ข่าว

เสวนา 'ดิจิทัลวอลเล็ต' สมชัย ซัด ภาวะอวิชชา รัฐพูดเรื่องเป็นไปไม่ได้

เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

เสวนาเ"แจกเงินดิจิทัลวอลเลต "งานนี้วิทยากร รุมถล่มนโยบาย แบบสุดลิ่มทิ่มประตู สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง  ร่าย 4 ข้อ ที่เป็นความผิดพลาด ส่วน อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง จากพลังประชารัฐ ชี้เข้าข่ายสร้างบรรทัดฐานทางการเมืองที่พากันลงเหว

ที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา มีการเสวนาเวทีสภาที่ 3 หัวข้อ "แจกเงินดิจิทัลวอลเลต  หายนะหรืออนาคตประเทศ " โดยนายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง  หนึ่งในวิทยากร กล่าวว่า ตลอด 2 เดือน ที่ผ่านมาความพยายามของรัฐบาลที่ต้องการให้นโยบายนี้สำเร็จ   แต่ความเป็นจริงแล้วน่าจะมีปัญหาพอสมควร เพราะรัฐบาลผิดพลาดในการบริหารราชการแผ่นดิน 4 เรื่อง 

 

 

 


คือ 1. การสั่งให้มีการทบทวนงบประมาณปี 67 ของทุกส่วนงานราชการ เพื่อจะให้เกิดความประหยัด รีดไขมัน แต่ความจริงงบประมาณของแต่ละส่วนงานไม่ได้ลดลงเลย เพราะหน่วยงานเพียงแค่ขยับงบให้ตรงกับนโยบายของรัฐบาล จึงทำให้งบปี 67 ออกมาล่าช้า ซึ่งคาดว่า จะได้ใช้งบประมาณปี 67 ช่วงต้นเดือนพฤษภาคม

 

 

 

2. เชื่อมั่นตนเองมากเกินไป เมื่อชนะเลือกตั้งและเชื่อว่าเป็นรัฐฐาธิปัตย์มีอำนาจสูงสุดสั่งอะไรทุกอย่างคนในประเทศต้องเชื่อหมด   จริงๆ แล้วไม่ใช่เป็นแค่ฝ่ายบริหารและต้องอยู่ภายใต้กฎระเบียบกติกาต่างๆ ในสังคม ฉะนั้นเมื่อสั่งไปกระทรวงต่างๆ จึงไม่เชื่อ 

 

 


3.การไม่ศึกษากฎหมายต่างๆ  ให้รอบคอบทั้งวินัยการเงินการคลัง และ พ.ร.บ.เงินกู้ พ.ร.บ.รัฐวิสาหกิจ เข้าใจว่าตนเองรู้จริงแต่เมื่อทำไปกลับติดปัญหา แม้ธนาคารออมสินก็ไม่ให้กู้   4.ภาวะอวิชชา คือการไม่รู้จริงแต่ก็ไปพูดในเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ซึ่งเป็นการพูดคำใหญ่ แต่ไม่สามารถเป็นไปได้จริง ดังนั้นวันนี้ต้องควรถอยมาตั้งหลักในนโยบายหลายเรื่อง

 

 

 

 

.

ฟันธง ลงเอยแบ่งจ่าย  4 รอบ 

.

 " แถลงข่าวที่จะเกิดขึ้นในวันศุกร์นี้  คิดว่าทางออกเปลี่ยนไปหลายอย่าง คือ 1 ขยับวันแจกจะไม่ใช่ 1 กุมภาพันธ์ แต่จะแจกช่วง ต้นพฤษภาคม หรือช่วงงบปี 67 ออก   2.เปลี่ยนจากการจ่ายก้อนเดียว เป็นการจ่ายแบบทยอยจ่าย โดยจะแจกคนละ  2,500 บาท   รวม 4  ครั้ง   และจะไม่ใช่การกระตุกเศรษฐกิจ ไม่ใช่พายุหมุนอีกแล้ว  ซึ่งประชาชนก็จะมองแค่ว่ายังดีกว่าไม่ได้ แต่จะไม่สร้างความพึงพอใจ ทั้งนี้ นโยบายดิจิทัลวอลเลต 10,000 บาท จึงเป็นนโยบายขายผ้าเอาหน้ารอดเท่านั้น " นายสมชัย  ระบุ

 

 

.

