ระดมทัพยิ่งใหญ่ ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเพื่ออนาคต 1,200 แบรนด์ จาก 45 ประเทศ ในงาน “อินเตอร์แมค-เอ็มทีเอ เอเชีย 2020” ระหว่าง 13-16 พฤษภาคม 2563 นี้ ที่ไบเทค บางนา พร้อมขับเคลื่อนโชว์นวัตกรรมเครื่องจักรมาแรง ปี 2563 นำไทยก้าวสู่ศูนย์กลางการจับคู่ธุรกิจของอาเซียน

เปิดโลกอุตสาหกรรม "อินเตอร์แมค-เอ็มทีเอ เอเชีย 2020"

          “หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ”ที่ทำงานด้วยระบบสั่งการแบบไร้พรมแดน มีทีท่าว่าจะเป็นขาขึ้นที่นับวันจะติดลมไต่ระดับสูงขึ้นตามการพัฒนาอย่างไม่มีที่สิ้นสุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักพัฒนาแอพพลิเคชั่นที่ผุดไอเดียใหม่ๆอย่างต่อเนื่อง ชั่วโมงนี้ใครเข้าถึงและก้าวตามทันก่อนย่อมได้เปรียบตักตวงเพื่อช่วงชิงความได้เปรียบในไลน์การผลิต ยิ่งผนวกกับการสั่งและรับออเดอร์ พร้อมระบบการขนส่งที่ง่ายดายเพียงการ “คลิก” บนสมาร์ทโฟนที่สามารถผสานเป็นหนึ่งเดียวกันได้เป็นอย่างดี ทำให้วันนี้ทุกภาคส่วนจึงต้องเรียนรู้ให้เร็ว และตามกลไกของการพลิกโฉมการผลิตในยุคนี้ให้เท่าทัน

 

   

   "ปีนี้เราได้รวบรวมเทคโนโลยีและแหล่งความรู้ในภาคอุตสาหกรรมไว้อย่างครบครัน จัดให้เป็นอีเวนท์ยิ่งใหญ่ระดับอาเซียน โดยจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 13-16 พฤษภาคม นี้ ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา ระดมทัพงานแสดงสินค้าเครื่องจักรกลอุตสาหกรรม เทคโนโลยีเครื่องจักรและอุปกรณ์ทันสมัยล่าสุด โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงสำหรับการผลิตด้วยระบบอัจฉริยะ การันตีครอบคลุมทุกอุตสาหกรรมในอนาคต"

เปิดโลกอุตสาหกรรม "อินเตอร์แมค-เอ็มทีเอ เอเชีย 2020"

        สุกัญญา อมรนุรัตน์กุล ผู้จัดการฝ่ายบริหารโครงการอาวุโส อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์กล่าวในระหว่างแถลงข่าวการจัดงาน อินเตอร์แมค – เอ็มทีเอ เอเชีย 2020 ครั้งที่ 37  ซึ่งเป็นงานแสดงอุตสาหกรรมรับช่วงการผลิตเพื่อการจัดซื้อชิ้นส่วนอุตสาหกรรม และการจับคู่ธุรกิจใหญ่ที่สุดในอาเซียน  จัดโดย สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) และสมาคมส่งเสริมการรับช่วงการผลิตไทย โดยในปีนี้คาดว่าจะได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยมทั้งจากกลุ่มผู้ผลิตในภาคอุตสาหกรรม และกลุ่มผู้ประกอบการจากทั่วโลก เรียกได้ว่าเป็นอีเวนท์ระดับบิ๊กไซส์เรียกความคึกคักในไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ได้ดีเลยทีเดียว ที่สำคัญมีการครีเอทพื้นที่พิเศษ “ต้องห้ามพลาด!” เป็นครั้งแรก

       เธอเผยต่อว่าการจัดงานแสดงสินค้าสำหรับธุรกิจ อุตสาหกรรมนวัตกรรมล้ำยุค “อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์”ในครั้งนี้ได้ระดมทัพจัดแสดงเครื่องจักรทันสมัยกว่า 1,200 แบรนด์ จาก 45 ประเทศ รวมกว่า 800 บริษัท บนพื้นที่กว่า 3.8 หมื่นตารางเมตร คาดว่าจะมีผู้ประกอบการทั้งในไทยและต่างประเทศเข้าร่วมงานกว่า 4.5 หมื่นราย  โดยไฮไลท์สำคัญ คือ โซน iAR - Industrial Automation and Robotic show 2020 และความพร้อมจัดแสดงสายการผลิตหลากหลายมิติที่ก้าวหน้าด้วยระบบอัตโนมัติ พร้อมระบบสั่งการอัจฉริยะที่โชว์การผลิตแบบเรียลไทม์ง่ายเพียงปลายนิ้วสัมผัส การจำลองสถานการณ์จากโรงงานผู้ผลิตจริง ในโซน SMART Manufacturing Technology และ (Ro)Bot Hub จากบริษัทผู้เชี่ยวชาญชั้นแนวหน้าของเมืองไทย

       รวมไปถึงการแสดงเทคโนโลยีเครื่องจักร ระบบอัตโนมัติ ซอฟท์แวร์ หุ่นยนต์แขนกล จากบริษัทชั้นนำ อาทิ Tensor, Universal Robot, ABB, Haimer, Mitsubishi Electric, Kawasaki Robot, Okura, Seiko Epson และโซนจัดแสดงเทคโนโลยีล้ำสมัยของการผลิตแบบ Additive Manufacturing พร้อมทั้งผู้เชี่ยวชาญทั้งในและต่างประเทศมาให้ความรู้ โดยมีแบรนด์ชั้นนำเข้าร่วมอาทิ Sodick, BOHLER, Cimatron ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมงานพร้อมบริการให้คำปรึกษาที่ตรงตามความต้องการของโรงงานแต่ละประเภท มุ่งเน้นการแสดงให้เห็นการทำงานเพื่อก้าวสู่เป้าหมายสร้างผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริง ในแวดวงนักอุตสาหกรรมชั้นนำทั้งไทย และต่างประเทศ

