ข่าว

สภาเอสเอ็มอีไทยมั่นใจ "สุรินทร์เฟส2" ผู้ประกอบการพาเหรดเจาะตลาดกัมพูชา

สภาเอสเอ็มอีไทยมั่นใจ "สุรินทร์เฟส2" ผู้ประกอบการพาเหรดเจาะตลาดกัมพูชา
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

สภาเอสเอ็มอีไทยมั่นใจงานการพัฒนาเศรษฐกิจการค้าชายแดนไทย-กัมพูชา หรือ "เปิดบ้านสุรินทร์เฟส2" พร้อมเต็มที่ หวังยกด่านช่องจอม ต้นแบบการค้าชายแดนครบวงจร ก่อนขยายผลสู่ 35 ด่านถาวรทั่วไทย ขณะผู้ประกอบการพาเหรดร่วมงานคับคั่ง มุ่งเป้าเจาะตลาดกัมพูชา

ดร.ศุภชัย แก้วศิริ ประธานสภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทยหรือสภาเอสเอ็มอีไทย เปิดเผยถึงการเตรียมพร้อมร่วมงานการพัฒนาเศรษฐกิจการค้าชายแดนไทย-กัมพูชาหรือ "เปิดบ้านสุรินทร์ เฟส2" จัดโดยคณะกรรมาธิการการเงิน การคลังสถาบันการเงินและตลาดทุน สภาผู้แทนฯ

 

ร่วมกับสภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทยและจ.สุรินทร์  หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องในระหว่างวันที่ 23-25 กันยายน 2565 ณ ด่านช่องจอม ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ว่า เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2565 ได้มีการประชุมหารือโดยรองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ ได้เชิญหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องมารายงานความคืบหน้าการเตรียมความพร้อมครั้งสุดท้ายก่อนถึงวันงาน

    งานสุรินทร์โมเดลเฟส2

 

เนื่องจากงานสุรินทร์โมเดลเฟส2 หรือ "เปิดบ้านสุรินทร์เฟส2"  เป็นเรื่องการพัฒนาเศรษฐกิจการค้าชายแดนสองฝั่งระหว่างไทย-กัมพูชาดังนั้นจะต้องมีความพร้อมในทุก ๆ ด้าน รวมถึงการท่องเที่ยวและส่วนที่เกี่ยวข้องด้วย  

 

ในส่วนของสภาเอสเอ็มอีไทยได้ชี้แจงในที่ประชุมไปว่า เราได้เชิญธนาคารภาครัฐและภาคเอกชนเข้ามาร่วมเพื่อส่งเสริมให้เกิดการค้าชายแดนทำให้มีเงินหมุนเวียนง่ายขึ้น สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นตามด่านถาวรต่าง ๆในประเทศไทยทั้ง 36 ด่าน ช่องจอมเป็น 1 ใน 36 ด่านถาวรที่มีมูลค่าการทางการค้านับแสนล้านบาทต่อปี  จึงเป็นโอกาสดีของเอสเอ็มอีไทยในการทำมาค้าขายกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชา ซึ่งมีกฎระเบียบต่าง ๆ ไม่มากมายเหมือนประเทศนอกภูมิภาคอาเซียน  ดร.ศุภชัยกล่าว
 

ประธานสภาเอสเอ็มอีไทย กล่าวถึง กิจกรรมภายในงาน นอกจากการออกบูธของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีจากทั่วประเทศ ที่จะนำสินค้าและผลิตภัณฑ์มาจัดแสดงให้ผู้สนใจได้เลือกซื้อหาในราคายุติธรรมแล้ว ยังมีการแมชชิ่งเจรจาธุรกิจกับผู้ประกอบการทางฝั่งกัมพูชาอีกด้วย  หากการเจรจาบรรลุผลจะมีการลงนามบันทึกข้อตกลงหรือเอ็มโอยู(MOU)ให้มีการซื้อสินค้าระหว่างกัน

การค้าชายแดนไทย ปี 2564

 

