คมชัดลึกออนไลน์ 29 มีนาคม 2563
คมชัดลึกออนไลน์
เศรษฐกิจ

เอสซีจี เปิดจุดรับซื้อเศษผลผลิตทางการเกษตร ลดปัญหาการเผา

18 กุมภาพันธ์ 2563 - 00:12 น.
เอสซีจี,สยามคูโบต้า,หอการค้าไทย,ซังข้าวโพด,ใบอ้อย,ฟางข้าว,รับซื้อ,แก้ PM25,เกษตรกร,ข่าววันนี้
เศรษฐกิจ

Shares :
เปิดอ่าน 231 ครั้ง

เอสซีจี ร่วมกับ สยามคูโบต้า หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดจุดรับซื้อฟางข้าว ใบอ้อย ซังข้าวโพด 14 จุด พร้อมขยายเป็น 20 จุดทั่วประเทศในปี 2563 แก้ปัญหา PM 2.5 จากการเผาไร่ พร้อมเสริมรายได้เกษตรกร ตั้งเป้ารับซื้อปีละ 1 ล้านตัน


 

          นายชนะ ภูมี Vice President-Cement and Construction Solutions Business ธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง เอสซีจี กล่าวว่า เอสซีจี มุ่งดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อมมาโดยตลอด เมื่อเราทราบถึงปัญหาของเกษตรกรในการจัดการเศษผลผลิตทางการเกษตร เช่น ฟางข้าว ใบอ้อย และซังข้าวโพด รวมทั้งผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมทั้ง PM 2.5 และภาวะโลกร้อน ที่เกิดขึ้นจากการจากเผาเศษผลผลิตทางเกษตรเหล่านี้แบบไม่ถูกวิธีในช่วงที่ผ่านมา

 

อ่านข่าวเกี่ยวข้อง


ติดตามข่าวสาร "คมชัดลีก" ผ่าน Line official
เพิ่มเพื่อน

เบทาโกร จับมือ เอสซีจีแพคเกจจิ้งพัฒนานวัตกรรมอุตสาหกรรมอาหาร

เปิดข้อมูลน่าตกใจ PM 2.5 ทำลายเศรษฐกิจมหาศาล

พื้นที่เกษตรหยุดเผาลดฝุ่น

 

 

 

          เอสซีจี โดยธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง จึงใช้ประโยชน์จากหม้อเผาปูนซีเมนต์ที่เรามี ซึ่งสามารถนำเศษผลผลิตทางเกษตรเหล่านี้มาแปรรูปให้เป็นพลังงานทดแทนได้อย่างถูกวิธีและไม่สร้างมลพิษให้กับสิ่งแวดล้อม โดยได้เริ่มเปิดรับซื้อเศษผลผลิตทางเกษตรมาตั้งแต่ปลายปี 2562 ที่โรงงานปูนซีเมนต์ ทั้ง 5 แห่งของเอสซีจี ในจังหวัดสระบุรี ลำปาง และนครศรีธรรมราช ซึ่งได้รับผลตอบรับจากเกษตรกรเป็นอย่างดี พร้อมได้ขยายจุดรับซื้อไปยังเครือข่ายโรงงานคอนกรีตผสมเสร็จซีแพค ทำให้ปัจจุบันเอสซีจีมีจุดรับซื้อเศษผลผลิตทางการเกษตร รวม 14 จุด และมีแผนการขยายเป็น 20 จุดทั่วประเทศภายในปี 2563 นี้ โดยตั้งเป้ารับซื้อได้ 1 ล้านตันต่อปี

 

 

          ด้าน นายสมศักดิ์ มาอุทธรณ์ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า สยามคูโบต้าเข้ามามีส่วนร่วมในโครงการนี้ ในการส่งเสริมเกษตรกรในการทำเกษตรแบบปลอดการเผา รวมถึงจัดหาเครื่องจักรกลการเกษตรที่ใช้รวบรวมเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรหลังการเก็บเกี่ยว เช่น ฟางข้าว ใบอ้อย ซังข้าวโพด เพื่อบีบอัดให้เป็นก้อนด้วยเครื่องอัดฟางคูโบต้า สะดวกต่อการขนส่งเพื่อนำไปใช้ประโยชน์เป็นพลังงานทดแทนในโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่อย่างโรงงานปูนซีเมนต์ ช่วยให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น ลดการเผาในพื้นที่เกษตร และสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนของภาคเกษตรกรรมของไทย

 

 

          นายกลินท์ สารสิน ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวเสริมว่า โครงการนี้เป็นอีกหนึ่งโครงการความร่วมมือของภาคเอกชนเพื่อลดปัญหาฝุ่น PM 2.5 ซึ่งนอกจากจะได้อากาศที่บริสุทธิ์เพิ่มขึ้นมาแล้ว ยังช่วยสร้างรายได้เพิ่มให้เกษตรกรอีกด้วย ผมจึงขอเชิญชวนให้เกษตรกรไทย ผู้ประกอบการ และหอการค้าทุกจังหวัดมาร่วมโครงการนี้ด้วยกัน โดยหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย จะเดินหน้ารณรงค์ให้ทุกภาคส่วนร่วมมือกัน เพิ่มมูลค่าให้กับเศษวัสดุที่เหลือจากการเก็บเกี่ยวทางการเกษตร โดยนำไปใช้เป็นพลังงานทดแทนให้เพิ่มมากขึ้นในอนาคตอีกด้วย

 

          เอสซีจี และองค์กรพันธมิตรอย่างสยามคูโบต้า หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เชื่อมั่นว่าการดำเนินการเหล่านี้จะเป็นจุดเริ่มต้นให้ทุกภาคส่วน ร่วมกันช่วยแก้ปัญหา PM 2.5 และภาวะโลกร้อนจากการเผาไร่ ที่กำลังทวีความรุนแรงมากขึ้นได้ อีกทั้งยังช่วยเสริมรายได้ให้เกษตรกรไทย ด้วยการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเศษวัสดุตามแนวคิด From Waste To Wealth ตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) สร้างชุมชนให้เข้มแข็ง และรักษาสิ่งแวดล้อมให้ดี ควบคู่ไปกับการเจริญเติบโตของประเทศต่อไป

 

          สำหรับพี่น้องเกษตรกรที่สนใจเข้าร่วมโครงการหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่ คุณศุมิตรา ศรีพิเศษ หมายเลขโทรศัพท์ 093-542-4594 หรือติดตามข่าวสารอื่นๆ ของเอสซีจีได้ที่ https://scgnewschannel.com / Facebook: scgnewschannel / Twitter: @scgnewschannel หรือ [email protected]: @scgnewschannel



5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