“พาณิชย์”สรุปผลการจับกุมผู้จำหน่ายไข่ไก่ที่กระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยราคา
สินค้าและบริการ พ.ศ.2542 ล่าสุดจับกุมได้แล้วรวม 21 ราย มีโทษทั้งไม่ปิดป้ายแสดงราคาจำหน่าย และขายแพง ย้ำเดินหน้าตรวจสอบการจำหน่ายสินค้าต่อเนื่อง แม้ไม่ได้เป็นสินค้าควบคุม หากพบการเอารัดเอาเปรียบจะดำเนินการตามกฎหมายทันที 

           

               วันที่ 30 มี.ค. -  นายสุพพัต อ่องแสงคุณ โฆษกกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงผลการจับกุมดำเนินคดีผู้จำหน่ายไข่ไก่เกินราคา ที่กระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 ระหว่างวันที่ 26-28 มีนาคม 2563 ว่า กระทรวงพาณิชย์ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการจับกุมผู้กระทำผิดทั้งประเทศได้จำนวน 21 ราย 
                แยกเป็นกรุงเทพฯ จำนวน 2 ราย ได้แก่ เขตบางกอกน้อย 1 ราย ข้อหากระทำความผิดตามมาตรา  28 ไม่ปิดป้ายแสดงราคาขาย และ เขตราชเทวี 1 ราย ซึ่งได้แจ้งข้อหากระทำความผิดตามมาตรา 29  จำหน่ายไข่ไก่ในราคาสูงเกินสมควร

                ส่วนในต่างจังหวัด มีจำนวน 19 ราย แบ่งเป็นการกระทำความผิดตามมาตรา 28 ไม่ติดป้ายแสดงราคาจำหน่าย จำนวน 12 ราย (จังหวัดละ  1  ราย ) ได้แก่ จังหวัดเพชรบูรณ์ จังหวัดจันทบุรี จังหวัดสิงห์บุรี จังหวัดกาฬสินธุ์ จังหวัดนนทบุรี จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดสระแก้ว จังหวัดพังงา จังหวัดสุพรรณบุรี จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดเชียงราย และจังหวัด พระนครศรีอยุธยา  

                  และความผิดตามมาตรา 29 ข้อหาจำหน่ายราคาสูงเกินสมควร จำนวน  5 ราย ได้แก่   จังหวัดนครสวรรค์ 2  ราย จังหวัดนนทบุรี     จังหวัดปทุมธานี  และจังหวัดอ่างทอง จังหวัดละ  1 ราย

                    ความผิดตามมาตรา 28 และมาตรา 29  ไม่ปิดป้ายแสดงราคาและ ราคาสูงเกินสมควร จำนวน 2 ราย คือจังหวัดปทุมธานี และจังหวัดอยุธยา 

                  ทั้งนี้ โทษที่ผู้กระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 ในข้อหาขายเกินราคาควบคุม (มาตรา 25) จะได้รับโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท ข้อหาไม่ปิดป้ายแสดงราคาขาย (มาตรา 28) มีอัตราโทษปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท ข้อหาขายแพงเกินสมควร (มาตรา 29) มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี ปรับไม่เกิน 1.4 แสนบาท 
       
                  นายสุพพัตกล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ ยังคงเดินหน้าตรวจสอบและจับกุมผู้กระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะไม่ได้เป็นสินค้าควบคุม แต่หากพบว่ามีการขายแพง มีการกักตุนสินค้า หรือมีการเอารัดเอาเปรียบประชาชน ก็จะดำเนินการตามกฎหมายขั้นเด็ดขาด รวมถึงการตรวจสอบการจำหน่ายหน้ากากอนามัยเกินราคาควบคุม แพงเกินจริง และตรวจสอบการจำหน่ายเจลล้างมือและแอลกอฮอล์ เพราะถือเป็นสินค้าที่มีความจำเป็นในสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 และดูแลผู้บริโภค 
           

        “หากผู้บริโภคพบเห็นการกระทำผิดกฎหมาย สามารถร้องเรียนได้ที่สายด่วน 1569 กรมการค้าภายใน หรือ เว็ปไซต์กรมการค้าภายใน www.dit.go.th และในต่างจังหวัดสามารถร้องเรียนได้ที่ สำนักงานพาณิชย์จังหวัด หรือศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด ”นายสุพพัตกล่าว