โดยจะดำเนินการใน 2 วิธี ซึ่งวิธีแรกจะลงนามเอ็มโอยูร่วมกันภายในงาน และวิธีที่สองจะลงนามผ่านระบบออนไลน์ กรณีคู่ค้าไม่สามารถมาร่วมกิจกรรมภายในงานได้  อย่างไรก็ตามการเจรจาทางธุรกิจการค้าของผู้ประกอบการทั้งสองฝ่ายนั้นไม่ได้จบแค่ภายในงาน แต่ยังเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการต่อยอดการเจรจาเพื่อจะได้มีจะมีการค้าต่อเนื่องต่อไปเพื่อสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการการค้ารายเล็ก รายย่อยที่จะดำรงอยู่ได้และมีความสุขตามอัตภาพ  นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นในระหว่างวันที่ 23-25 กันยายน 2565 ที่จะถึงนี้      

     งานสุรินทร์โมเดลเฟส2

 

นายพัสกร วัฒนโพธิ์ทอง ซีพีโอ. บ.รอยัล เดีย เคเดอะคราวน์ จำกัด หนึ่งในผู้ประกอบการเจ้าของผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ผู้ผลิตเครื่องจักรกลการเกษตรไฟฟ้าหรืออีวี ซึ่งเข้าร่วมกิจกรรมในงานนี้กล่าวขอบคุณดร.ศุภชัย แก้วศิริและสภาเอสเอ็มอีไทยที่เปิดโอกาสให้เข้าร่วมในงานนี้ เนื่องจากบริษัทมีความตั้งใจอย่างแน่วแน่ในการพัฒนาภาคการเกษตรไทยและประเทศในภูมิภาคอาเซียนฐานะครัวโลก ผู้ส่งออกอาหารรายใหญ่ของโลก ทางบริษัทจึงได้นำผลิตภัณฑ์ เพื่อสุขภาพใช้วัตถุดิบจากสมุนไพร 100% จัดแสดงและจำหน่ายเพื่อรุกตลาดในกัมพูชา

 

นอกจากนี้ยังมีโมเดลเครื่องจักกรการเกษตรไฟฟ้าต้นแบบนำไปจัดแสดงด้วย และยังนำมอเตอร์ไซด์ไฟฟ้าใช้แบตเตอรี่ใช้เวลาชาร์ตไฟ 3-4 ชั่วโมง วิ่งได้ประมาณ 50-60 กิโลเมตรไปจัดแสดงในงานและให้ผู้สนใจทดลองขับด้วยสินค้าที่บริษัทนำไปจัดแสดงในงานก็จะมีผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ มอเตอร์ไซด์ไฟฟ้า และโมเดลต้นแบบเครื่องจักรกลการเกษตรไฟฟ้า

 

สินค้าเหล่านี้เราวางเป้าที่จะเจาะตลาดกัมพูชา เพราะว่าทางกัมพูชายังมีพื้นที่การเกษตรอีกเยอะ เขามีความสนใจให้เราไปสนับสนุนเทคโนโลยีนวัตกรรมให้กับเขาเพราะเรามีระบบเอไอทางการเกษตรที่จะช่วยพัฒนาเรื่องการเกษตรได้เราไม่มองแค่กัมพูชาแต่ทั้ง CLMV เพราะถ้าอาเซียนเข้มแข็งประเทศไทยก็จะเข้มแข็งไปด้วย ซีพีโอ.รอยัล เดีย เคเดอะคราวน์ เผย

    จอมทัช  กาญจนกิตติ์ ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรสมัยใหม่ปราสาท

 

ด้าน นายจอมทัช กาญจนกิตติ์ ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรสมัยใหม่ปราสาท อ.ปราสาท จ.สุรินทร์และภาคีเครือข่ายมูลนิธิเอิร์ธเซฟ(Earth Safe) กลุ่มเกษตรกรผู้ผลิตพืชผักอินทรีย์วิถีไทย ที่มีนางสัณหจุฑา จิราธิวัฒน์ เป็นประธานกล่าวในส่วนของเอิร์ธเซฟสุรินทร์ เครือข่ายจังหวัดใกล้เคียง ว่างาน "เปิดบ้านสุรินทร์เฟส2" เราตื่นเต้นมาก ในฐานะเจ้าของพื้นที่ถือว่าได้เปรียบ ซึ่งต้องยอมรับว่าจังหวัดสุรินทร์กับประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชามีความใกล้ชิดสนิทสนมกันมาก ทำให้ตื่นเต้นกับสิ่งที่เกิดขึ้น

