
เเม่ค้าปากน้ำ ร้องรัฐบาลแก้วิกฤตน้ำมันหลังอาหารทะเลปรับราคา
เเม่ค้าปากน้ำ เรียกร้องให้รัฐเร่งหาทางแก้ไขปัญหาน้ำมันอย่างเร่งด่วน กระทบห่วงโซ่อาหารทะเล ปรับราคา ปูม้าเนื้อโลละ 850 บาท
สถานการณ์น้ำมันที่ขาดเเคลน เเละ ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบโดยตรงต่อ อาหารทะเลในไทย ตั้งเเต่กลางเดือนมีนาคม 2569 ทำให้ต้นทุนการผลิตพุ่งสูงขึ้นจนราคาขายสินค้าหน้าร้านขยับตัวตาม ปริมาณสัตว์น้ำที่เข้าสู่ตลาดน้อยลงสวนทางกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ราคาขายขยับตัวสูงขึ้นเกือบทุกชนิด เช่น ปูม้าเนื้อ ไซส์ใหญ่ ราคาพุ่งสูงถึง 850 บาทต่อกิโลกรัม ส่วนปูไข่ กิโลละ 550 ไปจนถึง 950 บาท
เเม่ค้าในตลาดสดปากน้ำ เมืองสมุทรปราการ เปิดเผยว่า ตอนนี้สินค้าอาหารทะเลน้อยลง อย่างเช่น กุ้งทะเล ที่ปกติจะมีมาก เเละราคาก็จะสูงขึ้น เพราะเรือประมงจอด เนื่องจากหาน้ำมันเติมไม่ได้ ทำให้ชาวประมงไม่ได้ออกเรือ ประกอบกับคนซื้อลดน้อยลง เเม่ค้าวางเเผนรับสินค้ามาขายน้อยลง เพราะหากรับมาเยอะขายไม่หมดขาดทุน โดยอยากให้รัฐบาลเร่งช่วยเเก้ปัญหาให้ได้โดยเร็ว
เช่นเดียวกับเเม่ค้าขาย “ปลาเเซลม่อน ” เป็นอีกสินค้านำเข้าที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง การนำเข้าได้น้อยลงต้นทุนขนส่งเพิ่มขึ้น ทำให้ราคาขายปรับขึ้นราคา ส่งผลให้เเม่ค้าที่นำไปเเร่ขาย เเละร้านอาหารญี่ปุ่น เเบกรับต้นทุน เเละต้องปรับราคาอาหารขึ้น
เเม่ค้าอาหารทะเลอีกราย เล่าว่า ผลกระทบจากน้ำมันส่งผลทำให้การทำมาหากินยากลำบาก ไปรับสินค้าเมื่อคืนตระเวนหาเติมน้ำมัน 7 ปั๊ม ตระเวนหาจนเหนื่อยกว่าจะได้เติม เสียเวลาทำมาค้าขาย ส่วนต้นทุนสินค้าขึ้นมาอีกเยอะ เช่น ปูม้าเนื้อ ขนาดใหญ่ ราคากว่า 850 บาท ส่วนปูขนาดกลางขยับขึ้นมา 280 บาท ต้องหันมาขายปูเเช่เเข็ง เเต่ก็ไม่ค่อยมีเนื้อ ลูกค้าหายหมด