      หญิงเก่งแห่งวงการอุตสาหกรรมยอมรับว่าการพัฒนาด้านหุ่นยนต์หรือโรโบติกส์ เพื่อการผลิตมีความก้าวหน้าเป็นอย่างมากในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ทำให้ตลาดอุตสาหกรรมเกิดความเปลี่ยนแปลงพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว และทวีความเข้มข้นขึ้นด้วยเทคโนโลยีการผลิตล้ำหน้าขึ้นทุกๆ ปี หากผู้ประกอบยังลังเลหรือไม่ลงทุนด้านระบบอัตโนมัติให้เพียงพอ ธุรกิจอาจโดนแย่งส่วนแบ่งเดิมไปแน่นอน ซึ่งการจัดแสดงงานในปีนี้ จึงเน้นการระดมนวัตกรรมการผลิตของโลกยุคใหม่ ที่กำลังก้าวเข้าสู่ยุคโรโบติกส์ และระบบอัตโนมัติ ที่จะเข้ามามีบทบาทในการทำงานแทนมนุษย์ เพื่อตอบโจทย์ที่จะให้ความรู้ ความเข้าใจ และความต้องการของผู้ใช้เครื่องจักรในประเทศไทยสู่การวางแผนเพื่อพัฒนาสายการผลิตต่อไป

     “ดิฉันคลุกคลีทำงานในวงการนี้มา 9 ปี บอกได้เลยค่ะว่าเทรนด์การผลิตอุตสาหกรรมเปลี่ยนไปทุก ๆ ปี ประเทศไทยเราเป็นลำดับต้น ๆ ของโลกที่มีการนำหุ่นยนต์อุตสาหกรรมเข้ามาใช้ในกระบวนการผลิต และมีการพัฒนานวัตกรรมใหม่ในทุกปี ยกตัวอย่างตั้งแต่ยานยนต์ไร้คนขับในสมาร์ทฟาร์มภาคการเกษตร หรือในภาคอุตสาหกรรมมีการใช้หุ่นยนต์และแขนกลอัตโนมัติแทนแรงงานมนุษย์ จากข้อมูลของสำนักส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA) ระบุว่าจำนวนหุ่นยนต์ของไทยมีถึง 23,893 ตัว เป็นอันดับ 1 ของอาเซียน โดยมีสิงคโปร์ มาเลเซีย และเวียดนาม รองลงมาตามลำดับ ในอนาคตไทยเราจะเป็นผู้ผลิตหุ่นยนต์ระดับโลก และปัจจุบันมีบริษัทผลิตระบบหุ่นยนต์ที่ได้รับอนุมัติจากบีโอไอกว่า 60 บริษัท ซึ่งเชื่อมโยงกับการนำเสนอแนวคิด “Smart Machine Smart Technologies” ของการจัดงานในปีนี้อีกด้วย"

 

 

    สุกัญญายังกล่าวถึงการครีเอทพื้นที่พิเศษ “ต้องห้ามพลาด!” เป็นครั้งแรกในปีนี้ โดยมีการจัดพาวิลเลียนขนาดใหญ่ โชว์นวัตกรรมน่าตื่นตาตื่นใจจากประเทศชั้นนำในเอเชีย เช่น ไต้หวัน โดยเฉพาะญี่ปุ่นมีผู้ประกอบการร่วมงานเพิ่มกว่า 100 ราย ขนทัพมาทั้งในการวงการแพทย์ วงการท่าอากาศยาน ไปจนถึงวงการอุตสาหกรรมการตกแต่ง รวมพลดาหน้าเข้ามาจัดโชว์ในนิทรรศการปีนี้อย่างมีความหลากหลาย และครบครัน

     “นวัตกรรมที่จะนำมาแสดงปีนี้ล้ำยิ่งขึ้นไปอีกค่ะ ถ้าพูดถึงเครื่องพิมพ์สามมิติ คนวงในภาคอุตสาหกรรมอาจบอกว่ามันมาตั้งแต่ปีที่แล้วนะ แต่คราวนี้เรานำเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นทั้งจากยุโรป อังกฤษ เยอรมนี และเอเชียจากญี่ปุ่น นำมาจัดแสดงในชมกันกับวิทยาการใช้เครื่องพิมพ์สามมิตินำมาซ่อมแซมใบพัดเครื่องบิน โดยไม่จำเป็นต้องถอดใบแยกออกมาเป็นซี่ๆ เลย แสดงความล้ำหน้าของเทคโนโลยีที่ก้าวไปไม่หยุดยั้งค่ะ” สุกัญญา กล่าวถึงนวัตกรรมล้ำยุค ก่อนเชิญชวนให้ผู้สนใจในภาคอุตสาหกรรม เอสเอ็มอีและประชาชนที่สนใจมาเยี่ยมชมนวัตกรรมยุคใหม่ในงาน

    ไม่เพียงอุตสาหกรรมระดับยักษ์ใหญ่เท่านั้น แต่งาน อินเตอร์แมค และเอ็นทีเอ 2020 คือเวทีที่รวมเทคโนโลยีนวัตกรรมในทุกๆ อุตสาหกรรมการผลิต และสร้างสรรค์งานให้สามารถตอบโจทย์ได้ครบวงจร รวมทั้งมีการจัดกิจกรรมจับคู่ธุรกิจที่สำคัญที่สุดในภูมิภาคอีกด้วย