คมชัดลึกออนไลน์ 3 เมษายน 2563
คมชัดลึกออนไลน์
เศรษฐกิจ

ปรับกระบวนผลิตปั๊มรายได้สู้โควิด-19 

26 มีนาคม 2563 - 07:28 น.
กสอ,เอสเอ็มอี
เศรษฐกิจ

Shares :
เปิดอ่าน 282 ครั้ง

พลิกวิกฤตเป็นโอกาส"เอสเอ็มอี" ปรับกระบวนผลิตปั๊มรายได้สู้โควิด-19 


          กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม แนะเอสเอ็มอีคว้าโอกาสสร้างงานสร้างรายได้ พลิกวิกฤตการแพร่เชื้อไวรัสโควิด – 19 เร่งปรับกระบวนการผลิต ประยุกต์องค์ความรู้ ต่อยอดเทคโนโลยีเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มอย่างสร้างสรรค์ 5 กลุ่มผลิตภัณฑ์เป็นที่ต้องการของตลาดสูง  จากการผลิตเสื้อผ้าแฟชั่นสู่หน้ากากผ้า  น้ำหอมสู่เจลล้างมือ  ต่อยอดผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดพื้น-สเปรย์ยับยั้งไวรัส  และเสริมสร้างภูมิปัญญาไทยโอกาสสมุนไพรไทยให้ได้รับความนิยมในระดับสากล เพิ่มขีดความสามารถผลิตสินค้าได้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด

 

          ณัฐพล รังสิตพล อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) เปิดเผยว่า การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 (COVID-19) ลุกลาม 118 ประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยในขณะนี้ (ข้อมูลจาก องค์การอนามัยโลก หรือ WHO) ทำให้ผลิตภัณฑ์ที่ลดความเสี่ยงการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 มีความต้องการทางการตลาดสูง และปัจจุบันผู้ประกอบการไม่สามารถผลิตสินค้าได้เพียงพอกับความต้องการโดยมีด้วยกัน 5 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่ 1. หน้ากากอนามัย 2. เจลล้างมือ 3. ทิชชูเปียกแอลกอฮอล์ 4. ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดพื้น-เสปรย์ยับยั้งเชื้อไวรัส และ 5. สมุนไพรไทย ทางกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการเสริมสร้างและพัฒนาผลิตภัณฑ์ในกลุ่มวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม วิสาหกิจชุมชน และผู้ประกอบการ เปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาสภายใต้กรอบแนวคิด การปรับกระบวนการผลิตผลิตภัณฑ์ให้สอดรับกับความต้องการของตลาด โดยนำองค์ความรู้มาผสานกับเทคโนโลยี เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ พร้อมกับเพิ่มศักยภาพทางด้านกระบวนการผลิต ด้วยการปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิตสินค้าเป็นที่ต้องการของตลาดและสามารถเลือกใช้วัตถุดิบอื่น ๆ ในการผลิตทดแทนกับวัตถุดิบหลักที่ขาดแคลน 


ติดตามข่าวสาร "คมชัดลีก" ผ่าน Line official
เพิ่มเพื่อน

        สำหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีโอกาสสร้างรายได้นั้น ประกอบด้วย 1.การเปลี่ยนผลิตเสื้อผ้าสู่หน้ากากผ้าเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งขณะนี้มีความต้องการหน้ากากอนามัยสูง มากสวนทางกับกำลังการผลิตภายในประเทศได้ประมาณ 40.5 ล้านชิ้นต่อเดือน (ข้อมูลจาก กรมการค้าภายใน) ดังนั้น ผู้ประกอบการในกลุ่มสิ่งทอ สามารถปรับกระบวนการผลิต การตัดเย็บเสื้อผ้าแฟชั่น เสื้อผ้ากีฬา มาสู่การตัดเย็บหน้ากากผ้า โดยสามารถดำเนินการได้ทันที เนื่องจากประชาชนจำนวนมากเริ่มหันมาใช้หน้ากากผ้าทดแทนกับหน้ากากอนามัยที่ขาดแคลน ซึ่งสามารถดีไซน์ลวดลายตามเทรนด์แฟชั่นและพัฒนาขนาดให้สอดรับกับกลุ่มผู้ใหญ่และเด็ก 

      2. การปรับสายการผลิตน้ำหอมสู่เจลล้างมือ จากสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด – 19 ส่งผลให้ความต้องการกลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ “เจลล้างมือ” พุ่งสูงขึ้น โดยกำลังการผลิตในประเทศไทยประมาณ 400,000 หลอดต่อเดือน (ข้อมูลจาก องค์การเภสัชกรรม) ซึ่งอาจไม่เพียงพอกับความต้องการของตลาด ดังนั้น กลุ่มธุรกิจความงามที่มีสายการผลิตน้ำหอม สามารถปรับกระบวนการผลิตจากน้ำหอมสู่การทำเจลล้างมือ เนื่องจากมีสายการผลิตที่สามารถดำเนินการได้ 