ประเพณีทางการเมืองพาประเทศลงเหว

.


นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล  อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง  ประธานกรรมการด้านวิชาการพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งเป็นพรรคร่วมรัฐบาล  หนึ่งในวิทยากร กล่าวว่า  ไม่ได้มาเพื่อคัดค้าน แต่มาเพื่อให้กำลังใจ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี  โดยนโยบายดังกล่าวนี้มีการโปรโมตว่าเป็นนโยบายที่จะทำให้เศรษฐกิจไทย ซึ่งนอนอยู่ในห้องไอซียูที่กำลังจะตาย จะนำเครื่องปั๊มไฟฟ้าไปกระตุ้นเพื่อให้หัวใจเดินคล่องตัว ไม่ใช่การจ่ายด้วยเงินธรรมดาแต่จ่ายเป็นเงินดิจิตอล จะทำให้เศรษฐกิจไทยสังคมไทยที่ยืนบนพื้นดิน จะก้าวขึ้นไปยืนบนเมฆ ถือเป็นการพัฒนาพัฒนาประเทศอย่างคาดไม่ถึง 

 

 

 


ลักษณะของการเมืองไทยต้องระวังในโครงการนี้ เพราะอาจกลายเป็นประเพณี เป็นการแข่งขันทางการเมืองไทยในการเลือกตั้งรอบหน้า อาจจะได้เห็นภาพที่ออกมาว่าแจกเงิน 5 หมื่น หรือ 1 แสนบาท ซึ่งถือว่าเป็นประเพณีทางการเมืองที่จะพาประเทศลงเหว ดังนั้นสังคมไทยจะต้องช่วยกันคิดว่าการเดินทางในเส้นทางนี้ อันตรายจะเกิดขึ้นต่อประเทศไทยมากน้อยแค่ไหน

 

 

เสวนา  'ดิจิทัลวอลเล็ต'   สมชัย ซัด ภาวะอวิชชา รัฐพูดเรื่องเป็นไปไม่ได้

 

สำหรับแหล่งเงินที่จะนำมาใช้ในนโยบายดังกล่าวเช่น เงินรัฐวิสาหกิจ ขณะนี้ธนาคารออมสินออกมาชัดเจนว่าไม่สามารถให้กู้กับรัฐบาลได้ แต่รัฐบาลอาจจะเล็งไปที่รัฐวิสาหกิจอื่น แต่ต้องพิจารณาในเรื่องพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลัง มีเงื่อนไขล็อคไว้ 2 ส่วน คือมาตรา 9 วรรค 3 ถ้าหากเป็นการทำโครงการเพื่อความนิยมทางการเมืองที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประเทศชาติและประชาชนไม่สามารถทำได้

 

 

 

อีกเรื่องคือการให้รัฐวิสาหกิจเข้ามาหาเงินเข้ามาใช้สำหรับโครงการดังกล่าวนี้ จะต้องอยู่ในของวัตถุประสงค์ของรัฐวิสาหกิจ   ส่วนที่จะออกมาเป็นงบประมาณผูกพัน ซึ่งจะออกมาในลักษณะของการทยอยจ่าย เรื่องนี้จะไม่สามารถช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและตั้งข้อสังเกตว่าการจะมีงบประมาณและเป็นงบผูกพันถือเป็นการใส่กุญแจมือรัฐบาลในอนาคต ดังนั้นการทำโครงการทำเพื่อความนิยมทางการเมือง มองว่าเป็นเรื่องที่อันตราย นอกจากนี้การจะใช้ระบบบล็อกเชน การกำหนดเงื่อนไขต่างๆ จะเกิดกระบวนการรับซื้อส่วนลดเป็นในลักษณะการขายสินค้าให้กับประชาชน 10,000 บาท และให้ประชาชนนำมาใช้คืนในราคา 8,000 บาท เป็นต้น 

 

.

