
สมาพันธ์ขนส่งทางบกฯ ปรับขึ้นราคาภาคขนส่งแบบขั้นบันไดเริ่ม 10%
สมาพันธ์ขนส่งทางบกฯ มีมติปรับขึ้นราคาภาคขนส่งแบบขั้นบันได เริ่ม 10% มีผล 1 เม.ย.นี้ พร้อมหลั่งน้ำตา ตัดพ้อไม่ได้จะซ้ำเติมประชาชนแต่ต้องทำเพื่อให้อยู่รอด
นายทองอยู่ คงขันธ์ ประธานสมาพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย ให้สัมภาษณ์ถึงผลการประชุมร่วมกับสมาชิกฯ เพื่อออกมาตรการภาคขนส่งหลังมีการปรับขึ้นราคาน้ำมัน ว่า สหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย มีมติและมีความจำเป็นต้องปรับอัตราการขนส่งขึ้น เพราะอั้นราคาน้ำมันไม่ไหว โดยเหตุผลที่ต้องปรับเพราะต้นทุนน้ำมันเป็นต้นทุนหลัก 45-50% ซึ่งจะปรับแบบขึ้นบันไดจากรถ 6-7 ประเภท และการปรับไม่ใช่ขั้นบันไดแบบราชการ ที่ทำให้ประชาชนรู้สึกผิดหวัง โดยบันไดขึ้นแรกจะปรับอัตราค่าขนส่งขึ้น 10% บันไดขั้นที่ 2 จะปรับขึ้น15% และบันไดขึ้นที่ 3 คือ 20-30% เพราะน้ำมันที่ราคาขึ้นทุกๆ 1 บาท จะทำให้ต้นทุนโลจิติกส์ทั้งระบบเพิ่มขึ้น 3-5%
ซึ่งจะมีการปรับอัตราค่าขนส่งทั้งระบบตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. เป็นต้นไป ทั้งนี้จะปรับแค่ไหนอย่างไร ผู้ประกอบการขนส่งจะต้องไปคุยในรายละเอียดในแต่ละสัญญาด้วย และการปรับราคาดังกล่าวไม่ได้เป็นการผลักภาระ เพราะแนวทางขั้นบันได ไม่ต้องการปรับขึ้นสูงทันที แต่ทางสมาพันธ์ฯ มีระบบขั้นตอนในการคำนวนต้นทุนราคา และยืนยันว่า หากน้ำมันปรับลดราคาลง ค่าขนส่งก็จะปรับตัวลงเช่นกัน แค่ถ้าน้ำมันขึ้นก็ต้องขึ้น
ทั้งนี้ ทราบว่า มติครม.มีแนวทางช่วยเหลือภาคขนส่งอยู่ แต่ยังไม่ได้พูดคุยเรื่องเงื่อนไข จึงอยากรู้ว่ารัฐบาลจะช่วยแบบไหนตรงจุดหรือไม่ โดยหลังจากนี้จะมีการเสนอแนะแนวทางกับกรมการขนส่งทางบกเพิ่มเติม เพื่อให้เราอยู่ได้และอยู่รอด ซึ่งประเด็นหลักๆ เร่งด่วนคือ รัฐบาลต้องห้ามจำกัดโควต้า ต้องมีน้ำมันทุกปั๊ม ห้ามน้ำมันหมด เพราะรถทางไกล ถ้าไม่มีน้ำมันวิ่งไม่ถึง
ระหว่างสัมภาษณ์ นายทองอยู่ หลั่งน้ำตา ยืนยันว่า เราไม่ได้ต้องการซ้ำเติม แต่ถ้าไม่ทำก็อยู่ไม่ได้ เราทำเพื่อให้อยู่ได้และอยู่รอดในสถานการณ์ปัจจุบัน ถ้าเมื่อขึ้นราคามันคงกระทบเป็นโดมิโน่ และจะกระทบกับคนรากหญ้าก่อน ทำให้ตนเองทำใจยาก ไม่อยากซ้ำเติม แต่ถ้าไม่ทำอะไรเลยเราก็อยู่ไม่ได้เช่นกัน เพราะถ้าภาคขนส่งขึ้นราคา จะกระทบในการขึ้นสินค้าอุปโภคบริโภคขึ้นแน่นอน
ตนเองจึงอยาก ขอโทษประชาชน หนักใจแต่ต้องทำ เราไม่ได้ผลักภาระแบบรัฐบาลจริงๆ และเราทุกคนอยากอยู่ได้ การขนส่งทางถนน เป็นซัพพลายเชน และเป็นห่วงโซ่ของระบบโลจิสติกทางถนน ที่จะหล่อเลี้ยงคนทั้งประเทศ อย่าให้เราล้มหรือถูกเทคโอเว่อร์จากคนต่างชาติเลย
นายทองอยู่ ยังฝากถึงรัฐบาลด้วยว่า ไอโม่งที่มีการเปิดประเด็นขึ้นมา เป็นหน้าที่ของรัฐบาลและประชาชนทั้งประเทศรวมถึงสื่อมวลชน ที่ต้องไปดู เพราะมีนักวิชาการท่านหนึ่งบอกว่า 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา มีไอโม่งได้เงินจากระบบไม่น้อยกว่า 16,000 ล้านบาท
ส่วนค่าน้ำมันจะขึ้นไปถึง 70 บาทหรือไม่ ตนมองว่าไม่มั่นใจเพราะมีทั้งการตัดสินใจของรัฐบาล และการสื่อสารต่างๆ แต่ยืนยันว่าสมาพันธ์ฯจะประชุมทุกครั้งเมื่อมีผลกระทบกับระบบโลจิสติกและห่วงโซ่การขนส่งแน่นอน และสิ่งที่ฝากไว้คือท่านต้องไปดู มันมีคนได้ประโยชน์แน่นอน และรัฐบาลต้องมีความกล้าในการตัดสินใจแก้ปัญหาโครงสร้างพลังงานทั้งระบบ เพราะมีคนได้ประโยชน์มีผลประโยชน์ทับซ้อนแน่นอน ไม่งั้นรัฐบาลจะลำบากและจะเกิดวิกฤตศรัทธาจากประชาชน เพราะน้ำมันเป็นสิ่งจำเป็นกับชีวิตคน



