสำคัญในเรื่องนี้ด้วย
มีหลายเสียงแสดงความกังวลในการเยือนเมียนมาครั้งนี้ ว่ามีความเสี่ยงทำให้ไทยอาจถูกครหาเรื่องการสนับสนุนรัฐบาลชุดใหม่ของเมียนมา นายสีหศักดิ์ ชี้แจงว่า การเยือนในครั้งนี้ เพื่อผลประโยชน์ของประเทศไทย ซึ่งผลประโยชน์ด้านความมั่นคงชายแดนรอคอยไม่ได้ และการมาพูดคุยในครั้งนี้ ไทยสนับสนุนให้เมียนมาเดินหน้าในกระบวนการสันติภาพ ซึ่งต้องยอมรับว่า เมียนมาจัดการเลือกตั้งแล้ว และหวังว่าการจัดการเลือกตั้งจะเป็นการเปลี่ยนผ่านที่สำคัญ พร้อมทั้งเรียกร้องให้เมียนมาเดินหน้ากระบวนการพูดคุยเพื่อสันติภาพ ถือเป็นความปรารถนาดี และต้องอยู่ในโลกของความจริง มองไปข้างหน้าความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจระหว่างไทยกับเมียนมาด้วย