สร้างความเสี่ยงในกระบวนการทางการคลัง

.

 

 

นายพิสิฐ ลี้อาธรรม อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคลัง และประธานนโยบายพรรคประชาธิปัตย์ หนึ่งในวิทยากร กล่าวว่า อยากให้กำลังใจรัฐบาล แต่ 2 เดือนที่ผ่านมายังไม่เห็นอะไรที่เป็นชิ้นเป็นอัน หากรัฐบาลยังดันทุรังดำเนินการต่อในรูปแบบเดิมจะเกิดความเสี่ยงในกระบวนการคลัง และหนี้สาธารณะที่เพิ่มขึ้น ซึ่งจะแก้ไขได้ยากมาก ขณะที่ประเทศไทยยังหารายได้จากการจัดเก็บภาษีได้ยาก ดังนั้น นโยบายดังกล่าวฟังเผินๆ เหมือนจะง่าย แต่ก็สร้างความงุนงงสงสัยเรื่องที่มาของงบประมาณ

 

 

 

ทั้งนี้ การแจกเงินเฉพาะผู้ที่อายุมากกว่า 16 ปี แต่เด็กอายุน้อยกว่านั้นก็ต้องใช้จ่ายซื้อของ ทุกคนในเมืองไทยเสียภาษี นโยบายนี้จึงอาจมีความไม่เป็นธรรมด้วย เพราะเด็กที่ไม่ได้เงิน กลับต้องเสียภาษีมาชดใช้หนี้สาธารณะ และเงินที่มอบให้คนรวยก็จะไม่ถูกใช้จ่ายแต่เก็บเอาไว้ จึงไม่ได้สร้างแรงกระตุ้นทางเศรษฐกิจตามเป้าประสงค์ ตนไม่ได้ปฏิเสธการช่วยเหลือผู้ยากไร้ แต่ไม่เห็นด้วยกับการแจกทั้งหมดทุกคน เวลานี้งบประมาณตั้งไว้ แต่รัฐบาลขยับให้การขาดดุลเพิ่มอีกราวแสนล้าน และนโยบายเงินดิจิทัลจะยิ่งทำให้สถานะการคลังย่ำแย่ลงไปอีก จึงเป็นเรื่องน่าห่วง

 

 

.

โอกาสเศรษฐกิจหมุน ไม่มีทางเป็นไปได้

.

 

ส่วนงบประมาณ 5 แสนกว่าล้าน จะกระตุ้นเศรษฐกิจได้จริงหรือไม่นั้น ความเป็นจริงเป็นไปไม่ได้เลย เพราะสมัยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกฯ ใช้งบกระตุ้นเศรษฐกิจ 1.5 ล้านล้านบาท มากกว่ารัฐบาลปัจจุบันถึง 3 เท่าตัว ยังทำให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจไม่ได้เลย โอกาสที่จะเกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจหลายรอบก็เป็นไปได้ยาก เพราะไทยมีมูลค่าส่งออกสูง เงินจะรั่วไหลไปต่างประเทศเป็นส่วนใหญ่ และเวลานี้รัฐบาลควรรีบนำงบประมาณชั่วคราวที่กฎหมายอนุญาตออกมาใช้ เพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ที่งบประมาณปี 2567 ล่าช้า ควรต้องมุ่งการเบิกจ่ายภาครัฐ ที่เร่งด่วนคือเรื่องขาดแคลนน้ำจากภาวะเอลนีโญ หากนำงบมาลงทุนเรื่องนี้ ประชาชนจะได้มีน้ำใช้โดยไม่เปลืองค่าใช้จ่าย

 

 

 

 


 

logoline

ข่าวที่น่าสนใจ