ข่าว

"ค่าการกลั่น" 6 บาท! โรงกลั่นโต้ไม่ใช่กำไร ชี้ต้นทุนขนส่ง-ประกันภัยพุ่งกระฉูด

"ค่าการกลั่น" 6 บาท! โรงกลั่นโต้ไม่ใช่กำไร ชี้ต้นทุนขนส่ง-ประกันภัยพุ่งกระฉูด

13 มี.ค. 2569

กลุ่มอุตสาหกรรมโรงกลั่นฯ แจงกรณี "ค่าการกลั่นสูง" ย้ำชัดไม่ใช่กำไรสุทธิผู้ประกอบการ แต่เป็นดัชนีส่วนต่างราคาก่อนหักต้นทุนแฝงที่พุ่งสูงขึ้นถึง 3-6 บาทต่อลิตร

กลุ่มอุตสาหกรรมโรงกลั่นน้ำมันปิโตรเลียม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กลุ่มฯ โรงกลั่นฯ) ชี้แจงประเด็น "ค่าการกลั่นสูง" เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับกลไกราคาและต้นทุนที่แท้จริงของอุตสาหกรรมโรงกลั่น

 

1. ค่าการกลั่น (Market GRM) ไม่เท่ากับกำไรสุทธิค่าการกลั่นที่ปรากฏในข่าว (ที่เพิ่มขึ้นจาก 2 บาทต่อลิตร เป็นประมาณ 6 บาทต่อลิตร) เป็นเพียงดัชนีส่วนต่างราคาน้ำมันในตลาดโลก ซึ่งยังไม่ได้หักต้นทุนสำคัญที่โรงกลั่นต้องแบกรับ ประกอบด้วย

 

ค่าพรีเมียมน้ำมันดิบ (Crude Premium), ค่าขนส่งทางเรือ(Freight) และค่าประกันภัย ซึ่งปัจจุบันต้นทุนเหล่านี้ ปรับตัวสูงขึ้นประมาณ 3-6 บาทต่อลิตร นอกจากนี้ยังมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินการกำ ไร/(ขาดทุน)จากสต็อก

 

น้ำมันและกำไร/(ขาดทุน) การบริหารความเสี่ยงด้านราคา ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยที่ค่าการกลั่นไม่ได้สะท้อนผลประกอบการที่แท้จริง

 

2. การดำเนินธุรกิจภายใต้กลไกตลาดเสรี (Market Price) ระบบการค้าขายน้ำมันของประเทศไทยอิงราคาตลาดโลก โรงกลั่นไม่สามารถกำหนดราคาน้ำมันดิบหรือราคาขายน้ำมันสำเร็จรูปเองได้โดยต้องอิงราคาตลาดทั้งสองด้าน จึงมีความผันผวนตามสถานการณ์ตลาดพลังงานโลก ในทางปฏิบัติโรงกลั่นจำเป็นต้องจัดซื้อน้ำมันดิบล่วงหน้าประมาณ 1–2 เดือน เพื่อให้การผลิตต่อเนื่อง จึงต้องรับความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาน้ำมันในตลาดโลก เนื่องจากในวันที่ซื้อน้ำมันดิบยังไม่สามารถทราบได้ว่าราคาน้ำมันสำเร็จรูปที่จะขายในอนาคตจะเป็นเท่าใด

 

3. การยืนหยัดเดินเครื่องผลิตเพื่อความมั่นคง แม้ในช่วงวัฏจักรค่าการกลั่นต่ำ ค่าการกลั่นมีความผันผวนตามวัฏจักรตลาด ในบางช่วงเวลาที่ค่าการกลั่นอาจปรับตัวลดลงอยู่ในระดับที่ต่ำมาก หรือ บางช่วงอาจต่ำ จนไม่ครอบคลุมต้นทุนการดำเนินงาน อย่างไรก็ตาม โรงกลั่นยังคงต้อง แบกรับภาระและเดินเครื่องผลิตอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจว่าประเทศไทยจะมีน้ำมันเพียงพอต่อการใช้งานและไม่ให้เกิดภาวะขาดแคลนพลังงานภายในประเทศ ซึ่งถือเป็นพันธกิจหลักในการรักษาเสถียรภาพของประเทศ

 

4. บทบาทของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมีบทบาทสำคัญในการรักษาเสถียรภาพราคาน้ำมันในประเทศ โดยใช้กลไกชดเชย ราคาผ่านผู้ค้าน้ำมัน เพื่อนำไปดูแลราคาขายปลีกให้กับผู้บริโภค จึงไม่ใช่การอุดหนุนผู้ประกอบการโรงกลั่นตามที่บางส่วนเข้าใจคลาดเคลื่อน