        และขณะเดียวกันยังเป็นโอกาสอันดีสำหรับผู้ประกอบการในการขยายผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ สู่ตลาด แต่ในสถานการณ์ที่กำลังการผลิตแอลกอฮอล์ขาดแคลน และราคาพุ่งสูงขึ้นหลายเท่าตัว ผู้ประกอบการสามารถนำ “ไอโซโพรพิลแอลกอฮอล์” หรือ “แอลกอฮอล์ล้างแผล” เป็นวัตถุดิบทดแทนการผลิตเจลล้างมือได้ เพราะมีประสิทธิภาพฆ่าเชื้อไวรัสได้ดีและยังมีราคาถูก 3.การสร้างมูลค่าเพิ่มผลิตทิชชูเปียกผสมแอลกอฮอล์ ประเทศไทยผู้ประกอบการโรงงานกระดาษทิชชูเปียกที่ปราศจากแอลกอฮอล์มีอยู่เป็นจำนวนมากในประเทศไทย 

            ดังนั้นในสถานการณ์ปัจจุบันที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ส่งผลให้ในท้องตลาดมีความต้องการผลิตภัณฑ์ที่จะลดความเสี่ยงของการติดเชื้อไวรัสดังกล่าวเพิ่มมากขึ้น จึงถือเป็นโอกาสของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่จะหันมาเร่งสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ด้วยการพัฒนา “ทิชชูเปียก” มาสู่ “ทิชชูผสมแอลกอฮอล์” ต่อยอดจากผลิตภัณฑ์ที่มีคุณสมบัติยับยั้งแบคทีเรีย 99.9% มาสู่ผลิตภัณฑ์ที่ยับยั้งเชื้อไวรัส ซึ่งปัจจุบันทิชชูเปียกผสมแอลกอฮอล์เริ่มเป็นที่ต้องการของตลาดสูงขึ้น เนื่องจากมีความสะดวกต่อการใช้งาน

          4.การต่อยอดผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดพื้น-สเปรย์ยับยั้งเชื้อไวรัส สำหรับการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดพื้นหรือสเปรย์ในปัจจุบัน อาจมีประสิทธิภาพไม่เพียงพอสำหรับการยับยั้งไวรัสเพราะผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดทั่วไป มีคุณสมบัติทำความสะอาดคราบสกปรกและฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้เท่านั้น การพัฒนาผลิตภัณฑ์ประเภทดังกล่าว ผู้ประกอบการสามารถต่อยอดองค์ความรู้ควบคู่กับการใช้เทคโนโลยี พัฒนาผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดยับยั้งไวรัสหรือพัฒนาสเปรย์เพื่อเป็นอีกทางหนึ่งสำหรับการใช้งาน

          และ5.การเสริมสร้างภูมิปัญญาไทยโอกาสสมุนไพรไทยระดับสากล ปัจจุบันประเทศไทยมีความโดดเด่นเรื่องพืชสมุนไพร ซึ่งเป็นพืชที่ไม่ใช่พืชเศรษฐกิจหลัก กลุ่มวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม วิสาหกิจชุมชน และผู้ประกอบการ สามารถนำองค์ความรู้ทางภูมิปัญญาไทยสู่การแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายในเชิงพาณิชย์ อย่างเช่น ฟ้าทะลายโจร เป็นสมุนไพรที่กำลังได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อย่างไรก็ดี เพื่อผลักดันสมุนไพรไทยเป็นที่ยอมรับในระดับสากล ผู้ประกอบการควรเติมเต็มองค์ความรู้ การออกแบบผลิตภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์ การวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ที่มีคุณภาพผ่านการรับรองมาตรฐานความปลอดภัย

   

 

   ทั้งนี้ การแพร่ระบาดไวรัสโควิด – 19 ส่งผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจทั่วโลกอัตราการขยายตัวลดลง ทางสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) คาดการณ์เศรษฐกิจไทย ปี 2563 จะขยายตัวในช่วง 1.5-2.5% ต่อปี ซึ่งขึ้นอยู่กับสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จากเดิมคาดการณ์การขยายตัว 2.7-3.7% ดังนั้น ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีและวิสาหกิจชุมชน จึงต้องเร่งปรับกระบวนการผลิตให้ทันกับความต้องการของตลาด เพื่อพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสและเป็นการส่งเสริมรายได้และการสร้างงาน สร้างงอาชีพ 

       ทั้งนี้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ กสอ. ที่มุ่งมั่นในการเพิ่มขีดความสามารถและเสริมสร้างความเข้มแข็ง เพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการผลิตและสร้างมูลค่าเพิ่ม ด้วยมาตรฐาน เทคโนโลยี ความคิดสร้างสรรค์ ให้เชื่อมโยงกับความต้องการของตลาด ตามสโลแกน “ปั้น ปรุง เปลี่ยน เอสเอ็มอีให้ดีพร้อม (DIProm)” 



5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