เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2563 นายสมบุญ เศรษฐ์สันติพงศ์ รองกรรมการผู้อำนวยการสายงานการเงินและบัญชี บริษัท เอแอลที เทเลคอม จำกัด (มหาชน) หรือ ALT เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2563 บริษัทมีรายได้รวม 401.94 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 116% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 186.31 ล้านบาท

ส่งผลให้บริษัทมีกำไรสุทธิ 45.28 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 222% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีผลการดำเนินงานขาดทุนสุทธิ 37.18 ล้านบาท โดย ณ สิ้นไตรมาส 2/63 บริษัทมีงานในมือ (Backlog) จำนวน 1,732 ล้านบาท

​ทั้งนี้สาเหตุที่กำไรและรายได้ปรับตัวดีขึ้น เนื่องจากบริษัทมีรายได้จากการให้บริการเพิ่มขึ้น 339% จาก 70.02 ล้านบาท เพิ่มเป็น 307.65 ล้านบาท โดยรายการหลักที่เพิ่มขึ้นคือ รายได้จากโครงการ Smart Grid รวมทั้งมีรายได้อื่นอีกจำนวน47.56 ล้านบาท โดยรายการหลักเกิดจากการโอนสินทรัพย์โครงข่ายใยแก้วนำแสงให้กับบริษัท สมาร์ท อินฟราเนท จำกัด

​นายสมบุญ กล่าวว่า ในปี 2563 ถือเป็นปีแห่งการปรับโครงสร้างกิจการ ปัจจัยลบที่เป็นภาระเหนี่ยวรั้งการเติบโตของบริษัทในอดีตได้คลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้นเป็นลำดับ โดยในไตรมาส 1/2563 บริษัทได้รับเงินชดเชยค่าเสียหายจากคู่กรณีตามคำสั่งศาลปกครองสูงสุดเป็นเงินราว 370 ล้านบาท ขณะที่ไตรมาส 2/2563 ที่ผ่านมา บริษัทได้บรรลุเป้าหมายในการปรับโครงสร้างกิจการด้วยการโอนสินทรัพย์โครงข่ายใยแก้วนำแสง 2 โครงการให้แก่

กิจการร่วมทุน คือ บริษัท สมาร์ท อินฟราเนท จำกัด ซึ่งเป็นการร่วมทุนระหว่างบริษัทกับบริษัท ราชกรุ๊ป จำกัด(มหาชน) หรือ RATCH ซึ่งมีความแข็งแกร่งด้านเงินทุนและมีกลยุทธ์ที่สอดคล้องกับทิศทางของบริษัท จึงเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่จะช่วยผลักดันให้แผนธุรกิจของบริษัทพัฒนาไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมได้เร็วขึ้น เพื่อสร้างผลกำไรที่ยั่งยืนในระยะยาว 

สำหรับผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2563 บริษัทยังคงเดินหน้าปรับโครงสร้างและขยายธุรกิจอีกหลายโครงการเช่น การเข้าซื้อหุ้นบริษัท เอ็นเนอร์จี แม็คซ์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตและจำหน่ายมิเตอร์ไฟฟ้าระบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อรองรับการเติบโต Smart Grid Technology ได้อย่างเต็มที่ รวมทั้งโครงการร่วมทุนกับพันธมิตรในอีกหนึ่งโครงการเพื่อรองรับการลงทุนและสร้างเสาสัญญาณสำหรับโครงข่าย 5G ของพันธมิตร

​โดยล่าสุดประชุมคณะกรรมการบริษัทเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2563 ได้มีมติอนุมัติ เข้าซื้อหุ้นสามัญของบริษัท เอ็นเนอร์จี แม็คซ์ จำกัด (EMAX) ซึ่งเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายมิเตอร์ไฟฟ้าระบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยเป็นการซื้อหุ้นต่อจากบริษัท เอแอลที โฮลดิ้ง จำกัด (ALTH) สัดส่วน 97.82% ในราคาหุ้นละ 38 บาท รวมเป็นมูลค่าประมาณ 25.55 ล้านบาท

ซึ่งวัตถุประสงค์ของการซื้อหุ้นดังกล่าว เพื่อเป็นการปรับโครงสร้างกิจการรองรับการพัฒนาและรองรับการเติบโตสูงของเทคโนโลยี Smart Grid อย่างไรก็ตามรายการดังกล่าวถือเป็นรายการที่เกี่ยวโยงกัน โดยบริษัทเอแอลที โฮลดิ้ง จำกัดเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ใน ALT สัดส่วน 50.69%