 

ยอมรับว่าสินค้าของเราเป็นที่ชื่นชอบของทางฝั่งกัมพูชาเองด้วยเหมือนกันเพียงแต่ยังไม่มีโอกาสเข้าไปทำตลาดที่นั่นอย่างจริงจัง โดยเฉพาะสินค้าเกษตรอินทรีย์ที่กลุ่มเราทำอยู่ทุกวันนี้ก็จะมีพืชผักผลไม้อินทรีย์ ซึ่งก็จะนำผลผลิตมาโชว์ในงานนี้ด้วย ประธานวิสาหกิจชุมชนเกษตรสมัยใหม่ปราสาทกล่าว

 

นายจอมทัช ย้ำด้วยว่า ที่ผ่านมาผลผลิตที่ได้จะจำหน่ายในประเทศผ่านร้านฟาร์มเซาะและห้างฯท็อป ซูเปอร์มาร์เก็ต ในจ.สุรินทร์เป็นหลัก รวมถึงตลาดไท กรุงเทพฯ เนื่องจากสินค้าพืชผักของกลุ่มเป็นที่ชื่นชอบของผู้บริโภค มีผลดีต่อสุขภาพ ที่สำคัญราคาไม่แพงเมื่อเทียบกับพืชผักเคมีที่จำหน่ายในท้องตลาดทั่วไป 

 

สินค้าของเราขายในห้างแต่ราคาแบกะดิน เราทำสินค้าอินทรีย์ให้ราคาใกล้เคียงราคากับสินค้าเคมีในท้องตลาดได้จริง ต้องบอกว่าเกษตรอินทรีย์ไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นทางรอดของพวกเรา นายจอมทัช กล่าวและว่าหากมีโอกาสทำตลาดทางฝั่งกัมพูชาได้ก็จะเป็นเรื่องดีเพราะช่วยลดต้นทุนการขนส่งและความสดของสินค้า เนื่องจากระยะทางจากสุรินทร์ถึงกรุงเทพไกลกว่าไปยังจ.เสียมเรียบ ประเทศกัมพูชามาก 

 

คนสุรินทร์เรามองลูกค้าฝั่งกัมพูชามากกว่าโดยเฉพาะเสียมเรียบซึ่งอยู่ห่างจากสุรินทร์ทางด่านช่องจอมเพียง 150 กิโลใกล้กว่ากรุงเทพมาก ได้เปรียบทั้งเรื่องความสดของสินค้าและต้นทุนการขนส่ง เสียมเรียบเป็นเมืองท่องเที่ยวมีร้านอาหารภัตตาคารพร้อมรองรับอยู่แล้ว  

 

ที่ผ่านมาเราเคยไปสำรวจตลาดในเสียมเรียบเพียงแต่ยังไม่มีโอกาสนำสินค้าไปขายเนื่องจากติดปัญหาหลายอย่างจึงไม่สะดวก งานนี้ถือเป็นโอกาสดีของกลุ่มในการทำเอ็มโอยูระหว่างผู้ผลิตในเครือข่ายเรากับผู้ประกอบการฝั่งกัมพูชา ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรสมัยใหม่ปราสาท ย้ำทิ้งท้าย

 

ติดตามข่าวสาร คมชัดลึก อื่นๆ ได้ที่

LineToday - https://today.line.me/th/v2/publisher/100057

Facebook - https://www.facebook.com/komchadluek

เช็กรายชื่อศิลปินเข้าชิง "คมชัดลึก ลูกทุ่ง Awards 2565" ใครคือ 6 Candidate กับ 8  สาขา Popular Vote https://www.komchadluek.net/entertainment/524524

logoline

ข่าวที่น่าสนใจ

logo-pwa

เพิ่ม คมชัดลึก ออนไลน์

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด