คมชัดลึกออนไลน์ 9 เมษายน 2563
คมชัดลึกออนไลน์
เศรษฐกิจ

"ปิดประเทศ"สายไปหรือยัง

24 มีนาคม 2563 - 02:43 น.
ปิดประเทศ,นายดินสอ,ขีดเส้นใต้
เศรษฐกิจ

Shares :
เปิดอ่าน 17,335 ครั้ง

คอลัมน์ - ขีดเส้นใต้ โดย - นายดินสอ 


       ฟังข่าวไวรัสโควิด-19 ระบาดยิ่งหดหู่ ตัวเลขพุ่งขึ้นทุกวัน จนเริ่มมีคนบางกลุ่มเสนอให้”ปิดประเทศ”แต่ก็ไม่มีรายละเอียดว่า มาตรการปิดประเทศที่ต้องการนั้นมีขอบเขตแค่ไหนอย่างไร จะปิดตายไม่ให้ใครเข้าออกหรือไม่ คนไทยที่อยู่ต่างประเทศยังจะกลับได้ไหม คนที่เชียร์ให้ปิดก็บอกว่าขอ”เจ็บแต่จบ”

 

    แต่ก็มีบางกลุ่มก็ไม่เห็นด้วยคนกลุ่มนี้เชื่อว่า แม้จะปิดประเทศก็ไม่ได้แก้ปัญหาอะไร เพราะหากจะปิดให้ได้ผล อย่างน้อย ๆ ก็ครึ่งปี แบบไม่ติดต่อโลกภายนอกเลย พร้อมกับมีคำถามว่าระบบเศรษฐกิจเราจะรับได้หรือไม่ คนไม่มีงานทำครึ่งปีจะอยู่อย่างไร


ติดตามข่าวสาร "คมชัดลีก" ผ่าน Line official
เพิ่มเพื่อน

       ที่สำคัญไม่มีหลักประกันเลยว่า เมื่อปิดประเทศไปแล้วเปิดใหม่อีกที จะไม่มีเชื้อไวรัสโควิด-19ระบาดกลับเข้ามาอีก กลายเป็นว่า”เจ็บแต่ไม่จบ” ตอนนี้เป็นการสู้กันระหว่างสองแนวคิดที่สุดโต่ง ที่เชื่อว่าแนวคิดของตนจะแก้วิกฤติครั้งนี้ให้ผ่านพ้นไปได้

      อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ เป็นเรื่องที่สำคัญ “ลุงตู่”พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะต้องตัดสินใจด้วย”ความรอบคอบ”และ”ชอบธรรม” ให้มากที่สุด ต้องเปิดใจให้กว้างรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่ายทั้งที่เห็นควรว่าปิดและผู้ที่สนับสนุนให้เปิดต่อไป

      เหนือสิ่งใดการตัดสินใจจะต้องยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง คำนึงถึงประชาชนให้มากที่สุดเพราะคนคือทรัพยากรที่มีค่า หากไม่รักษาคนไว้แล้ว การรักษาเศรษฐกิจเอาไว้ก็ไม่มีประโยชน์

แต่กระบวนการในการตัดสินใจ จะต้องมีรูปแบบ”การทดลอง”ที่เป็นวิทยาศาสตร์ที่มีหลักการ เหตุผลและที่สำคัญต้องมีตัวเลขยืนยันชัดเจน ไม่ใช่เห็นคนอื่นปิดหรือเปิดเราทำตามตะพึดตะพือ เพราะบริบทของสังคมของแต่ละประเทศก็ไม่เหมือนกัน

      อันที่จริงประเด็นที่ว่าจะปิดหรือเปิดประเทศตอนนี้เรา”คิดช้าไปหรือไม่” สถานการณ์มันเลยเส้นแบ่งตรงนั้นหรือยัง เพราะอย่าลืมว่า หากเราเข้มงวดตั้งแต่วันแรกที่มีคนไทยเสียชีวิต มีมาตรการคัดกรองเข้มข้น โดยใช้ใบรับรองแพทย์ยืนยัน กำหนดโควต้าคนจากประเทศกลุ่มเสี่ยงในแต่ละวันควรมีเท่าไหร่ เพื่อจะได้คัดกรองได้อย่างมีคุณภาพ

      แต่เรากลัวผลกระทบเรื่องการท่องเที่ยวที่เป็นรายได้หลักของประเทศซึ่งมีสัดส่วนถึง12% ของจีดีพี.มากเกินไปจนปล่อยให้นักท่องเที่ยวจากประเทศกลุ่มเสี่ยงจากเข้ามาปล่อยเชื้อ ช่วงแรกๆก็เป็นคนจีนที่นำเชื้อมาแพร่ แต่หลังๆจะมีจากประเทศยุโรปมากขึ้น กระทั่งประเทศต่างๆพากันปิดประเทศ ไทยเราจึงจะเริ่มเข้มงวด

        นั่นหมายความว่า ถ้าเราไม่เปิดประเทศโล่งโจ่งตั้งแต่แรก ก็คงไม่มีเหตุการณ์ในวันนี้หรือมีก็อาจจะไม่รุนแรงอีกอย่างตอนนี้หลายๆประเทศก็ปิดประเทศไปแล้ว แต่การปิดประเทศของเราจะมีความหมายอะไรหรือไม่ เพราะยังไงคนจากต่างประเทศก็ไม่กล้าเข้ามาประเทศไทยเแล้ว

        ช่วงนี้อาจจะต้องใช้มาตรการเข้ม”ล็อกดาวน์”(Lock Down”)ซึ่งให้กักบริเวณ อยู่แต่ในบ้านแบบเข้มงวดจริงๆรณรงค์สร้างสำนึก”ป้องกันตัวเอง-ป้องกันคนอื่น” แล้วนำกำลังที่เหลือมาตรวจหาคนไทยที่ติดเชื้อจากสนามมวยแล้วแพร่เชื้อต่อให้สิ้นซากจะดีกว่า ตอนนี้กำลังลามไปต่างจังหวัด ไปชนบทลงสู่รากหญ้ากันแล้ว ซึ่งอันตรายมาก คนกลุ่มนี้หากติดเชื้อขึ้นมาไม่มีปัญญาจ่ายค่าตรวจ ค่ารักษาแน่ ๆ ยิ่งจะลามลึกเป็นไฟลามทุ่ง

      ฉะนั้นมาตรการแรกที่กำลังเรียกร้องกันให้”อยู่บ้าน”อาจจะเป็นมาตการที่ดีที่สุดตอนนี้ แต่หากไม่ได้ผลก็อาจจะต้องมีมาตรการรุนแรงถึงขั้นหากใครไม่ทำตามต้องมีมาตรการลงโทษชัดเจนเหมือนจีนใช้กับอู่ฮั่น เพราะรัฐบาลจีนมีความเด็ดขาดไม่ใช่แบบหยวนๆไปวันๆแบบบ้านเรา

  

 

     สิ่งที่น่ากังวลที่สุดตอนนี้คนชนบท 80% ยังไม่ตื่นกลัว คนที่ติดเชื้อก็ไม่ยังกักตัวเองไม่เชื่อฟังผู้นำชุมชน ยังจัดงานบุญงานกุศล เหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น หากเอาไม่อยู่ประเทศไทยเหนื่อยแน่ ๆ



5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